วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นายกฯ​ ลั่นใช้ ม. 44 ป้อง คกก.จากอำนาจมืด-ไม่กลั่นแกล้ง

นายกฯ​ ลั่นใช้ ม. 44 ป้อง คกก.จากอำนาจมืด-ไม่กลั่นแกล้ง

  • Share:

"บิ๊กตู่" เหน็บประชานิยมถ้าดีจะมีคดีหรือไม่ ลั่นใช้ ม. 44 ป้อง คกก.จากอำนาจมืด-ไม่กลั่นแกล้ง ลั่นแนวคิดลดเวลาเรียนเสริมกิจกรรม ไม่ใช่ความคิดห่วยๆ มีชุดประเมินคอยตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ เชื่อเด็กได้ประโยชน์ คิดเป็นดีกว่าเรียนแล้วท่องจำ ขออย่าติตั้งแต่ต้น ตัดพ้อไม่อยากทำหากไม่มีใครอยากรับ

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เรื่อง การคําสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 39/2558 โดยใช้อำนาจมาตรา 44 เพื่อให้ความคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้อง ในคดีทุจริตจำนำข้าวว่า "วันนี้ผมพยายามจะใช้กลไกที่มีอยู่แล้ว ทำให้มากที่สุด เว้นแต่บางอันที่มันติดขัดแต่ต้องไม่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย อย่างเช่นการลดเวลาขั้นตอนต่างๆ หรือการทำประชาพิจารณ์กฎหมายเขาเขียนว่าต้องใช้เวลาสองปี แล้วเมื่อไหร่จะได้ทำ จะลดลงมาได้หรือไม่แต่ไม่ใช่ไม่ทำ แต่ก็มีบางคนไปสร้างความเข้าใจผิดว่า รัฐบาลจะบังคับโน่นนี่ ทำให้คนจนเดือดร้อน ถูกไล่ที่ดิน ใครเขาอยากจะไปทำ เว้นแต่คนที่มันบุกรุกอยู่ มันมีแผนงานที่ต้องเดินหน้า ไม่ใช่ทำคนเดียวพร้อมกันหมด มันไม่ได้"

นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้กับดักเราติดอยู่ที่คำว่าประชาธิปไตย การเลือกตั้งก็กำหนดไว้แล้วว่าจะเลือกตั้งปี 60 ก็เลือกกันไปสิ แต่ถ้าเลือกตั้งแล้วกลับมาเป็นแบบเก่าใครจะเป็นคนสัญญากับตนว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก นักการเมืองสัญญาหรือไม่ ตนยังไม่เห็นนักการเมืองคนใดออกมาพูดเลยว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร มีแต่พูดถึงว่า จะเข้ามาอย่างไร พรรคใหญ่พรรคเล็กทำให้ไม่มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่เห็นจะพูดว่าจะแก้ปัญหาเกษตรกรอย่างไร หรือต้องเก็บไว้เป็นนโยบายหาเสียง

"เวลาหาเสียงก็ต้องพูดด้วยว่า จะทำอะไร ใช้เงินที่ไหน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเพราะการให้คำสัญญากับประชาชน ต้องทำตามนั้น และต้องไม่ทำให้เกิดผลเสียหายกับการเงินการคลังของประเทศ ผมจะไม่พูดว่าประชานิยมดีหรือไม่ดี พูดแล้วขัดแย้งเปล่าๆ แต่ถ้ามันดีก็ต้องไม่มีคดีเข้ากระบวนการยุติธรรม ไม่มีผลกระทบกับเรื่องอื่นๆ เพราะผมไม่ได้ไปขัดแย้งอะไรกับท่านอยู่แล้ว หลายอย่างที่รัฐบาลนี้ทำ ผมทำใหม่ การใช้เงินก็ต้องมีเหตุมีผล เอาไปทำอะไร เกิดอะไรขึ้นตามมา ไม่ใช่เอาไปบรรเทาความเดือดร้อนแล้วก็จบ แล้วก็ให้ใหม่อีก มันจะเอาเงินจากที่ไหนมาให้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า หากประเทศเรายังทำการค้าขาย ลงทุน เกษตรกรรม แบบเดิมคงอยู่ไม่ได้ วันหน้าต้องคิดว่าถ้ามีน้ำไม่พอในการทำการเกษตรจะทำอย่างไร รัฐบาลจะเอาเงินจากไหนให้ท่าน ท่านต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในช่วงนี้ไปทำอะไรอย่างอื่นที่เหมาะสมโยรัฐบาลเริ่มต้นให้

