วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรธ.ปรับใหม่แยกหมวด 'ศาล รธน.- องค์กรอิสระ' พร้อมปรับที่มา เพิ่มจำนวน กกต. 7 คน วาระ 7 ปี

กรธ.ปรับใหม่แยกหมวด 'ศาล รธน.- องค์กรอิสระ' พร้อมปรับที่มา เพิ่มจำนวน กกต. 7 คน วาระ 7 ปี

  • Share:

กรธ.ถกปรับหมวดศาล รธน.-องค์กรอิสระใหม่ โดยจับแยกหมวดออกจากกัน ปรับที่มาเพิ่มจำนวน กกต.จาก 5 คนเป็น 7 คน วาระ 7 ปี มีหน้าดำเนินการจัดเลือกตั้ง-ดูแลการดำเนินงานพรรคการเมือง ส่วนประเด็นการเลือกตั้ง อยู่ในวาระการคำนวณผล เฟ้นหาสูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้ลงตัวที่ 150 คน กันปัญหาโอเวอร์แฮงค์ ส.ส.เกิน

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.58 ที่รัฐสภา นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงความคืบหน้าการประชุมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญว่า ได้มีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงหมวดศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ให้แยกออกจากกัน จากเดิมที่ให้รวมกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจแบบองค์กรตุลาการ มีคำวินิจฉัยในพระปรมาภิไธย ส่วนองค์กรอิสระนั้น ให้มีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อ ทราบทุกปี พร้อมทั้งเผยแพร่รายงานให้ประชาชนทราบด้วย นอกจากนี้ ยังเสนอให้สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือสมาชิกทั้งสองสภา หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อพิจารณาถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระในกรณีต่างๆ อาทิ ถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ หรือทุจริตต่อหน้าที่ เป็นต้น

นายนรชิต กล่าวถึงการพิจารณาในส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า องค์ประกอบของ กกต. ให้สรรหามาจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ในสาขาวิชาการต่างๆ ที่มีประโยชน์ในการบริหารและจัดการการเลือกตั้ง และด้านกฎหมาย มีทั้งหมด 7 คน จากผู้พิพากษา 2 คน และจากสาขาวิชาการต่้่างๆ 5 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปี มีหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง และดูแลการดำเนินงานของพรรคการเมือง โดยให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐมีหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ตามมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทั้งนี้ กรธ. บัญญัติคำว่า "หน้าที่และอำนาจ" แทนคำว่า "อำนาจหน้าที่" เนื่องจากมีเจตนารมณ์ให้ถือเอาหน้าที่เป็นหลักก่อน แล้วจึงมีอำนาจ

ส่วนประเด็นการเลือกตั้งนั้น นายนรชิต กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอเกี่ยวกับวิธีคำนวณผลการเลือกตั้ง พร้อมทั้งประเด็นปัญหาต่างๆ ที่ได้รับจากการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน เพื่อให้ได้สูตรการคำนวณที่สามารถสะท้อนคะแนนนิยมของพรรคการเมืองอย่างแท้จริง เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และอยู่บนพื้นฐานทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมาย ซึ่งอยู่ในระหว่างการหาวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้ลงตัวที่ 150 คน ไม่เกิดปัญหาโอเวอร์แฮงก์ ได้จำนวน ส.ส. เกิน

"เราทำเพื่อตอบสนองข้อ ห่วงกังวลของพรรคการเมืองต่างๆ ประชาชน และนักวิชาการ ขอยืนยันว่าไม่ได้กลับลำ ประธานไม่ได้กลับลำ กรรมการไม่ได้กลับลำ เป็นการพยายามนำข้อห่วงกังวลมาปรับ โดยคำนึงถึงข้อห่วงกังวลเหล่านั้น ยังยืนยันอย่างเดิมว่า ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว กาครั้งเดียว" นายนรชิต กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้