วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ศึกยอดฝีพายไทยรัฐ' สนาม 6 ลุ่มเจ้าพระยาเมืองนนท์

'ศึกยอดฝีพายไทยรัฐ' สนาม 6 ลุ่มเจ้าพระยาเมืองนนท์

  • Share:

นับเวลาถอยหลังอีกเพียงไม่กี่อึดใจ การแข่งขันชิงเจ้าความมันบนสายน้ำ สนามที่ 6 ของ "ศึกยอดฝีพายไทยรัฐ" กับการระเบิดความมันบนสังเวียนแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บริเวณท่าน้ำนนท์ จังหวัดนนทบุรี จะเริ่มขึ้น 7-8 พ.ย.นี้...

สำหรับการช่วงชิงความเป็นหนึ่งบนสายน้ำ เพื่อคว้าถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2558 ได้มีการแถลงข่าวความพร้อมไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยนายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ร่วมกันประกาศยืนยันความพร้อมในทุกๆ ด้าน ที่สำคัญคือ สมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย ที่เช้าร่วมเป็นสักขีพยานในการจัดครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่าจุดเด่นของการแข่งขัน "ศึกยอดฝีพายไทยรัฐ" ที่บริเวณท่าน้ำนนท์ มีเอกลักษณ์และความโดดเด่นที่แตกต่าง และไม่เหมือนใคร จากในหลายสนามก่อนหน้านี้คือ สังเวียนที่ใช้แข่งขันคือแม่น้ำเจ้าพระยา สายน้ำเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้คนบริเวณนี้มาเป็นเวลานับร้อยๆ ปี 

ความท้ายทายของสังเวียนแห่งนี้คือ ความกว้างที่มีมากกว่าสนามอื่นหากวัดจากบริเวณริมตลิ่งของทั้งสองข้างมีระยะที่ยาวนับสิบๆ เมตร อีกทั้งกระแสน้ำที่ค่อนข้างแรง เนื่องจากการสัญจรไปมาของเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา คือปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบ และเพิ่มความยากของบรรดาฝีพายให้เหงื่อตกกันมากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ด้วยความยากของกระแสน้ำที่ค่อนข้างแรงถาโถมเข้ามาปะทะกับลำเรือ ซึ่งเป็นการวัดระดับฝีมือของนายท้ายได้เป็นอย่างดีว่า จะต่อสู้กับอุปสรรคเหล่านี้ได้ดีแค่ไหน หากพลาดพลั้งต่อกระแสน้ำจนตกเรือ อาจหมายถึงชัยชนะที่หลุดลอยไปเลยก็เป็นได้

สำหรับการจับสลากแบ่งสายการแข่งขัน ได้มีขึ้นไปแล้วในระหว่างพิธีจับแถลงข่าว โดยในปีนี้มีการแข่งขันหลักๆ อยู่ด้วยกัน 2 ประเภทคือ ประเภทเรือยาวใหญ่ไม่เกิน 55 ฝีพาย ชิงถ้วยพระราชทานฯ และในประเภทเรือยาวเล็ก ไม่เกิน 30 ฝีพาย ซึ่งแบ่งออกเป็น ประเภท ก.1 ชิงถ้วยพระราชทาน และในประเภท ก.2 ชิงถ้วยเกียรติยศ

ประเภทเรือยาวใหญ่ ไม่เกิน 55 ฝีพาย มีทีมเข้าแข่งขัน 12 ทีม แบ่งออกเป็น 4 สาย ได่แก่ 

สาย เอ ประกอบด้วย เรือพรพิมล จ.อุบลราชธานี / เรือใบเล่-หนุ่มเมืองนนท์ จ.ปทุมธานี / เรือเทพมงคลรังษี จ.กาญจนบุรี

สาย บี ประกอบด้วย เรือเจ้าแม่ประดู่ทอง จ.ชลบุรี / เรือเทพทักษิณ จ.ร้อยเอ็ด / เรือเทพพระยาตาก จ.ชัยนาท

สาย ซี ประกอบด้วย เรือชาละวัน-สิงห์ลีโอ จ.พิจิตร / เรือปัญญา ป.นำโชค จ.ปทุมธานี / เรือเพชรพิมาย จ.นครราชสีมา

สาย ดี ประกอบด้วย เรือรุ่งสริยา จ.หนองคาย / เรือพรพระยาตาก จ.ชัยนาท / เรือพรหลวงพ่อโต จ.พระนครศรีอยุธยา

(*สายการแข่งขันอาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง)

