วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หมายจับคดี112 1-2วันออกอีก ‘ศรีวราห์’การันตี ยังไร้เงา‘ประวุฒิ’

หมายจับคดี112 1-2วันออกอีก ‘ศรีวราห์’การันตี ยังไร้เงา‘ประวุฒิ’

  • Share:

ยังไร้เงา “บิ๊กตุ้ย” พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ เข้าประชุมบริหารที่ ตร. ขณะที่ โฆษก ตร.คนใหม่เผยไม่ได้รับแจ้งว่านายตำรวจคนดังจะเข้าร่วม ส่วนข่าวลาออกรับจะไปตรวจให้ และชี้แจงเป็นเอกสาร ระบุยังยืนยันคำพูด ผบ.ตร.จะไปคิดแทน พล.ต.อ.ประวุฒิไม่ได้ พร้อมปัดข้อมูลข่าวมีนายทหารเอี่ยว เช่นเดียวกับวินธัยรับเห็นข่าวจากสื่อมี พล.ต.-พ.อ.ร่วมเกี่ยว แต่ยังไม่ชัดเจน ด้านพนักงานสอบสวนรุดสอบปากคำผู้การข่าวกรอง บช.ปส. ถามที่มาที่ไปเครื่องมือไฮเทคล่าคนร้ายไปอยู่ในความครอบครอง สารวัตรเอี๊ยดได้อย่างไร ส่วนพี่สาวหมอหยองเตรียมหอบเอกสารการเงินชี้แจงกองปราบฯ

กรณีตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีแอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ ประกอบด้วยหมอหยอง-นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ สารวัตรเอี๊ยด-พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรือ อาท ชัตเตอร์มหาเทพ คนสนิทหมอหยอง ต่อมา พ.ต.ต.ปรากรม ผูกคอตายระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี ขณะที่นายศุกร์โข ตามเสรี หรือเค หนุ่มบาร์โฮสต์ คนสนิทพ.ต.ต.ปรากรม ถูกดำเนินคดีในข้อหาครอบครองอาวุธปืน ท่ามกลางกระแสข่าวการลาออกของ พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษา (สบ 10) อดีตโฆษก ตร.ที่ยังเก็บตัวเงียบ หลังเดินทางกลับจากลาพักร้อนที่ต่างประเทศ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ยืนยันว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.อ.ประวุฒิ ว่าเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 พ.ย. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ จตช. รอง ผบ.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร.และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายงานว่า การประชุมในครั้งนี้ พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษา (สบ 10) ไม่ได้เข้าประชุมด้วย

หลังการประชุม พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีหมิ่นเบื้องสูงว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ย. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้พูดไปแล้ว ถึงตรงนี้ข้อมูลยังคงเดิม ส่วนการจะออกหมายจับใครเพิ่มหรือไม่ จากการตรวจสอบยังไม่มีการออกหมายจับใครเพิ่มเติม ส่วนประเด็นที่มีทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง และได้หนีออก นอกประเทศไปแล้ว ยังไม่มีข้อมูล ได้รับเพียงข่าวสารอย่างที่สื่อมวลชนรายงาน ทางเราก็ดูอยู่ สำหรับประเด็น ของ พล.ต.อ.ประวุฒิ นั้น ผบ.ตร.ได้พูดไปแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม ส่วนการไม่เข้าร่วมประชุมบริหารในครั้งนี้ ตนไม่ได้รับแจ้ง ส่วนกระบวน การลาออกของ พล.ต.อ.ประวุฒิ จะมีการดำเนินการอย่างไร จะไปตรวจสอบให้ แล้วจะชี้แจงเป็นเอกสาร เพราะการให้ข่าวสารอย่างนี้อาจจะไม่ถูกต้อง จะให้ ทีมงานโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปเอาระเบียบ มาแจก ตนยังยืนยันคำพูดของ ผบ.ตร.จะไปคิดแทน พล.ต.อ.ประวุฒิ คงไม่ได้ ไม่ทราบว่าท่านมีเหตุปัจจัยใด

“ข้าราชการตำรวจทุกคน จะมีดุลพินิจ มีความรับผิดชอบของตนเองอยู่ ท่านก็เป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ในการที่ท่านจะมาหรือไม่ อาจจะมีเหตุจำเป็นอย่างไร เราจะไปรู้ได้อย่างไร ท่านอาจ จะป่วยก็ได้ การทำงานของทีมโฆษกสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ พูดง่ายๆตรงๆ ผมจบโรงเรียนนายร้อย ไม่ได้จบนิเทศศาสตร์ ดังนั้น เอาความจริงเท่าที่เราทำงานอยู่มาบอกกล่าวประชาชนผ่านทางท่าน ผมพร้อมจะรับใช้ประชาชนผ่านท่าน เราต่างคนต่างทำหน้าที่ ผมทำหน้าที่ตำรวจ พวกท่านทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวผ่านไปยังประชาชน เป็นเรื่องงานในหน้าที่ผมตอบได้”พล.ต.อ.เดชณรงค์กล่าว

