วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บิ๊กตู่เคลียร์ข่าวปิดประเทศ

บิ๊กตู่เคลียร์ข่าวปิดประเทศ

โดย ลมกรด
6 พ.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

ปล่อยให้อึมครึมอยู่ 6 วัน และแล้ว “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ก็ออกมายืนยัน จะไม่มีการปิดประเทศ หลังจากที่พูดว่า “หากบ้านเมืองยังไม่สงบ ก็ต้องอยู่ต่อ แม้จะต้องปิดประเทศก็ตาม” ประกาศกลางที่ประชุมแม่น้ำ 5 สายที่รัฐสภา มีการถ่ายทอดสดด้วย ทำเอานักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติผวาไปตามๆกัน

เพราะตั้งแต่มีการทำรัฐประหาร ความเชื่อมั่นของนักลงทุนมีน้อยอยู่แล้ว ทั้งยังโดนนานาอารยประเทศแซงก์ชั่นหนักขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาล คสช.ก็ปฏิบัติตัวสวนกระแสโลกมาตลอด ละเมิดสิทธิเสรีภาพเป็นว่าเล่น ไม่แคร์คำเตือนขององค์กรระหว่างประเทศ นักลงทุนจึงมองว่าการปิดประเทศมีโอกาสเกิดขึ้นจริง

ในที่สุดบิ๊กตู่ก็แถลงแก้ข่าวว่า “ขอร้องสื่อทุกสื่อว่าอย่าขายความขัดแย้ง เพราะถ้าขายความขัดแย้งเหมือนกับขายประเทศ ไม่ต้องมาว่าผมพูดเสียหายหรือพูดแล้วหุ้นตก เขารู้สิ่งที่ผมพูดความหมายคืออะไร ผมอยากจะเป็นอย่างนั้นหรือ ไม่มีใครอยากทำหรอก พูดแต่เพียงว่าถ้ามันเป็นอย่างนั้นจะต้องไปถึงขั้นนั้นก็ตามใจ ไม่ใช่ผมจะไปปิด จะปิดทำไมเล่า...วันนี้ผมตอบเคลียร์เรื่องปิดประเทศแล้ว ใครจะไปประกาศปิดวะ ถ้าหุ้นมันตก มันตกเพราะสื่อ ฉันพูดของฉันในสภา บางเรื่องเป็นเรื่องที่พูดได้ข้างใน”

ไม่ว่าคำขู่ปิดประเทศของบิ๊กตู่จะพูดด้วยความพลั้งเผลอกลอนพาไป หรือพูดเพื่อหยั่งกระแส แต่เมื่อรู้ว่าสิ่งที่พูดไปส่งผลกระทบมหาศาล ก็ยอมออกมาเคลียร์ข่าวให้กระจ่าง ผมก็ขอชื่นชมในสปิริต ไม่ดันทุรัง ไม่เลี่ยงบาลีเหมือนที่นักการเมืองบางคนชอบทำ แม้หางเสียงมีโบ้ยใส่นักข่าวบ้าง แต่สื่อมวลชนรับสภาพได้ หนักนิดเบาหน่อยก็นึกถึงส่วนรวมก่อน จะได้ไม่ต้องมีปัจจัยมาซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจให้ทรุดไปอีก

นอกจากนี้ขอฝากถึง กองเชียร์บิ๊กตู่ รวมถึง โพลที่ทำชเลียร์สนับสนุนให้ปิดประเทศ บางเรื่องมันใหญ่หลวงเกินกว่าที่จะใช้แค่อารมณ์หรือความสะใจ ถ้าปิดประเทศจริงๆ ระบบการเงินการคลัง ระบบธนาคารจะปั่นป่วนหมด ทำมาค้าขายกับต่างประเทศไม่ได้จะเอาเงินเข้าออกประเทศก็ต้องถูกตรวจสอบ นักท่องเที่ยวไม่กล้ามา และไทยจะถูกโดดเดี่ยวในประชาคมโลก

ท่านผู้อ่านยังจำได้ไหมว่าเคยมองพม่ายังไงตอนปิดประเทศ ทั้งๆที่พม่าเคยมีความเจริญทัดเทียมหรืออาจจะมากกว่าไทยด้วยซ้ำ การใช้ภาษาอังกฤษก็ดีกว่า “อู ถั่น” คนพม่า เคยได้รับเลือกเป็นเลขาธิการสหประชาชาติ แต่พอประกาศปิดประเทศแล้วทุกอย่างกลับตาลปัตร ต่างชาติหนีมาลงทุนที่ไทยแทน จนเราทิ้งห่างพม่าไม่เห็นฝุ่น ตอนนี้พม่าเปิดประเทศแล้ว แต่ไทยยังไม่รู้เลยว่าจะมีเลือกตั้งเมื่อไหร่ จะเป็นประชาธิปไตยเต็มใบเมื่อไหร่

หวังว่าบิ๊กตู่และกองเชียร์จะเอากรณีนี้ไปเป็นบทเรียน เป็นผู้นำประเทศจะพูดอะไรต้องคิดให้รอบคอบ ยิ่งเรื่องที่อาจทำให้คนแตกตื่นยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ ดูอย่างข่าวหนุ่มการรถไฟพูดแซวแอร์โฮสเตสบนเครื่องบินว่า “ให้เก็บกระเป๋าดีๆ ระวังมีระเบิด” แค่คำพูดประโยคเดียวทำให้ผู้โดยสารทุกคนต้องลงจากเครื่อง เอากระเป๋าทุกใบลงมาตรวจ ปั่นป่วนไปหมดเพราะความคะนองปาก

แต่ดันมีการสร้างกระแสโจมตีแอร์โฮสเตสทำเกินกว่าเหตุ รู้ว่าหนุ่มการรถไฟแซวเล่น ทำไมต้องไปบอกกัปตันจนเป็นเรื่องใหญ่โต นี่แหละครับอารมณ์กองเชียร์ ผมอยากให้นึกถึงกฎกติกาสากลด้วย แอร์โฮสเตสต้องทำตามกฎการบินสากล เมื่อได้ยินคำขู่ พบความเสี่ยงจะเกิดอันตราย ก็จำเป็นต้องตรวจสอบ ไม่อย่างนั้นจะโดน ICAO เล่นงานอีกแน่

สุดท้ายผมขอชื่นชมบิ๊กตู่อีกครั้งที่ยืดอกแก้ไขข้อผิดพลาดครั้งนี้.

ลมกรด

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้