วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไขทุกมิติ สุดยอดนักชก ขุนเข่าหน้าเปื่อย จริงหรือใครว่าตกอับ

ไขทุกมิติ สุดยอดนักชก ขุนเข่าหน้าเปื่อย จริงหรือใครว่าตกอับ

  • Share:

ไม่นานมานี้ในโลกโซเชียล มีการแชร์ภาพของอดีตยอดมวยค่าตัวแพง "นำพล หนองกี่พาหุยุทธ" หรือ ฉายา ขุนเข่าหน้าเปื่อย ในวัย 46 ปี ที่มีสภาพร่างกายผอมแห้งเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกพร้อมกับข่าวที่บอกว่านำพลตกอับ สร้างความตกตะลึงให้กับแฟนมวยไทยเป็นอันมาก!!! เพราะที่ผ่านมาในสมัยที่ยังชกมวย เป็นที่รับรู้กันว่านำพลเป็นนักมวยที่ร่ำรวยเข้าขั้นเศรษฐีคนหนึ่ง แต่หลังจากเลิกชกมวย ข่าวคราวของนำพลก็ได้เงียบหายไป มารู้อีกทีก็ตอนป่วยหนักไปซะแล้ว วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักอดีตอันยิ่งใหญ่ แล้วหลังจากแขวนนวมเขาหายไปไหน? และในปัจจุบันนี้นำพลตกอับจริงหรือ? ผ่านบุคคลใกล้ชิดและเคยมีประวัติศาสตร์ร่วมกับ นำพล หนองกี่พาหุยุทธ

หากย้อนกลับไปประมาณ 20 กว่าปี ในวงการมวยไทยคงไม่มีใครไม่รู้จัก นำพล หนองกี่พาหุยุทธ เพราะในสมัยที่ยังชกมวย นำพลคือซุปเปอร์สตาร์แห่งวงการมวยไทย ร่วมสมัยเดียวกับ สามารถ พยัคฆ์อรุณ แสงเทียนน้อย ส.รุ่งโรจน์ เจริญทองเกียรติบ้านช่อง ฯลฯ ด้วยฝีมือที่หาตัวจับยากและยังมีหน้าตาที่หล่อเหลา จนกลายเป็นดาวดังในช่วงปี พ.ศ.2530 - 2535 และถือว่าเป็นยุคทองของนำพล...เขาสามารถกอบโกยเงินจากการชกมวยได้หลายล้านบาท จนกระทั่งราวๆปี พ.ศ.2536 นำพลในวัยเพียง 24 ปี ก็ได้ประกาศยุติบทบาทการเป็นนักมวยลง เนื่องจากถึงจุดอิ่มตัว ประกอบกับประสบอุบัติเหตุจนทำให้ร่างกายไม่แข็งแกร่งเหมือนเก่า หลังจากนั้นข่าวคราวของนำพลก็เงียบหายไป...

นำพล (แถวบนคนแรกจากซ้าย) กับนักมวยชื่อดังร่วมสมัย

ยอดมวยค่าตัวแพง ชกไฟต์เดียวถอยป้ายแดงได้

คุณเหมือนคิด แสนสุข หรือ น้อย บ้านโป่ง อายุ 43 ปี ผู้ช่วยโปรโมเตอร์แม็กมวยไทย ย้อนอดีตของ นำพล หนองกี่พาหุยุทธ ให้ทีมข่าวฯ ฟังว่า นำพลเกิดปี พ.ศ. 2512 เป็นมวยเงินแสนยุคต้นๆ ของประเทศไทย และถือว่าเป็นนักมวยค่าตัวแพงในขณะที่อายุยังน้อย... ในปี พ.ศ.2531 เขาขึ้นชกกับ สามารถ พยัคฆ์อรุณ ยอดมวยเบอร์ 1 แห่งยุค ตอนนั้นนำพลมีอายุเพียง 19 ปี ซึ่งผลการชกปรากฏว่านำพลสู้ความเก๋าของพยัคฆ์หน้าหยกไม่ได้ ถูกจับให้แพ้แตกในยกที่ 3 แต่กระนั้น เขาก็ได้รับค่าตัวไปร่วมแสนกว่าบาท

