ข่าว
100 year

ตัวแทนสมาคมกีฬา 'ชัยณรงค์-สิริพงศ์' บอร์ด กกท.ป้ายแดง

กัญจน์15 พ.ย. 2558 05:01 น.
SHARE

นอกจากพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย (พ.ร.บ.กกท.) พ.ศ.2558 ซึ่งเป็นกฎหมายกีฬาฉบับใหม่ล่าสุดจะมีความทันสมัยในเนื้อหาต่อยุคปัจจุบันมากขึ้นแล้ว ยังเพิ่มการมีส่วนร่วมของสมาคมกีฬาเข้าไปอีกด้วย

จะเห็นได้จากสัดส่วนของการบริหารงานในหลายๆด้าน มีการให้โอกาสผู้แทนสมาคมกีฬาเข้าไปทำงาน โดยที่เห็นได้ชัดเจนในเวลานี้คือ คณะกรรมการ กกท. หรือบอร์ด กกท. ที่ดำเนินการคัดเลือกเสร็จสิ้นไปแล้ว

ภายใต้ พ.ร.บ.กกท.ฉบับนี้ได้ให้สิทธิ์คัดเลือกผู้แทนประเภทสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” 1 คน และประเภทสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดอีก 1 คน เข้าไปนั่งเป็นบอร์ด กกท.

โดยขั้นตอนคร่าวๆ ก่อนหน้านี้ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานบอร์ด กกท. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเลือกขึ้นมา

จากนั้นเปิดรับสมัครผู้แทนสมาคมกีฬาทั้ง 2 ส่วนที่สนใจจะเข้ามาเป็นบอร์ด กกท. ซึ่งผลปรากฏว่า มีสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” สมัครเข้ามา 3 คน ส่วนสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดมีสมัครเข้ามา 7 คน

หลังจากตรวจคุณสมบัติเสร็จสิ้น มีการกำหนดหมายเลขของผู้สมัคร และให้นายกสมาคมกีฬาเลือกผู้แทนในส่วนของตนเองไปเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้ได้ประเภทละ 1 คน รวม 2 คน เข้าไปบริหารงานกีฬา

ผลในครั้งนี้ พล.ร.อ.ชัยณรงค์ เจริญรักษ์ นายกสมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย ได้เป็นผู้แทนในส่วนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย”ด้วยคะแนนเสียงมากที่สุด 29 คะแนน และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ ได้เป็นผู้แทนสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ทำได้มากที่สุดเช่นกัน 24 คะแนน

และเมื่อเปิดให้อุทธรณ์ผลคะแนนดังกล่าว 3 วันหลังการเลือกตั้ง ก็ไม่มีผู้ใดคัดค้าน ขั้นตอนหลังจากนี้ รัฐมนตรีกอบกาญจน์จะได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งต่อไป

ส่วนแนวคิดที่ทั้งคู่จะเสนอให้บอร์ด กกท. ได้พิจารณา พล.ร.อ.ชัยณรงค์ กล่าวว่า กกท. เป็นองค์กรที่มีระบบการทำงานที่ดีอยู่แล้ว แต่บางอย่างอาจยังไม่มีการจัดลำดับความสำคัญ ซึ่งสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยควรได้รับในสิ่งนี้

นอกจากนั้น ยังติดขัดในเรื่องของการประสานประโยชน์ในทางที่ดีขึ้น ดังนั้นจะต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยมีสิทธิเท่าเทียมกัน

ขณะที่นายสิริพงศ์กล่าวว่า ข้อเสนอแนะ 3 ข้อใหญ่ที่จะให้บอร์ด กกท.พิจารณา ข้อแรกอยากให้สมาคมกีฬาจังหวัดต่างๆอยู่ได้ด้วยตนเองอยากทำให้กีฬาเป็นเอกเทศ สลัดภาพที่ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองให้ได้

ข้อต่อมา การกระจายการจัดกีฬาออกไปตามต่างจังหวัดก็ถือว่าสำคัญ จะให้กระจุกอยู่แค่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใหญ่ในภาคต่างๆไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างเดิมจะไม่เกิดการพัฒนาเท่าที่ควร จำเป็นต้องเข้าถึงประชาชนในทุกส่วน

“และข้อสุดท้าย การสร้างองค์กรกีฬาให้มีความเป็นสากลและมีธรรมาภิบาล ก็มองข้ามไม่ได้ ต้องให้มวลชนยอมรับได้อีกด้วย” นายสิริพงศ์กล่าว

ถือว่าได้ทราบทั้งขั้นตอนการคัดเลือกผู้แทนสมาคมกีฬาเข้าไปนั่งบริหารงาน จากที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงแนวทางการทำงานของ 2 บอร์ดป้ายแดงที่จะสะท้อนให้กับบอร์ด กกท.ได้รับทราบไปเรียบร้อยแล้ว

จะเห็นผลเป็นอย่างไร แนวทางดังกล่าวจะถูกสะท้อนออกไปเป็นนโยบายได้หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

แต่อย่างไรก็ตาม การสร้างการมีส่วนร่วมเปิดทางให้สมาคมกีฬาได้เข้าไปกำหนดนโยบาย สะท้อนปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น เป็นตัวแทนของสมาคมกีฬาทั้งหลาย เข้าไปบอกเล่าเรื่องราวในอีกแง่มุมหนึ่ง ถือว่าเดินได้ถูกทาง แก้ปัญหาได้ตรงจุดแล้ว

และจะนำมาซึ่งการพัฒนากีฬาของไทยได้เป็นอย่างดี...


กัญจน์ ศิริวุฒิ เรื่อง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฮอตสปอร์ตHOTSPORTกัญจน์ ศิริวุฒิคอลัมน์ฉบับพิมพ์คอลัมน์คอลัมน์ไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไทยรัฐการกีฬาแห่งประเทศไทยกกท.พ.ร.บ.กกท.กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูรชัยณรงค์ เจริญรักษ์สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้