วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จ่อสอบ ‘ต้นหอม’ ‘แทค’ โบ้ย เคยรับงานให้ ‘ป้อง’ จะลบทิ้ง โพสต์คู่น้ำเมา

จ่อสอบ ‘ต้นหอม’ ‘แทค’ โบ้ย เคยรับงานให้ ‘ป้อง’ จะลบทิ้ง โพสต์คู่น้ำเมา

  • Share:

เตรียมเรียก “ดีเจต้นหอม” เข้าให้ ถ้อยคำเรื่องโพสต์ภาพคู่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลัง “แทค” โยน “ต้นหอม” เคยรับงานให้ ชี้เปิดลานเบียร์ผิดกฎหมายชัดเหตุมีการส่งเสริมการขาย ลั่นไม่มีอำนาจปิดเพราะเป็นหน้าที่ของกรมสรรพสามิต “แทค” พ้อไม่รู้ว่าโพสต์คู่ขวดเบียร์ผิด ด้าน “ป้อง” รับโพสต์รูปเพราะรู้จักกับเจ้าหน้าที่ในเบียร์ช้าง ยันไม่ได้รับเงินค่าจ้าง “หมอสมาน” เผย ป้อง-แทค มากับทนายคนเดิมที่เคยพาดารามาชี้แจง คำชี้แจงก็เป็นแบบเดิมๆ “ต๊อด” ร่ายยาวเหตุจุดประกายเรื่องนี้ไม่ใช่เพราะอิจฉา แต่ต้องว่ากันตามกฎหมาย

สัปดาห์ที่ 2 ของการเรียกเหล่าศิลปินดารา ที่โพสต์ภาพคู่ขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าให้ถ้อยคำ โดยเมื่อตอนสายของวันที่ 3 พ.ย. นายณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ หรือ “ป้อง” พระเอกชื่อดัง เข้าให้ถ้อยคำกับคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยมีทนาย ความมาด้วย พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันว่าไม่ได้รับการว่าจ้าง เป็นเพียงการโพสต์ช่วยน้องที่รู้จักและทำงานอยู่ในบริษัทช้างเท่านั้น ไม่รู้สึกกังวลต่อการเข้าให้ถ้อยคำกับเจ้าพนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะหากผิดก็ว่าไปตามผิด คงจะบอกว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ แต่ต้องเข้าใจกรณีนี้ยังใหม่ต่อสังคมไทย จึงต้องทำความเข้าใจและเป็นประสบการณ์ให้สังคมได้รับรู้ จะคิดให้มากขึ้น การโพสต์ภาพดังกล่าว ยอมรับว่าอาจเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีกับเยาวชน และคิดน้อยไปหน่อยในฐานะดารา แต่ก็เชื่อมั่นว่าทุกคนล้วนมีวิจารณญาณ

หลังเสร็จสิ้นการเข้าพบคณะกรรมการฯ ดาราหนุ่มเปิดเผยว่า ได้ชี้แจงและทำความเข้าใจกับคณะกรรมการฯในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนตัวถือว่าได้รับข้อคิดจากผู้ใหญ่ และมองในผลกระทบอีกด้านที่เกิดขึ้นในเชิงธุรกิจ หลายเรื่องเป็นเรื่องที่เราคิดไม่ถึง ส่วนโทษที่จะเกิดขึ้นต้องรอคณะกรรมการฯสรุปอีกครั้งก่อนว่าผลจะเป็นอย่างไร ส่วนการลบภาพนั้นคณะกรรมการฯได้ให้สิทธิในการที่จะลบหรือไม่ลบก็ได้ แต่คิดว่าคงจะลบ ในส่วนที่ตนทำผิดและได้ถูกเรียกเข้ามาตักเตือน ก็น้อมรับและจะแก้ไขต่อไป