"แล้วก็เอาไปพ่วงกับคดีที่กำลังดำเนินการอยู่ ไปลากปนกันได้อย่างไร ถ้าทำไอ้นี่ ตรงโน้นผิด ตรงนี้ไม่ผิด การเชื่อมโยงแบบนี้ทำให้ประเทศเสียหาย ต้องไปสอนคนว่าอะไรคือสุจริตอะไรคือทุจริต ถ้าไม่รู้ตรงนี้ก็ไม่ต้องทำอย่างอื่น กะอีแค่เขียนว่าถ้าการกระทำโดยสุจริต กรรมการเขาก็ไปตรวจสอบโดยสุจริต ไม่ได้ไปเอนเอียง เข้าข้าง ให้ร้าย ทั้งหมดเป็นไปตามหลักฐานทั้งสิ้น ที่คุ้มครองเขาเพราะเขากลัวอำนาจมืด ผมก็เอาอำนาจสว่างไปช่วยเขาแค่นั้นเอง ไม่ใช้ว่าไปตรวจสอบให้มันผิดให้ได้ ถึงคณะกรรมการทำออกมาแล้ว เขาก็ยังมีสิทธิ์ไปสู้ในศาลปกครองอีก มีที่ไหนเขาให้บ้าง อำนาจแบบที่ผมมี ทำไมไม่เขียนแบบนี้ เขียนกันอยู่ได้จนประชาชนลุกขึ้นมาใหม่ หาว่าผมไปรังแกเขา ผมจะไปรังแกได้อย่างไร ถ้าไม่มีมูลก็ไม่ต้องถูกฟ้อง จะไปโทษใครก็ไม่ได้ แต่มันมีมูลก็ต้องไปสู้คดีเอา ถ้าสู้ชนะมันก็จบ เขาอยู่กันอย่างนี้ไม่ใช่หรือประเทศไทย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า "ที่ใช้ ม.44 เพื่อให้มันง่ายขึ้น ลดเวลาให้เร็วขึ้น แต่ไม่ได้ยกเลิกกฎหมาย ไม่ใช่จะไปสั่ง เดี๋ยวผมก็โดนหาว่าเอื้อประโยชน์อีก ไม่ใช่คุ้มครองคนทุจริต แต่คุ้มครองกรรมการที่เขาไปตรวจสอบทั้ง 2 คณะ ซึ่งตามกฎหมายมันต้องตั้ง เมื่อตั้งเสร็จเขาก็รายงานกลับเข้ามา จากนั้นก็ไปหาวิธีว่าทำยังไงให้ไม่หมดอายุความ เพราะศาลแพ่งอายุความปีเดียวก็หมดแล้ว มันไม่ทัน แล้วคณะกรรมการเขาจะกล้ารายงานหรือไม่ ต้องเรียกฝ่ายถูกกล่าวหามาให้ข้อมูลเพิ่ม เอาพยานมา แล้วพยานแต่ละคนเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาเขาทั้งนั้น ทางคณะกรรมการเขาจะได้สบายใจ ว่าทำหน้าที่ ถ้าเขาทำแล้วไม่สุจริตเขาก็ผิด แต่ถ้าทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ไปสู่กระบวนการ เนี่ยเขาเรียกว่าสุจริต"

เชื่อ แนวคิดลดเวลาเรียนเสริมกิจกกรม เด็กได้ประโยชน์

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงมาตรการการลดเวลาเรียนว่า ทุกคนเป็นกังวลแต่ทุกคนไม่เอาข้อมูลทั้งหมดไปลง นำเอาจุดอ่อนไปตีเป็นประเด็น การลดเวลาเรียนไม่ใช่ให้เด็กกลับบ้าน แต่ใช้เวลาช่วง 14.00 น. ไปแล้วมาจัดระเบียบใหม่ ซึ่งหลักวิชาการสอนเวลาตามนี้อยู่แล้ว ซึ่งเด็กสามารถสอบได้อย่างนี้ทุกวันนี้ก็เท่าเดิมหรือแย่กว่าเดิมก็ไม่รู้ เราจึงต้องจัดระเบียบช่วงบ่ายว่าจะทำอะไร ไม่ใช่ว่าสั่งให้ไปลดเวลาเรียนแล้วจะไปทำอะไรก็ทำ อย่างที่หลายคนเรียกร้องเข้ามา ครูบางคนเขียนหนังสือร้องเรียนมาที่หนังสือพิมพ์ ว่า "สั่งมาแบบนี้จะทำอย่างไร เพราะไม่มีความรู้" ก็เพราะไม่ฟังกัน สื่อก็ไม่ช่วย เขามีเมนูกิจกรรมไปให้เลือก 4 กลุ่ม และวันนี้สมัครไป 4 พันกว่าโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้เลือกกลุ่มกิจกรรมที่สามารถสอนได้ ซึ่งจะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะเพิ่มการเรียนรู้แก่นักเรียน ส่วนด้านวิชาการไม่ต้องกลัว เพราะเวลาเรียนของเดิมก็ได้เวลา 14.00 น. ไม่ใช่ว่ากิจกรรมเหล่านี้จะทำให้คะแนนตก มีแต่คะแนนจะเพิ่มขึ้นเพราะว่าคิดเป็น ไม่ใช่เป็นแต่ท่องอย่างเดียวแล้วไปสอบ เป็นการสอนให้รู้จักการทำงาน วิธีนำวิชาการมาปฏิบัติ ไม่ใช่สอนค่านิยม 12 ประการของตน 2 ชั่วโมง อันนั้นเป็นเรื่องของจิตสำนึกไม่ต้องไปสอน แค่เขียนให้อ่านแล้วเขาทำตอบตัวเองก็ได้แล้ว ไม่ต้องบังคับ แต่คนเดือดร้อนคือสังคม ในเมื่อเขาไม่ทำก็เดือดร้อนต่อสังคม คิดสอนคนแบบนี้บ้าง ถ้าท่านไม่ช่วยตนก็ไปไม่ได้หมด