วันเดียวกัน มีรายงานว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท. รอง ผบ.ตร. ในฐานะ หน. พนักงานสอบสวน ได้ประชุมติดตามความคืบหน้าในการสอบสวนดำเนินคดี โดยให้ดำเนินการอย่าง ถูกต้องตามกฎหมาย หากมีพยานหลักฐานว่าผู้ใดกระทำความผิด ให้ดำเนินคดีทุกราย ไม่มีข้อยกเว้น แต่ก่อนดำเนินคดีกับผู้ใดให้เสนอ พล.ต.ท.ศรีวราห์ เป็นผู้พิจารณาสั่งการ

ด้านการทำงานของพนักงานสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูง มีรายงานว่า นางจีราภา อริยวงศ์โสภณ พี่สาวหมอหยองขอเลื่อนเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เกี่ยวกับหลักฐานการเงินของหมอหยอง จากวันพุธที่ 4 พ.ย. เป็นวันพฤหัสฯที่ 5 พ.ย. นอกจากนี้ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ยังได้บันทึกการตรวจยึดของกลางในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการตั้งสถานีวิทยุโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบด้วย 1.เครื่องรับ-ส่งวิทยุประจำที่ (ย่าน UHF) ยี่ห้อโมโตโรล่า รุ่นคอนต้าร์ หมายเลขเครื่อง 680CZX0052 หมายเลขอนุญาต กสทช. ที่ B00316-97-0050 จำนวน 1 เครื่อง 2.สายส่งกำลังสีดำ ขนาด 1/2 นิ้ว จำนวน 40 เมตร 3. เสาอากาศชนิดรอบๆตัว 2 ต้น ต่อพ่วงกับของกลางลำดับที่ 1 โดยสถานที่ตรวจยึดคือโรงแรมใบหยก 2 ถนนราชปรารภ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

โดยบันทึกของกลางในส่วนนี้ระบุว่า ตามคำสั่งของ ตร.ที่ 578/2558 ลง 16 ต.ค.2558 เรื่องแต่งตั้งคณะสืบสวนสอบสวนกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์แอบอ้างเบื้องสูงกระทำการที่มิบังควร อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบว่า พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ผู้ต้องหาในคดีนี้ลักลอบตั้งสถานีรับส่งวิทยุโดยผิดกฎหมาย อยู่ที่อาคารโรงแรมตึกใบหยก 2 ถนนราชปรารภ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ โดยมีนายวัฒนชัย โมธรรม กก.ผู้จัดการบริษัท เอ็มโอที เรดีโอ จำกัด เป็นผู้นำมาติดตั้ง เจ้าพนักงานตำรวจชุดตรวจยึด ได้เชิญนายวัฒนชัยมาเป็นผู้นำตรวจยึด พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองสื่อสาร ผู้ชำนาญการ ร่วมตรวจสอบ

ผลการตรวจสอบพบเครื่องรับส่งวิทยุแบบประจำที่ ระบบ Trank ที่มีย่านความถี่ ช่องความถี่ Tx 458.00 MHz Rx 450.415 MHz และอุปกรณ์ พบของกลางลำดับที่ 1 ตั้งวางอยู่ในชั้นวางเครื่องรับส่งวิทยุ ใกล้กับเครื่องรับส่งวิทยุที่ใช้สำหรับกิจกรรม ไบค์ ฟอร์ มัม ที่บริเวณชั้น 84 ของอาคารโรงแรมตึกใบหยก 2 โดยนายวัฒนชัยให้การว่า ได้รับ คำสั่งจาก พ.ต.ต.ปรากรม ให้นำเครื่องดังกล่าวมาติดตั้งที่อาคารตึกใบหยก 2 ตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค.58 มี พ.ต.ท.ปรเมษฐ์ แก้วนาค สว.ฝ่ายสื่อสาร 2 กอง ตำรวจสื่อสาร ผู้ชำนาญการยืนยันว่าเครื่องดังกล่าว ไม่ได้รับอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุโทรคมนาคม จึงได้ร่วมกันตรวจยึดไว้เป็นของกลางในคดีนี้ นำส่งพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังเข้าสอบปากคำ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ ขันธวิจารณ์ ผบก.ข่าวกรองยาเสพติด บช.ปส. เกี่ยวกับการเบิกจ่ายเครื่องชุด ถอดรหัส และถ่ายโอนข้อมูลมือถือ (เซลลา ไบท์) ที่พบในห้องพักของ พ.ต.ต.ปรากรม รวมทั้งสอบสวนปากคำพยานเป็นสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้องกรณีนายสุริยันให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการปั่นเพื่อแม่ รวมทั้งสอบสวนปากคำพยาน นายพรเพิ่ม ศรีสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่รัฐกิจสัมพันธ์ สำนักประธานกรรมการ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เกี่ยวข้องในคดี เรื่องนายสุริยัน เข้าพบนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อขอสนับสนุนโครงการปั่นเพื่อแม่ เพื่อมาประกอบสำนวนการสอบสวนในคดีนี้ด้วย