ในประเภทนี้ น่าจะเป็นการดวลเดือดกันอีกครั้งระหว่างคู่ชิงชนะเลิศในปีที่แล้ว ซึ่งเรือปัญญา ป.นำโชค เรือเด่นฝีพายดังจากย่านปทุมธานี ที่ยังคงหมายมั่นปั้นมือที่จะป้องกันแชมป์และถ้วยพระราชทานเอาไว้ให้ได้อีกสมัย แต่ต้องหนักใจไม่น้อยเมื่อ ทีมเจ้าแม่ประดู่ทอง ที่ระดมฝีพายจอมแกร่งจาก หน่วยต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทีมรองแชมป์เก่า มาท้าชิงเพื่อหวังลบรอยแค้นให้ได้ 

ขณะที่ตัวสอดแทรกอย่าง เรือชาละวัน-สิงห์ลีโอ ทีมฟอร์มแรงที่ออกอาละวาด กวาดแชมป์ "ศึกยอดฝีพายไทยรัฐ" มาแล้วใน 2 สนามก่อนหน้าที่วัดท่าหลวง จังหวัดพิจิตร และที่ อ.เสาไห้ จังหวัดสิงห์บุรี ส่งเสียงเตือนดังๆ ว่าห้ามประมาทพวกเขาโดยเด็ดขาด ด้านสองทีมดังจากจังหวัดชัยนาทอย่าง พรพระยาตาก และ เทพพระยาตาก ก็หวังสวมบทตาอยู่หยิบแชมป์ไปครองด้วยเช่นกัน 

ประเภทเรือยาวเล็ก ไม่เกิน 30 ฝีพาย ชิงถ้วยพระราชทานฯ(ก.1) มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 8 ทีม แบ่งออกเป็น 2 สาย ๆ 4 ทีม ได้แก่

สาย เอ ประกอบด้วย เรือเศรษฐีเรือทอง จ.ลพบุรี / เรือเพชรประดู่ จ.สุราษฎร์ / เรือหนุ่มโพธิ์หัก จ.ราชบุรี / เรืออินทณัฐ จ.นครปฐม

สาย บี ประกอบด้วย เรือหมื่นวัยวรนาถ จ.นครสวรรค์ / เรือธิดาดินยา จ.อุบลราชธานี / เรือจันทร์เจ้า จ.ปทุมธานี / เรือข้าวหงส์ทอง-สาวเมืองนนท์ จ.นนทบุรี

(*สายการแข่งขันอาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง)

สำหรับในเรือรุ่นเล็กนี้ น่าจับตามองไปที่ทีม "ข้าวหงส์ทอง-สาวเมืองนนท์" เจ้าถิ่นซึ่งน่าจะอาศัยความได้เปรียบตรงที่มีความคุ้นเคยกับสภาพสนามและกระแสน้ำเป็นอย่างดี น่าจะมีลุ้นเข้าสู่รอบชิงดำได้ไม่ยาก ขณะที่ "เศรษฐีเรือทอง" เรือเด่นน้ำเลี้ยงดี ของเจ๊นี แห่งลพบุรี ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างอย่างเข้ามากรรมการ ในสนามก่อนหน้านี้ที่ อ.เสาไห้ จังหวัดสิงห์บุรี และเชื่อว่าเหล่าฝีพายหากไม่โดนพิษกระแสน้ำที่เล่นงาน น่าจะได้เฮกันยาวๆ ในสนามนี้


ประเภทเรือยาวเล็ก 30 ฝีพาย ชิงถ้วยเกียรติยศ(ก.2) มีทีมเข้าชิงชัยทั้งสิ้น 8 ทีม แบ่งเป็น 2 สาย ได้แก่

สาย เอ ประกอบด้วย เรือมงกุฎเพชร จ.พระนครศรีอยุธยา / เรือสักสกุลชัย จ.ราชบุรี / เรือเภตรารัตน์ จ.นครราชสีมา / เรือรุ่งสริยา จ.หนองคาย / เรือหนุ่มบางตะไน จ.ปทุมธานี

สาย บี ประกอบด้วย เรือเทพสาคร จ.สมุทรสาคร / เรือเพชรนำชัย จ.อุบลราชธานี / เรือเทพสิงหนคร จ.กรุงเทพมหานคร

(*สายการแข่งขันอาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง)


นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์แข่งขันระหว่างเรือเจ็ตสกีและเรือเครื่องวางกลาง 4 สูบ ด้วย และในวันที่ 8 พฤศจิกายน จะแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของเรือทุกประเภท สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และ 42 ถ่ายทอดสด "ศึกยอดฝีพายไทยรัฐ" สนามที่ 6 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป  

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้