วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทำไมคนไทยจึงเข้าชมเว็บไซต์สายพันธุ์ไทยลดลง?

ทำไมคนไทยจึงเข้าชมเว็บไซต์สายพันธุ์ไทยลดลง?

  • Share:

นานๆ ทีจะได้มีโอกาสกลับมาเขียนเรื่องราวใกล้เคียงชื่อคอลัมน์แบบนี้สักครั้ง ก็หมายความว่า มันน่าจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ โดยความเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ล้วนมี Social Media เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทั้งสิ้น

ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังพูดถึงก็คือ ในช่วง 3-6 เดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเว็บไซต์อันดับ 1-10 ในประเทศไทยตามการจัดอันดับของ truehits.net ได้ลดจำนวนลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นกันมาตลอด ซึ่งแนวโน้มก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะจำนวนผู้เข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

ภาวะเช่นนี้ ถือว่าเป็นภาวะที่ไม่ปกติแน่ จึงเป็นเรื่องน่าสนใจที่จะมาหาคำตอบกัน โดยหลังจากที่ได้สดับตรับฟังจากผู้รู้ในแวดวงอินเทอร์เน็ตและ Social media อย่างหลากหลาย ทำให้พอจะมีคำอธิบายกันต่อไปนี้

ประการแรก น่าจะมาจากการเติบโตของ Social Media ประเภทที่การแชร์หรือแบ่งปันด้วยการส่ง link เพื่อให้ผู้รับไปกดดูเอง ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย โดยเฉพาะ Line ซึ่งการแบ่งปันข่าวสารใช้วิธีการ copy ตัวหนังสือแล้วนำไป paste ลงในกลุ่ม แล้วก็มีการส่งต่อกันไปในกลุ่มต่างๆ โดยการแบ่งปันข่าวสารในลักษณะนี้ จะไม่ช่วยสร้างยอดการเข้าชมข่าวหรือบทความให้กับเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่ผลิตเนื้อหาข้อมูลข่าวสารนั้น

เมื่อยอดเข้าชมไม่เพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้อ่านจริง เม็ดเงินโฆษณาที่จะเข้าไปสู่เว็บไซต์นั้นก็จะไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งในระยะยาวน่าเป็นห่วงว่า หากเม็ดเงินโฆษณาไม่ไปหล่อเลี้ยงเว็บไซต์ที่ผลิตข้อมูลข่าวสาร แล้วต่อไป ใครจะเป็นผู้ผลิตข้อมูลข่าวสารดีๆ ออกสู่สาธารณะเพื่อให้ความรู้และความบันเทิงแก่ผู้อ่านหรือผู้ชม

ประการต่อมา น่าจะเป็นสาเหตุจากความแพร่หลายของ Social Media อื่นๆ โดยเฉพาะ Facebook ที่ครั้งหนึ่งเคยช่วยเพิ่มยอดจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ จนทำให้เกิดการเติบโตของยอดผู้ชมอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการพึ่งพา Social Media ในการเพิ่มจำนวนผู้เข้าชม เว็บไซต์หลายแห่ง มีผู้เข้าชมผ่าน Facebook ถึงกว่า 90% ซึ่งหมายความว่า หากยอดผู้เข้าชมในแต่ละวันอยู่ที่ 1 ล้าน UIP จะมียอดผู้ชมที่เข้ามาชมเว็บไซต์นั้นโดยตรงเพียง 10% หรือประมาณ 100,000 UIP เท่านั้น

ต่อมาเมื่อมีการพึ่งพา Facebook มากๆ เข้า วันหนึ่ง Facebook จึงเริ่มมาจำกัดจำนวนสมาชิกที่จะได้เห็นข้อมูลข่าวสารที่ส่งตรงมาจาก Fanpage ที่แต่ละเว็บไซต์สร้างขึ้นมาเพื่อเผยแพร่ข่าวสารไปยังสมาชิกเพื่อกดกลับมาอ่านข้อมูลข่าวสารในเว็บไซต์ของตน เช่น จากที่เคยกระจายไปให้สมาชิกเห็นจำนวน 200 คนจากสมาชิกทั้งหมด 1,000 คน ก็จะเหลือที่ไปถึงสมาชิกจริงเพียง 50 คนหรือแค่ 5%

