วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับตา “เมียนมา” ยักษ์หลับที่กำลังตื่น

จับตา “เมียนมา” ยักษ์หลับที่กำลังตื่น

โดย ซูม
6 พ.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

ผมไปพม่าหรือเมียนมา มา 3 ครั้ง ในช่วง 15–16 ปีที่ผ่านมานี้ และแต่ละครั้งที่ไปก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งมาโดยตลอด

เมื่อ 15 ปีก่อน ย่างกุ้ง เมืองหลวงของพม่าในขณะนั้นยังเงียบๆ สงบสงัด ร่มรื่น น่าอยู่น่าอาศัย แต่เหงาชะมัดในยามราตรี

แต่ ณ วันนี้ไม่ใช่แล้วครับ เพราะย่างกุ้งเริ่มมีสีสัน มีตึกรามบ้านช่องทันสมัยโผล่ผุดขึ้นมาเยอะ มีศูนย์การค้า 2-3 แห่ง มีตึกสูงๆหลายแห่ง ใกล้ๆ โรงแรมที่ผมพักสูงถึง 15 ชั้นเลยทีเดียว

สัญลักษณ์ของความเจริญที่แท้จริงอีกประการหนึ่ง ก็คือ รถติด...ช่วงนี้การจราจรในย่างกุ้ง เริ่มติดแล้วครับ แม้จะยังน้อยกว่าบ้านเรา แต่ก็น่าอึดอัดอยู่เหมือนกัน

ในสมุดบันทึกที่ผมทำการบ้านจดข้อมูลสำคัญๆของเมียนมาไว้ ก่อนเดินทางระบุว่า รายได้ต่อหัวต่อปีของพม่าในปี 2013 อยู่ที่ 4,752 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 143,560 บาท (โดยเอา 30 คูณแบบง่ายๆ) นับเป็นอันดับที่ 134 ของโลกในทัศนะของไอเอ็มเอฟ

ถือว่ายังเป็นประเทศรายได้ตํ่าที่จะต้องเร่งรัดพัฒนาต่อไป

ขณะเดียวกันใน วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ระบุว่า อัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเมียนมาเฉลี่ยร้อยละ 2.9 ต่อปี ถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับหลายๆประเทศในภูมิภาคนี้

แต่จากข้อเท็จจริงที่ผมพบเห็นด้วยตาและจากการคาดการณ์ของ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ ที่ติดตามความเจริญเติบโตของเมียนมามาตลอดปรากฏว่าต่างกันลิบลับ

ดร.กอบศักดิ์เชื่อว่า เมียนมาเริ่มขยายตัวมาจนถึง 8 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ ในปี 2014 และจะเฉลี่ยเกิน 8 เปอร์เซ็นต์ไปอีกหลายปี

เพราะเริ่มมีการลงทุน มีการก่อสร้าง มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และทุ่มเทในการพัฒนาทุกด้านอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ

คุณ คเนศร์ บูรณสิน ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สาขาย่างกุ้ง ที่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง บอกพวกเราว่ารัฐบาลที่มีทหารอยู่เบื้องหลังของเมียนมา ทำงานเป็นระบบอย่างเหลือเชื่อ

มีการวางแผนและปฏิบัติตามแผนเป็นขั้นตอน ใช้ที่ปรึกษาเป็นบริษัทจากต่างประเทศที่มีความชำนาญในทุกๆด้าน โดยเฉพาะด้านการเงิน การธนาคาร และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ

คำถามที่เขาถามบริษัทที่จะมาประมูลสัมปทานต่างๆในพม่า คำถามแรกก็คือ “คุณจะทำอะไรให้พวกเราบ้าง” ไม่ใช่คำถามที่ว่าคุณจะให้เงินเราเท่าไร? หรือใครให้เงินสูงสุดก็จะได้ไปแบบบ้านเรา

ที่สำคัญเมียนมายังมีทรัพยากรที่สมบูรณ์ในทุกๆ ด้านทั้ง ก๊าซธรรมชาติที่มีเหลือเฟือ

ในด้านการเกษตรนั้น เขามี 2 ลุ่มแม่น้ำใหญ่ คือ อิรวดี กับ สาละวิน ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกกว้างใหญ่ไพศาลเป็นแหล่งเพาะปลูกหลัก

วันใดที่เขาตั้งตัวติด เขาจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวอีกประเทศหนึ่งของไทยในการส่งข้าวออกสู่ตลาดโลก

โชคดีที่เมียนมาให้ความนิยมชมชอบคนไทย ไม่ถือว่าไทยเป็นคู่แข่ง ในทางตรงข้ามกลับถือว่าเราเป็นแบบอย่างในการพัฒนา เขาจะเดินตามในสิ่งที่ทำถูกต้อง และจะหลีกเลี่ยงในสิ่งที่ผิดพลาด

แน่นอน พม่ายังต้องใช้เวลาอีกยาวนานในการพัฒนาประเทศ เพื่อยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ต่างๆ แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนขยันขันแข็งอดทนก็อาจจะย่นระยะเวลาลงมาได้ไม่มากก็น้อย

ที่สำคัญทุกวันนี้ กำลังแรงงานของเขามาอยู่ในบ้านเราเป็นจำนวนมาก ทั้งในโรงงาน ในกิจการบริการ หรืองานแม่บ้านต่างๆ

ส่วนหนึ่งหรือส่วนใหญ่ อาจจะเดินทางกลับบ้านในไม่ช้า เพื่อทำงานในบ้านของเขาเองที่กำลังเจริญเติบโต

คิดเอาไว้หรือยังว่าเราจะจัดการกับประเทศของเราอย่างไร เมื่อแรงงานมหึมาของเมียนมาเดินทางกลับประเทศเขา?

ต้องขอขอบคุณธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) อีกครั้งที่ให้โอกาสผมไปพบเห็น และเรียนรู้อะไรบางสิ่งบางอย่างเพิ่มเติมที่พม่าในครั้งนี้

แม้จะอิ่มบุญจากการไหว้พระกลับมา แต่ก็มีข้อพึงสังวรและพึงระมัดระวังมาฝากรัฐบาลไทย ตลอดจนนักลงทุนไทยๆของเราด้วย

เมียนมากำลังโตครับ และจะโตขึ้นเรื่อยๆ...เราจะเกื้อกูลเขาอย่างไร? จะทำมาค้าขายกับเขาแบบไหน? จะแชร์ประโยชน์กับเขาอย่างไร? หรือแม้แต่ว่าจะต้องระมัดระวังอย่างไรบ้าง? หากวันหนึ่งเขาจะโตขึ้นมาเป็นคู่แข่งกับเราในบางเรื่อง เป็นคำถามที่ฝากให้คิดกันไปพลางๆจากการเดินทางไปพม่าครั้งนี้ครับ.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้