วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เตือนชนโลก-13พ.ย. ชิ้นส่วนจรวดสหรัฐฯลงมหาสมุทรอินเดีย

เตือนชนโลก-13พ.ย. ชิ้นส่วนจรวดสหรัฐฯลงมหาสมุทรอินเดีย

  • Share:

ขอบคุณภาพ : AFP

จับตา 13 พ.ย. ขยะอวกาศ ชิ้นส่วนจรวดแซทเทิร์น 5 ของสหรัฐฯ เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เมตร จะพุ่งชนโลก ดีเดย์เวลา 13.20 น. สมาคมดาราศาสตร์ไทยเผยมีดาวเคราะห์น้อย 1 หมื่นดวงใกล้โลก แต่มี 1,600 กว่าดวงจัดอยู่ในประเภทอันตราย ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เผยคืนฮาโลวีน โลกระทึกมีวัตถุหนัก 450 กิโลกรัมพุ่งเฉียดโลก

กรณีที่หลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยมองเห็นลูกไฟสีเขียวพุ่งลงมาจากท้องฟ้าเมื่อช่วงค่ำของคืนวันที่ 2 พ.ย. สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนจำนวนมากนั้น

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. นายบุญรักษา สุนทรธรรม ผอ.สถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์ว่า ลูกไฟสีเขียวที่ปรากฏบนท้องฟ้าดังกล่าว วิเคราะห์เบื้องต้น น่าจะเป็นชิ้นส่วนของดาวเคราะห์น้อย ที่หลุดเข้ามาในวงโคจรของโลก คาดว่าเดิมน่าจะมีน้ำหนักประมาณ 30-40 ตัน วัตถุดังกล่าวมีองค์ประกอบของโครเมียม ทำให้เห็นแสงเป็นสีเขียว ต่างกับชิ้นส่วนของดาวเคราะห์น้อยที่ตกลงมายังโลกเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ที่มีองค์ประกอบของแมกนีเซียม จึงเห็นเป็นแสงสีเหลือง โดยชิ้นส่วนของดาวเคราะห์น้อยดวงล่าสุดนี้ คาดว่าน่าจะเป็น ส่วนหนึ่งของฝนดาวตกกลุ่มดาวทอริด ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ด้วย


นายบุญรักษากล่าวว่า ขณะนี้สถาบันฯได้รวบรวมข้อมูลทุกอย่าง ทุกทาง ส่งไปให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือนาซ่า เพื่อให้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องกลับมาให้ แต่เบื้องต้นคือ ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ปกติมาก เพราะแต่ละวันจะมีชิ้นส่วนของดาวเคราะห์น้อย หรือขยะอวกาศตกลงสู่โลกทุกวัน วันละหลายหมื่นดวง รวมน้ำหนักแล้ว ไม่ต่ำกว่า 1 แสนตัน แต่ถือเป็นความบังเอิญที่เราเห็นปรากฏการณ์นี้ถึง 2 ครั้ง ในระยะเวลาที่ใกล้ๆกันคือห่างกันเพียง 2 เดือนเศษเท่านั้น ขอเรียนว่าไม่ต้องตกใจหรือกังวลใจเป็นปรากฏการณ์ปกติ ลูกไฟที่ตกลงมาพื้นโลกนั้น จะมีเชื้อโรคจากนอกโลก หรือมีสารกัมมันตภาพรังสีปนเปื้อนเข้ามาหรือไม่นั้นคิดว่าไม่น่าจะมี เพราะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงผ่านชั้นบรรยากาศจนลุกไหม้ ส่วนกัมมันตภาพรังสี ยังตรวจสอบไม่ได้ คาดว่าไม่น่าจะมีเช่นกัน

ขณะที่นายวิมุติ วสะหลาย กรรมการวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทย เปิดเผยว่า ถึงแม้โอกาสที่วัตถุท้องฟ้าหรือดาวเคราะห์น้อยจะชนโลกมีน้อยมาก แต่โอกาสอันน้อยนิดนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าโลกจะปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะขณะนี้ยังถือว่าโลกยังมีสายตาที่ไม่มากพอ ที่จะคอยสอดส่องว่ามีวัตถุใดที่เข้าใกล้หรือเฉียดโลกไปบ้าง หลายครั้งที่วัตถุท้องฟ้าหรือดาวเคราะห์น้อย เคลื่อนที่เข้าใกล้โลกแล้วไม่มีใครมองเห็น จนเข้าระยะจวนเจียนจริงๆ ทั้งนี้ มีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจนน่าตกใจมาก คือ เมื่อคืนฮาโลวีนวันที่ 31 ต.ค. มีดาวเคราะห์น้อย ชื่อ 2015 TB 145 ขนาด 450 เมตร หรือขนาดเท่าภูเขาย่อมๆ ลูกหนึ่ง เคลื่อนที่เข้าใกล้โลก ด้วยระยะห่างแค่ 487,000 กิโลเมตร ไกลกว่าระยะดวงจันทร์แค่ 30 เปอร์เซ็นต์ โดยดวงจันทร์ห่างจากโลก 384,000 กิโลเมตร หากดาวเคราะห์น้อยดวงดังกล่าวเข้าชนโลกจริงๆ โลกจะได้รับความเสียหายอย่างมาก โดยข้อมูลจากองค์การน่าซาระบุว่า เพิ่งจะค้นเจอ 2015 TB 145 เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ก่อนหน้าที่จะมาเฉียดโลกแค่ 21 วันเท่านั้น

นายวิมุติกล่าวต่อว่า เวลานี้มีดาวเคราะห์น้อยดวงที่อยู่ใกล้โลกที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เรียกว่า วัตถุใกล้โลก (NEO--Near Earth Objects) อยู่ประมาณ 1 หมื่นกว่าดวง และในจำนวนนี้ มีประมาณ 1,600 กว่าดวง ที่จัดอยู่ในประเภทอันตราย (PHA--Potentially Hazardous Asteroid) ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แม้ขณะนี้จะยังไม่พบดาวเคราะห์น้อยดวงใดที่จะชนโลก แต่ในวันที่ 13 พ.ย. จะมีวัตถุดวงหนึ่งพุ่งเข้าชนโลกอย่างแน่นอน วัตถุดวงนี้ไม่ใช่ดาวเคราะห์น้อย ไม่ใช่ดาวหาง แต่เชื่อว่าเป็นขยะอวกาศ มีชื่อว่า WT1190F นักวิทยาศาสตร์ติดตามวัตถุดวงนี้ได้อย่างละเอียด จึงพยากรณ์เวลาและจุดตกได้อย่างแม่นยำว่าจะตกลงในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากชายฝั่งของประเทศศรีลังกาไปทางใต้ประมาณ 100 กิโลเมตร ในเวลา 13.20 น. วันที่ 13 พ.ย. ตามเวลาประเทศไทย คาดว่าเป็นชิ้นส่วน ของจรวด ซึ่งอาจเป็นของแซทเทิร์น 5 ของประเทศสหรัฐฯ ขยะอวกาศดังกล่าวมีลักษณะกลวง เส้นผ่า ศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร น่าจะถูกเผาไปจนหมดหรืออาจเกือบหมดในชั้นบรรยากาศ เชื่อว่าคนในศรีลังกาและใกล้เคียงจะเห็นเป็นลูกไฟดวงใหญ่แน่นอน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้