วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'รบ.' โวระบายข้าวแล้ว 5 ล้านตัน เหลือ 13.7 ล้าน เร่งระบายเป็นเม็ดเงิน

'รบ.' โวระบายข้าวแล้ว 5 ล้านตัน เหลือ 13.7 ล้าน เร่งระบายเป็นเม็ดเงิน

  • Share:

"รมว.พาณิชย์" ตอบกระทู้แทน "นายกฯ" ปมข้าวในวงถก สนช.วันนี้ แจงมาตรการเก็บ-ตรวจสอบคุณภาพ ระบุรัฐเสียค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับข้าวเฉลี่ยเดือนละ 1 พันล้าน โวตั้งแต่ รบ. เข้าบริหารประเทศ ระบายข้าวออกไปแล้วกว่า 5 ล้านตัน คิดเป็นเงิน 5.2 หมื่นกว่าล้านบาท ยังค้างสต็อกอีก 13.7 ล้านตัน พร้อมเร่งระบาย
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 58 มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครั้งที่ 67/58 โดยมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานในการประชุม โดยมีการพิจารณากระทู้ถามทั่วไป กรณีมาตรการในการจัดการเกี่ยวกับคลังเก็บสินค้าข้าวในโครงการรับจำนำข้าว ที่ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ เป็นผู้ตั้งถามนายกรัฐมนตรี ถึงมาตรการดังกล่าวว่า 1.รั ฐบาลมีมาตรการในการจัดการเกี่ยวกับคลังสินค้าที่เก็บข้าวเสื่อมคุณภาพที่ต่ำกว่ามาตรฐาน รวมถึงข้าวเน่าเสียหรือไม่ และข้าวที่เก็บรักษาไว้ในคลังสินค้ามีปริมาณมากน้อยเพียงใด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเป็นจำนวนเงินเท่าใด 2. รัฐบาลมีนโยบายการบริหารจัดการในการระบายข้าวเพื่อลดความเสียหายที่เกิดจากข้าวในคลังสินค้าเสื่อมคุณภาพหรือต่ำกว่ามาตรฐานอย่างไร
 
โดย นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่า ตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารงาน ได้มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เพื่อบริหารจัดการสต๊อกข้าวของรัฐบาล โดยมีการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพของข้าว พร้อมแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบสต็อกข้าวจำนวน 100 ชุดทั่วประเทศ ซึ่งมีการเก็บตัวอย่างมาดำเนินการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมตามสภาพของข้าว หลังจากการตรวจนับ และตรวจสอบแล้ว ก็ตั้งต้นระบายข้าวในเดือน ส.ค. 57 เป็นการดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นระบบ มีการประมูลอย่างโปร่งใส สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการที่จะมาประมูล โดยสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานได้
 
จากการตรวจสอบสต็อกข้าวทั้งหมด ได้จำแนกเป็น ข้าวเสื่อมคุณภาพ และข้าวต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งสามารถใช้เป็นอาหารสัตว์ และพลังงานทดแทน จึงไม่ได้มองที่ตลาดข้าวอย่างเดียว รวมทั้งไม่ให้กระทบกับพืชที่ใช้เพื่อทำพลังงานทดแทนอื่นๆ โดยจากการตรวจสอบข้าวทั้งหมดมี 18.7 ล้านตัน เป็นกลุ่มผ่านเกณฑ์มาตรฐานหรือหย่อนคุณภาพเล็กน้อย 12 ล้านตัน ข้าวต่ำกว่ามาตรฐาน หรือข้าวเสีย 6 ล้านตัน และข้าวขาดบัญชี 4 แสนตัน อย่างไรก็ตาม ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของคลังข้าวที่ต่ำกว่ามาตรฐาน และข้าวขาดบัญชีแล้ว นอกจากนี้ ยังมีข้าวนอกคลังกลางที่จะต้องตรวจสอบอีกจำนวน 3 แสนตัน สำหรับค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษามีค่าเช่าคลัง ค่าฝากเก็บ การเก็บรักษา การรมยา ค่าเงินกู้ รวมทั้งการประกันภัย โดยเฉลี่ยค่าใช้จ่ายเดือนละ 1,000 ล้านบาท

ส่วนการบริหารจัดการระบายช่วงที่ผ่านมา เริ่มระบายข้าวที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเปิดประมูลก่อน ส.ค. 57 โดยชะลอ ในช่วงปลายเดือน ม.ค.-พ.ค. และ เดือน พ.ย.-ธ.ค. เพื่อพยุงราคาและไม่ให้กระทบข้าวใหม่ที่กำลังออกมา ซึ่งเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57 จนถึงปัจจุบัน ได้ระบายข้าวไปแล้วจำนวน 5 ล้านตัน เป็นจำนวนเงิน 52,300 ล้านบาท คงเหลือ 13.7 ล้านตัน ทั้งนี้มีข้าวเสียที่อยู่ในขั้นตอนแจ้งความดำเนินคดี ต้องกันไว้เป็นของกลางนั้น ปรากฏว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้แจ้งเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ว่า อนุญาตให้นำข้าวเหล่านี้ออกระบายได้ ซึ่งขอยืนยันว่าคำสั่ง คสช.ที่คุ้มครองดูแลเจ้าหน้าที่ทำคดีจำนำข้าวนั้น เจตนารมณ์เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีความมั่นใจ ยึดมั่นในความสุจริต และเที่ยงธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ต้องกลัวถูกฟ้องร้องหรือตรวจสอบวินัยย้อนหลัง และคำสั่งนี้ไม่ได้เป็นเครื่องมือมาใช้เพื่อกลั่นแกล้งผู้กระทำผิด อย่างไรก็ดี ยอมรับว่านับตั้งแต่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ เจ้าหน้าที่ต้องทำงานด้วยความระมัดระวังมากจนทำให้มีผู้ติติงว่า ทำงานช้า ซึ่งเราพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่ก็ต้องมีความโปร่งใส รอบคอบ และตรวจสอบได้

นอกจากนี้ การประชุม สนช.ยังมีการพิจารณา ร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฉบับที่ พ.ศ.... ในส่วนที่เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวผู้ที่ถูกปล่อยตัวชั่วคราว หลักเกณฑ์การบังคับคดีผู้ประกัน และการอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้