นำพล (ใส่หมวก) ร่วมดีใจกับนำขบวนน้องชายสุดรัก

คุณนำพล มีน้องชายอีกคน ซึ่งเป็นนักมวยค่าตัวหลักแสนเหมือนกัน ชื่อว่า “นำขบวน หนองกี่พาหุยุทธ” มีครั้งหนึ่งที่สองพี่น้องคู่นี้ขึ้นชกมวยในวันเดียวกัน แล้วหลังจากชกเสร็จ ทั้งคู่ได้นำเงินค่าตัวมารวมกันเพื่อถอยรถกระบะป้ายแดง “สำหรับตัวพี่นำพล เขาเป็นคนที่เก็บเงินเก่งมาก เป็นคนรู้จักใช้และบริหารเงินเป็น เขาจะวางแผนไว้เสมอว่าค่าตัวที่ได้หลังจากชกมวยในแต่ละครั้ง จะนำไปใช้จ่ายอะไรบ้าง” น้อย บ้านโป่ง กล่าว

จากนักมวยสู่นักธุรกิจ ชีวิตทำอะไรก็รุ่ง

เซียนมวยชื่อดัง เล่าต่อว่า เมื่อราวๆ ปี 2535 - 2536 นำพลก็เลิกชกมวยไปดื้อๆ ซึ่งถือว่าเลิกชกตั้งแต่อายุยังไม่เยอะ และหลังจากเลิกชกมวยก็ได้เปิดกิจการร้านหมูย่างเกาหลีเจ้าแรกในโคราชชื่อว่าร้าน “นำพลย่างเกาหลี” ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง “ช่วงปี พ.ศ. 2546 ตอนนั้นเขาบูมสุดขีด ผมเห็นพี่นำพลขับรถเบนซ์ ส่วนน้องชายก็ขับรถบีเอ็มดับเบิลยู มีที่มีทางหลายร้อยไร่ จึงถือได้ว่าเป็นครอบครัวเศรษฐีครอบครัวหนึ่ง”

เลิกกับภรรยา ตามมาด้วยปัญหาสุขภาพ

น้อย บ้านโป่ง เล่าต่อว่า แม้พี่นำพลจะเก็บเงินเก่ง กิจการค้าขายรุ่งเรือง มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่พี่เขาเป็นคนรักเพื่อนมาก อย่างตอนที่เปิดร้านอาหาร เวลามีเพื่อนมากินเขาก็ชอบเลี้ยง อีกอย่างพี่นำพลเป็นคนชอบดื่มเหล้า ทำให้ช่วงหลังๆ ทะเลาะกับภรรยาบ่อย จนถึงขั้นเลิกรากันไป ซึ่งภรรยาได้ขอบริหารร้านนำพลย่างเกาหลีต่อ ส่วนพี่นำพลได้ไปเปิดกิจการใหม่ชื่อว่า “อาอี๋ย่างเกาหลี” ซึ่งกิจการหมูย่างเกาหลีแห่งใหม่ก็ไปได้ด้วยดี มีแฟรนไชส์อยู่หลายสาขา แต่เมื่อถึงจุดอิ่มตัว พี่นำพลก็เลิกกิจการไป

น้อย บ้านโป่ง อดีตคนประกบคู่มวยแห่งศึกวันทรงชัย

“พี่นำพลจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ เพราะเป็นคนชอบดื่มเหล้าแล้วก็สูบบุหรี่จัด ส่วนภาพที่แชร์กันอยู่ในเฟซบุ๊ก อาจจะดูว่าพี่เขาลำบากยากจน สภาพร่างกายผอมแห้ง นอนซมอยู่บนเตียงเหมือนคนเดินไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วพี่นำพลยังเดินเหินได้ดีอยู่ แต่อาจจะไม่ค่อยมีแรงตามประสาคนป่วย ส่วนเรื่องทรัพย์สินเงินทองคิดว่าพี่เขาคงไม่ได้เดือดร้อน ญาติพี่น้องก็ไม่ได้ทอดทิ้งไปไหน ยังคอยดูแลอย่างไม่ห่างกาย” น้อย บ้านโป่ง กล่าว

ขุนเข่าหน้าเปื่อย นักชกในอุดมคติ

คุณดำรงค์ ต่ายทอง หรือที่รู้จักกันในฉายา สมิงขาว นักพากย์มวยไทยชื่อดัง กล่าวว่า ในยุคทองของวันทรงชัยช่วงปี พ.ศ.2530 ไม่มีใครไม่รู้จัก “นำพล หนองกี่พาหุยุทธ” โคตรมวยจากเมืองบุรีรัมย์ ผู้ซึ่งมีฝีไม้ลายมืออยู่ในระดับแถวหน้าของศึกวันทรงชัย นำพลเคยขึ้นสังเวียนผืนผ้าใบกับนักมวยดาวดังในยุคนั้นหลายคน ทั้ง ซุปเปอร์เล็ก ฉมวกเพชร เจริญทอง หรือแม้กระทั่งสามารถ พยัคฆ์อรุณ ต่างก็เคยฟาดปากกับนำพลมาแล้วทั้งนั้น...