นายกฯ กล่าวต่อว่า ช่วงนี้จะมีการประเมิน จัดชุดประเมิน 300 ชุด จัดครูนำร่อง วิทยากรนำร่องว่าการสอนตามเมนูสอนอย่างไร ตำราก็ร่างไว้ให้ คู่มือก็มี เขาไม่ได้คิดห่วยๆ ออกมาแล้วก็สั่ง หรือดีที่สุดคือไม่ต้องสั่งอะไรปล่อยอยู่เฉยๆ มันถึงเป็นอย่างนี้ระบบการศึกษาที่ผ่านมา เพราะคนนำมันไม่ได้คิดแบบนี้ ตนไม่อยากโทษข้าราชการเขาทำตามที่นโยบายมา ถ้านโยบายไม่ดีเขาก็ทำแบบของเขาตามหน้าที่ พ.ร.บ.ของทุกหน่วยงานมีหมด วันนี้ตนต้องไปบูรณาการรวบมาให้ได้ ให้คิดด้วยกัน เมื่อก่อนทำเป็นแท่งหมด ถ้าไม่สั่งก็จะเป็นแบบเดิมอย่าไปหวังว่าจะดีขึ้น เพราะฉะนั้นจะต้องเอาหัวข้อการประเมินของต่างประเทศที่เขาประเมินไว้ท้ายๆ ในอาเซียนก็เกือบท้าย ในโลกก็เกือบท้ายของ 60 ประเทศ ไม่ได้ต้องเอามาดูว่าเราผิดตรงไหน เราไม่ดีตรงไหนก็แก้ตรงนั้น ไม่ใช่แก้เพื่อเขา แต่แก้เพื่อการศึกษาของเรานายกฯ

กล่าวต่อว่า การเรียนในห้องยังเหมือนเดิม เพียงแต่ครูต้องสอนให้แน่นขึ้น หากในเวลาเรียนไม่พอ หลัง 14.00 น. เอามาติวอีกก็ได้ โดยเฉพาะเด็กสอบตกจะได้ไม่ต้องไปติวข้างนอก ไม่ใช่สักแต่ลดเวลาเรียนกลับบ้าน แล้วครูไปหาประโยชน์ข้างนอก ถ้าสั่งแบบนั้นคงไม่ใช่ตน ไม่ใช่รัฐบาลนี้ ที่จะสั่งชุ่ยๆ เราต้องเร่งรัดจากนี้ไปถึง ก.ค. 60 มันจะทำให้สำเร็จไปได้บ้าง

"ให้ช่วยกันคิดไม่ใช่ติตั้งแต่ต้น ที่กำลังคิดจะทำก็ไม่ได้ทำ จะส่งต่อก็ไม่อยากส่งแล้วเบื่อ เพราะไม่รู้ว่าจะทำให้ใคร ทุกคนไม่ได้ต้องการ ทุกคนต้องการแต่ความขัดแย้ง ผมก็ทำแบบนั้นดีกว่ามั้ง ทำส่งๆ ไปเดี๋ยวก็เลือกตั้งแล้ว เพราะฉะนั้นอยากจะฝากให้ทุกคนคิดแบบที่ผมคิดว่าปัญหาประเทศอยู่ที่ไหน แล้วจะให้ประเทศเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกสักกี่ปี ลูกหลานลำบากหรือไม่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้