มีรายงานว่า จากการสอบปากคำ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ ขันธวิจารณ์ ผบก.ข่าวกรองยาเสพติด บช.ปส.กรณีเครื่องมือติดตามสะกดรอย เครื่องมือไฮเทคต่างๆของ บช.ปส.ไปอยู่ในห้องพัก พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ว่า พ.ต.ต.ปรากรมได้แอบอ้างคำสั่งเบื้องสูงนำเครื่องมือดังกล่าวไปใช้จริง แต่ไม่รู้ว่านำไปใช้ทำอะไร โดยขณะนี้คณะทำงานสืบสวนสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า พ.ต.ต.ปรากรมเอาเครื่องมือสืบสวนล้ำยุคไปใช้ในเรื่องใดบ้าง ส่วนพี่สาวของนายสุริยันต์ สุจริตวงศ์ หรือหมอหยอง จะเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำเรื่องนำเงินที่ได้จากหมอหยองไปซื้อคอนโดมิเนียมนั้น ในวันพรุ่งนี้จะเข้าให้ปากคำกับคณะทำงานสืบสวนสอบสวนต่อไป

วันเดียวกัน นายวิทยา สุริยะวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยว่า ขณะนี้ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ เลขาฯ ของนายสุริยัน 2 ผู้ต้องหาในคดี ม.112 ซึ่งถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี ภายในมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ยังปกติดีอยู่ทั้งคู่ ส่วนนายศุกร์โข ตามเสรี หรือเค ผู้ต้องหาในความผิดฐานครอบครองอาวุธ ปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง คนสนิท พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก็ปกติดีเช่นกัน

มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า จากการสอบปากคำนายสุริยันหรือหมอหยองพบว่า มีการพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง 3-4 ราย กองทัพอยู่ระหว่างการตรวจสอบ รายแรกเป็นนายทหารยศ พ.อ. พบข้อมูลว่า มีความเคลื่อนไหวที่ อ.แม่สอด จ.ตาก รวมทั้งได้รับรายงานจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองว่า นายทหารยศ พ.อ.นายนี้เดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่เวลา 06.35 น. ของวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางจุดตรวจสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ตม.จ.ตาก นอกจากนายทหารยศ พ.อ.รายนี้แล้ว นายสุริยันได้พาดพิงไปถึงนายทหารยศ “พล.ต.” ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์เรื่องเสื้อในกิจกรรมสำคัญด้วย สำหรับนายทหารทั้งสองนายที่นายสุริยันพาดพิงนั้น เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารที่มีความสนิทกันมาก รวมทั้งพบภาพถ่ายนายทหารทั้ง 2 นายถ่ายภาพร่วมในกิจกรรมต่างๆร่วมกับหมอหยองด้วย สำหรับนายทหารยศ พ.อ.คนดังกล่าวถือเป็นนายทหารที่มีความสนิทกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการ

ขณะเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า มีนายทหารยศ พล.ต. และ พ.อ. เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ตนเห็นข่าวจากสื่อมวลชนเท่านั้น เรื่องดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนและยังไม่มีการออกหมายจับอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่ได้รับการประสานจากตำรวจแต่อย่างใด

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท. รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนกล่าวถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้กองทัพยังไม่ได้เข้ามาแจ้งความหรือร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อให้ดำเนินคดีกับนายทหารที่กระทำความผิดตามที่ปรากฏเป็นข่าว อาจมีการไปร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม แต่ตอนนี้เรื่องยังมาไม่ถึงตน อย่างไรก็ตาม ในสำนวนที่ตนรับผิดชอบอยู่นั้นมีการให้การพาดพิงว่ามีนายทหารทั้งยศ พล.ต. และ พ.อ. มาเกี่ยวข้องพัวพัน และคนอื่นรวมอยู่ 40-50 นาย เป็นการซัดทอดกันไปมา แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนที่จะออกหมายจับทหารคนใดได้ ยืนยันว่าหากพบใครกระทำผิดจะต้องดำเนินการทั้งหมด โดยสำนวนที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนยืนยันว่าจะมีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมแน่นอน แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร คาดว่าอีก 1-2 วันนี้จะมีความคืบหน้าในการออกหมายจับเพิ่มเติม

ส่วนกรณีกระแสข่าวที่ว่ามีนายทหารยศ พล.ต. และ พ.อ. ที่เกี่ยวข้องและได้หลบหนีออกนอกประเทศนั้น พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของการ สืบสวนต้องไปถามชุดสืบสวนของ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ขณะเดียวกัน ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปประสานเชิญคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มาให้ข้อมูลกับทางพนักงานสอบสวนในประเด็นเรื่องการติดตั้งเสาสัญญาณสื่อสาร และจะเรียกตัวแทนของบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาให้ดำเนินการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้