สมิงขาว นักพากย์มวยไทยชื่อดังของเมืองไทย

สไตล์การชกที่ครบเครื่อง มีทั้งจังหวะบู๊และจังหวะบุ๋น เหลี่ยมมวยของนำพลจึงไม่เป็นรองใคร และด้วยความที่เขาเก่ง เป็นมวยชกสนุก ร่างกายแข็งแกร่ง นำพลจึงเป็นที่ชื่นชอบของแฟนมวย ทำให้ทุกครั้งที่นำพลขึ้นชก จะต้องมีแฟนมวยมาชมจนแน่นสนาม ซึ่งถือว่าเป็นมวยแม่เหล็กอีกคนในยุคนั้น 

สำหรับอาวุธทีเด็ดที่ทำให้เขาได้รับฉายา “ขุนเข่าหน้าเปื่อย” คือการกอดคอตีเข่า ซึ่งใช้พิชิตนักมวยรายอื่นนักต่อนัก ส่วนคำว่าหน้าเปื่อยมาจาก เขาเป็นคนหน้าเปราะบาง เวลาขึ้นชกมวยทีไรเป็นต้องหน้าแหก มีแผลแตกให้เห็นเกือบทุกไฟต์

“นำพลเป็นนักมวยที่มีประวัติการชกดี ไม่มีด่างพร้อย ถือเป็นนักมวยที่ดีมากคนหนึ่ง ของวงการมวยไทย ตอนที่เขาชกมวยก็มีเงินเก็บเยอะ เอาไปซื้อที่ซื้อทางไว้เป็นจำนวนมาก หลังจากที่เขาแขวนนวมไป ก็ได้ข่าวว่าไปเปิดร้านหมูกระทะ แล้วกิจการก็รุ่งเรือง แต่หลังๆ มาไม่ได้ยินข่าวของเขาเลย มารู้อีกทีก็เห็นว่าป่วยหนักแล้ว..!! ผมรู้สึกสงสารแล้วก็ขอเป็นกำลังใจให้เขาหายไวๆ” สมิงขาว นักพากย์มวยในตำนานกล่าว

นำพล สมัยเป็นนักมวยค่าตัวหลักแสน

สามารถยกย่อง นักชกฝีมือดี แต่มีปัญหาเรื่องดื้อ!!

“นำพลมันเป็นมวยเหนียว รัดแน่น ตีเข่าหนัก ใครชกด้วยแล้วไม่ค่อยมีแรง รับรองได้ว่าถ้ามันจับวงในตีเข่าได้เมื่อไหร่เป็นอันเสร็จ” สามารถ (พยัคฆ์อรุณ) ทิพย์ท่าไม้ อดีตนักมวยไทยชื่อดังที่เคยประมือกับนำพลมาแล้วถึง 2 ครั้ง เล่าถึงสไตล์การชกมวยอันยอดเยี่ยม ของนักมวยรุ่นน้องอย่าง นำพล หนองกี่พาหุยุทธ

แม่ไม้มวยไทยทีเด็ดของนำพลคือการกอดคอตีเข่า

สามารถ กล่าวว่า นำพลเขาป่วยมานานแล้ว มีปัญหาเกี่ยวกับโรคปอด ครั้งสุดท้ายที่ผมเจอนำพล ก็ประมาณ 3 - 4 ปีที่แล้ว ในงานบวชลูกชายของแสงเทียนน้อย ตอนนั้นก็ยังดูว่าร่างกายปกติดี แต่ว่าผอมไปนิด เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน ผมได้เจอกับ “นำขบวน หนองกี่หาหุยุทธ” ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ ของนำพล ผมเลยถามถึงพี่ชายเขาว่า นำพลเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าหากเดือดร้อนเรื่องอะไรก็ให้บอกมา เพราะกลุ่มลูกหลานนายขนมต้มที่คอยช่วยเหลือนักมวยไทยกัน มีความคิดจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ แต่นำขบวนเขาก็บอกว่า พี่มาดไม่ต้องห่วง เพราะญาติพี่น้องช่วยกันดูแลอย่างดี ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่ปัญหาคือนำพลเขาดื้อไม่ค่อยจะกินยาตามที่หมอสั่ง ทำให้ไม่หายสักที