หากเจ้าของเว็บไซต์และแฟนเพจ อยากที่จะให้ข้อความหรือ link ของข่าวสารถูกกระจายไปยังสมาชิกในจำนวนที่มากกว่านี้ ก็ย่อมทำได้ แต่ต้องจ่ายเงินให้กับ Facebook ที่มีการเข้มงวดในเรื่องการให้บริการฟรีมากขึ้น เท่ากับว่าเจ้าของเว็บไซต์จะถูกบีบว่า หากต้องการใช้ Facebook เป็นเครื่องมือในการเพิ่มจำนวนผู้ชม ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นนั่นเอง

มาถึงสาเหตุประการที่สาม ที่น่าจะทำให้ยอดจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ไทยมีจำนวนลดลง อาจจะมาจากสาเหตุที่พฤติกรรมการบริโภคข่าวสารของคนไทยเปลี่ยนไปจากที่เคยชอบอ่านข้อความหรือข้อมูลข่าวสารอะไรยาวๆ มาวันนี้ อาจต้องการทราบเพียงหัวข้อข่าวหรือหัวข้อเรื่องนั้นๆ เพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่า ทันกับสถานการณ์แล้ว โดยไม่สนใจเนื้อหาสาระของเรื่องราวนั้นๆ ในรายละเอียด

ความสนใจข้อมูลข่าวสารเพียงให้ทราบหัวข้อหรือเรื่องราวย่อๆ ดังกล่าว อาจมีส่วนทำให้การคลิก link เข้ามาอ่านข้อมูลข่าวสารหลังจากที่ได้เห็นหัวข้อและเรื่องย่อแล้วมีน้อยลง บ่อยครั้งเราจะเห็นได้ว่า ข้อมูลข่าวสารบางเรื่องมีจำนวนยอดคนแชร์ มากกว่าจำนวนคนเข้าชม หรืออีกนัยหนึ่งคือ พอเห็นหัวข่าวหรือหัวเรื่องน่าสนใจก็กดแชร์ต่อไปเลย โดยไม่ได้เข้าไปอ่านเนื้อหารายละเอียดของเรื่องนั้นๆ

สาเหตุประการสุดท้ายที่น่าจะทำให้ยอดการเข้าชมเว็บไซต์ไทยลดลง อาจมาจากสถานการณ์บ้านเมืองที่อยู่ในช่วงสถานการณ์พิเศษที่ปราศจากฝ่ายค้าน มีการคุมเข้มจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในเรื่องการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร จึงอาจทำให้ข้อมูลข่าวสารในช่วงนี้ ไม่มีอะไรตื่นเต้น หรือน่าสนใจเหมือนตอนที่มีการต่อสู้ทางการเมืองอย่างเข้มข้นร้อนแรงในช่วงปลายปี 2556 จนถึงเดือน พ.ค. 2557

ข่าวสารที่พอจะดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคสื่อออนไลน์ในขณะนี้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นข่าวสารในวงการบันเทิงหรือข่าวดราม่าที่เกิดขึ้นตาม Social Media ต่างๆ แล้วสื่อหลักๆ นำมาพูดตรวจสอบและพูดถึง เพื่อให้เกิดความกระจ่าง ซึ่งข่าวสารเหล่านี้มักจะถูกส่งต่อกันไปเรื่อยๆ จนเกิดความเข้าใจผิดไปทั่วแล้ว

ทั้งหมดนี้ เป็นสภาพการณ์โดยทั่วไปที่น่าจะเป็นสาเหตุทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคข่าวสารชาวไทยเปลี่ยนแปลงไปด้วยการเสพข้อมูลข่าวสารของเว็บไซต์ที่เป็นต้นตอของการผลิตข้อมูลข่าวสารนั้นโดยตรงน้อยลง ซึ่งส่งผลให้จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์น้อยลงไปด้วย ขณะที่แนวโน้มของการที่เว็บไซต์ยอดนิยมจากต่างประเทศ เช่น Google และ Facebook จะสร้างระบบการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารโดยไม่ต้องผ่านเว็บไซต์ของผู้ผลิตเนื้อหาข้อมูลข่าวสารก็มีให้เห็นแล้วในบางประเทศ

เว็บไซต์สายพันธุ์ไทยในวันนี้ จึงจำเป็นที่จะต้องปรับตัวขนานใหญ่ทั้งในด้านเนื้อหาและการนำเสนอเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโลกออนไลน์และ Social Media ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะหากปรับตัวไม่ทัน ก็มีโอกาสที่จะล้มหมอนนอนเสื่อ เก็บของกลับบ้านไปประกอบธุรกิจอื่นในเวลาที่ไม่นานนัก...

ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี
www.twitter.com/chavarong

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้