จากนั้นเวลา 13.00 น. นายภรัณยู โรจนวุฒิธรรม หรือแทค นักแสดงชื่อดังเดินทางมาให้ปากคำกับคณะกรรมการและได้ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นการให้ถ้อยคำว่า บรรยากาศการให้ถ้อยคำเป็นไปอย่างสนุกสนานและใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง เร็วกว่าคนอื่นที่ใช้เวลา 2 ชั่วโมง เพราะตนพูดตรงประเด็นและพูดความจริง ในสิ่งที่คณะกรรมการฯอยากรู้ จึงทำให้การให้ถ้อยคำเป็นไปอย่างรวดเร็ว การที่โพสต์นั้นเป็นการโพสต์ตามไลฟ์สไตล์ปกติ ที่ส่วนตัวเป็นคนชอบโพสต์ชอบดื่มอยู่แล้ว ภาพที่ปรากฏก็เป็นการเซลฟี่เอง ไม่มีใครจ้าง ที่โพสต์เพราะคิดว่ามันชิวและเท่ ที่ผ่านมาไม่รู้ว่าการโพสต์ดังกล่าวผิดกฎหมาย รู้เพียงว่าเมาแล้วห้ามขับ แต่ หลังจากนี้คิดว่าต่อไปคงจะระวังมากขึ้นไม่โพสต์รูปคู่ขวดเบียร์อีก เพราะจะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีกับวัยรุ่น ตนยังได้รับการชวนให้ร่วมช่วยรณรงค์ ลด ละ เลิก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ยินดีให้ความร่วมมือ ในอนาคตหากมีใครมาจ้างเกี่ยวกับเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คงต้องพิจารณาให้มากขึ้น อยากจะฝากถึงคนที่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่า หากลด การดื่มได้ควรลด หากเมาก็ไม่ควรขับ เมื่อดื่มแล้วก็ต้องไม่ลืมว่าต้องรู้จักรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมด้วย

วันเดียวกัน นพ.สมาน ฟูตระกูล ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เผยว่า การให้ถ้อยคำของป้องและแทค ไม่ต่างจากดารา 7 คนแรก คิดว่าดาราจะมากันเอง แต่กลับมาพร้อมทนายความคนเดิม ดังนั้น คำตอบที่ได้จึงคล้ายๆกัน การเรียกดารามานั้น ไม่ได้ต้องการรู้ว่าดาราดื่มหรือผิดอะไรบ้าง แต่ต้องการให้โอกาสชี้แจง และการให้ข้อมูลของดาราบางคน ก็เป็นประโยชน์สามารถเชื่อมโยงไปยังธุรกิจได้ ซึ่งป้องระบุว่าการโพสต์รูปนั้น ทำไปเพราะรู้จักกับน้องในบริษัทเบียร์ ส่วนแทคก็พูดตรงหลายเรื่องที่ไม่ได้ถาม แต่แทคก็ระบุเองว่าเคยรับอีเวนต์ แต่เป็นการโฆษณาให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกยี่ห้อหนึ่ง ในช่วงเชียร์การแข่งฟุตบอล ซึ่งมีการจัดฉากให้โพสต์รูปเห็นโลโก้ โดยมี น.ส. ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ หรือดีเจต้นหอม และผู้จัดการส่วนตัวของดีเจต้นหอม เป็นคนช่วยรับงาน ดังนั้นคณะกรรมการฯจึงจะส่งหนังสือเชิญตัวดีเจต้นหอมและผู้จัดการเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วย ส่วนดาราที่เข้ามาให้ข้อมูลก่อนหน้านี้รับว่า เป็นคนโพสต์ภาพเองไม่เกี่ยวกับผู้จัดการ ดังนั้น จึงอาจไม่ต้องเชิญผู้จัดการดาราคนอื่นมา

นพ.สมานกล่าวต่อว่า สำหรับการเรียกดารา ที่โพสต์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะพยายามให้แล้วเสร็จก่อนปีใหม่ กรณีมีการระบุว่าไม่จำเป็นต้องลบภาพทิ้งนั้น จริงๆถือว่ามีโทษตามมาตรา 32 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากมีการปรับตามที่กำหนดแล้ว ยังจะมีการปรับรายวัน วันละ 50,000 บาท แต่จากการตรวจสอบของทีมงานในกลุ่มดารา ที่เข้ามาให้ข้อมูลยังไม่พบว่า มีใครโพสต์ภาพในลักษณะผิดกฎหมายเพิ่มอีก บางรายลบภาพเหล่านั้นแล้ว ในขณะที่บุคคลระดับสูงของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นเพื่อนที่กลุ่มดาราอ้างถึงนั้น ขณะนี้ได้มีการประสานขอเข้าให้ข้อมูลต่อเจ้าพนักงานในปลายเดือน พ.ย. ในส่วนของโดม-ปกรณ์ ลัม ซึ่งเดิมเคยให้ข้อมูลว่าจะมาวันที่ 4 พ.ย. ต้องเลื่อนออกไปก่อน ยังไม่มีกำหนดเข้ามาให้ปากคำอีก