สามารถ กล่าวต่อว่า ตอนนี้มีกระแสว่านำพลตกอับ เพราะว่า เพื่อนเขาไปเยี่ยมแล้วก็ถ่ายรูปกันตามประสาเพื่อนฝูง พอเอามาลงในเฟซบุ๊กแล้วมีการแชร์ต่อๆ กัน คนก็เห็นว่าสภาพนำพลดูโทรมไปมาก เลยทำให้คนคิดกันว่านำพล สิ้นเนื้อประดาตัว ป่วยหนักแต่ไม่มีเงินรักษา ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ และหลังจากที่ภาพของเขาถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีบางคนไปแอบอ้างเปิดบัญชี หลอกขอรับบริจาคเงินเพื่อเอาไปช่วยเหลือนำพล ซึ่งทางญาติๆ ของเขาได้ออกมาเตือนว่าอย่าไปหลงเชื่อ

สามารถ พยัคฆ์อรุณ เคยขึ้นสังเวียนชกกับนำพล 2 ไฟต์

“จริงๆ แล้วนำพลเขามีทรัพย์สมบัติที่เหลือหลังจากชกมวยอยู่เยอะ แต่ตอนนี้เขาป่วย แล้วก็ไม่ยอมรักษาอย่างต่อเนื่อง น้องชายมันบอกผมว่า เวลาอยู่โรงพยาบาลก็กินยาตามที่หมอสั่ง แต่เวลากลับมาอยู่บ้านก็ไม่ค่อยจะกิน” สามารถ พยัคฆ์อรุณ กล่าว

น้องชายเผย กำลังใจดีขึ้น มาเยี่ยมได้แต่อย่าเอาเหล้ามาฝาก

ล่าสุด นำขบวน (ศรีจันทึก) หนองกี่พาหุยุทธ อดีตนักมวยไทยชื่อดังและเป็นน้องชายแท้ๆ ของนำพล ได้เปิดเผยถึงอาการล่าสุดของพี่ชายว่า ขณะนี้ นำพลกำลังรักษาตัวจากวัณโรคปอด ที่บ้านในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยหลังจากที่มีข่าวแพร่สะพัดออกไปว่าเขาป่วยหนักไม่มีเงินรักษา ทำให้มีคนโทร.มาสอบถามด้วยความห่วงใยเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ต้องเป็นห่วง คนในครอบครัวเราช่วยกันดูแลเขาเป็นอย่างดี 

อดีตนักมวยค่าตัวหลักแสน วันนี้ดูผอมแห้งเพราะไม่สบาย

ส่วนเรื่องเงินทองก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะว่าเขามีเงินเยอะ “ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท” แล้วก็ยังมีบ้านหลังเล็กๆ ซึ่งญาติพี่น้องเทียวไปเทียวมาทุกวันเพื่อคอยดูแล “ปกติพี่สาวเขาจะเป็นคนคอยดูแล ส่วนผมจะโทร.ไปสอบถามอาการของนำพลจากพี่สาวทุกวัน เรื่องที่น่าห่วงคือ เวลามีคนไปเยี่ยม แทนที่จะเอาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพไปให้ ดันหิ้วเหล้าหิ้วเบียร์มาแทน แล้วเอาไปนั่งกินกันที่บ้าน ตอนหลังๆ ผมจึงสั่งห้ามแล้วว่า ใครจะมาเยี่ยมอย่าเอาของแบบนี้มา!!” นำขบวน กล่าว

ปกติเขาไม่ค่อยรักตัวเอง ไม่ยอมกินยาตามที่หมอสั่ง ซึ่งวัณโรคจะต้องทานยาต่อเนื่อง อย่างน้อย 5 - 6 เดือน เขาไม่ยอมกินก็เลยไม่หายสักที แต่พอมีข่าวว่าพี่เขาป่วยหนัก แล้วมีคนเข้ามาแสดงความห่วงใยเป็นจำนวนมาก พอนำพลรู้ว่ามีคนเป็นห่วง เขาก็เริ่มที่จะรักตัวเองมากขึ้น เริ่มกลับมากินยาอีกครั้ง “ช่วงนี้หากจะติดต่อนำพลอาจจะยากสักหน่อย เพราะพี่เขาอยากพักผ่อน โทรศัพท์อาจจะไม่ค่อยได้ใช้ ส่วนที่มีคนอ้างว่ารับบริจาคเงินเพื่อเอาไปช่วยเหลือนำพล ก็อย่าได้หลงเชื่อ และขอบคุณทุกๆ คนที่เป็นกำลังใจให้พี่นำพล” นำขบวน กล่าวทิ้งท้าย

นำขบวน หนองกี่พาหุยุทธ น้องชายแท้ๆ ของนำพล

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้