นพ.สมานกล่าวอีกว่า กรณีตรวจสอบลานเบียร์ ปกติดำเนินการเป็นประจำทุกปี จะแยกส่วนระหว่างศูนย์อาหารภายในห้างสรรพสินค้ากับลานกิจกรรม ในส่วนของศูนย์อาหารไม่ถือว่าเป็นการกระทำผิดตามมาตรา 32 ฐานโฆษณา แต่ในส่วนของลานเบียร์นั้นถือว่าเป็นกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างชัดเจน มีดารานักแสดงเป็นผู้ชักชวนให้คนดื่ม มีสาวเชียร์เบียร์ มีกิจกรรมลด แลก แจก แถมตลอด ถือว่าผิดกฎหมายชัดเจน และมีการตรวจทุกปี ขณะนี้บางคดียังอยู่ในชั้นศาล ช่วงปีใหม่จะมีการตรวจ หรือสั่งปิดลานเบียร์หรือไม่ การตรวจนั้นมีการตรวจปกติ แต่กรณีปิด เป็นหน้าที่ของกรมสรรพสามิตที่จะอนุญาตให้เปิดหรือไม่ ทั้งนี้ ตนขอให้เจ้าพนักงานตามกฎหมายทุกฉบับปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง

ด้านผู้บริหารค่ายสิงห์ “ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี” ที่เป็นผู้จุดประเด็นปมดาราโพสต์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงโซเชียล ให้สัมภาษณ์ว่า ได้เข้าชี้แจงกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ตนเป็นผู้ที่เสนอและเปิดประเด็นขึ้นมาว่าสิ่งที่กระทำถูกต้องหรือเปล่า คงไม่อยากระบุไปที่ดาราคนใดคนหนึ่ง เหตุการณ์แบบนี้ต้องช่วยกันในเรื่องของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือดารา ถ้าทำผิดกฎหมายมันมีความผิด จะบอกว่าไม่รู้คงไม่ได้

ต๊อดกล่าวด้วยว่า สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกให้ทราบทั่วๆกันคือ หนึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากความอิจฉา ดาราจะถือสินค้าของตน ตนจะไม่ว่า คงไม่ใช่ อยากให้มองในเรื่องของผู้ประกอบการและกฎหมาย การที่ผู้ประกอบการทำกิจการใดๆ ที่หมิ่นเหม่ หรือเสี่ยงต่อกฎหมาย ผู้ที่ดูแลกฎหมายต้องให้ความเป็นธรรม อย่าเปิดประเด็นว่าดาราคนนี้ทำได้ คนนี้ทำไม่ได้ ดาราเป็นแค่เหยื่อ ผู้ประกอบการเป็นผู้ว่าจ้าง ต้องตรวจสอบว่าผู้ว่าจ้างทำผิดกฎหมายหรือเปล่า โดยการตรวจสอบ และให้ดาราเป็นพยาน เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ฝากบอกดาราว่า อย่าใช้ทนายที่เขาจัดหาให้ เขาจะไม่ปกป้องคุณ คุณต้องเลือกทนายเอง เพื่อปกป้องสิทธิในตัวของนักแสดง

ผู้บริหารสิงห์กล่าวด้วยว่า ในส่วนตนเขียนเฟซบุ๊กตั้งประเด็นขึ้นมา ฉะนั้นจะให้เป็นพยาน หรือผู้เสียหายคงไม่ใช่ ตนไม่ได้เสียหายอะไร แค่จุดประเด็นว่า สิ่งที่ทำมันถูกต้องหรือเปล่า มันไม่ใช่มีแต่บริษัทตน แต่มันมีบริษัทข้ามชาติ พร้อมจะใช้เงินถล่ม ใช้มีเดียในประเทศไทย ฉะนั้น ให้มันมีความชัดเจนดีกว่าว่าถูกหรือผิด อย่าทำให้เป็นสีเทาเลย ตนก็เคยจ้างดาราทำกิจกรรมเยอะแยะ แต่ถ้าจ้างดารามาถือสินค้าของตนไม่มี เรื่องปัญหาดาราต้องแยกแยะหลายส่วน ดาราบางคนก็มีสัญญากับสิงห์ด้วยซ้ำไป เรื่องของเพื่อนก็เรื่องของเพื่อน เรื่องของงานต้องแยกแยะ ตนไปชี้แจงไม่ได้ไปในฐานะโจทก์หรือจำเลย ก็ว่าไปตามกฎหมายครับ เรื่องเทศกาลลานเบียร์จัดได้ไหม ถ้าไม่ผิดกฎหมายก็จัด เช่นเดียวกัน ถ้าเขาบอกว่าประเด็นที่ผ่านมาไม่ผิด บริษัทตนก็คงต้องทำเหมือนกัน แต่มันจำเป็นหรือมันถูกต้องหรือ มันเป็นตัวอย่างที่ดีต่อสังคมหรือ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้