วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศิษย์เก่าโวย! โรงเรียนดัง ถูกจัดโชว์โคโยตี้ รอง ผอ.แจง ห้ามไม่ทัน

ศิษย์เก่าโวย! โรงเรียนดัง ถูกจัดโชว์โคโยตี้ รอง ผอ.แจง ห้ามไม่ทัน

  • Share:

ศิษย์เก่าเล่นโซเชียล เห็นโรงเรียนที่เคยเรียน ถูกใช้พื้นที่จัดโชว์โคโยตี้-กระบะติดเครื่องเสียง มองไม่เหมาะสม ด้านรองผอ. แจง ตอนมาขออนุญาตระบุแค่จัดแข่งฟุตซอล ไม่คิดจะโชว์โคโยตี้ ครูเวรโทรแจ้งแล้ว แต่เข้าระงับไม่ทัน...

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 58 ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า ผู้ใช้งานเว็บไซต์พันทิปรายหนึ่ง ได้ตั้งกระทู้ร้องเรียน "โคโยตี้กับรถติดเครื่องเสียงในสถานศึกษา” โดยผู้โพสต์เล่าว่าเพื่อนตนเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านสมุทรปราการ และบังเอิญไปเห็นกิจกรรมในเฟซบุ๊กของสมาชิกกลุ่มหนึ่งซึ่งขออนุญาตใช้พื้นที่โรงเรียนจัดงาน โดยมีโคโยตี้ และรถกระบะติดเครื่องเสียงเข้าร่วม ซึ่งมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม

จากการตรวจสอบพบว่าโรงเรียนดังกล่าวที่ถูกกล่าวถึง คือโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม ทีมข่าวสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ จึงได้ตรวจสอบไปยัง นายสงัด ประวุฒิ รองผู้อำนวยการโรงเรียน ชำนาญการพิเศษ ได้รับคำชี้แจงว่า กลุ่มดังกล่าวได้มาแจ้งความประสงค์ ขอใช้พื้นที่ภายในโรงเรียนเพื่อจัดงานแข่งขันฟุตซอลในวันที่ 1 พ.ย. 58 ที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อครูเวรที่อยู่โรงเรียนวันเกิดเหตุ ได้โทรมาแจ้งกับตนว่า ไม่ใช่มีเพียงแต่การแข่งขันฟุตซอล มีสาวโคโยตี้เต้นอยู่บนรถกระบะด้วย จึงรีบโทรไปแจ้ง รองผอ. อีกคนหนึ่งให้รีบมาที่โรงเรียน แต่กว่าจะเดินทางมาถึงก็ไม่ทันการณ์ จึงเกิดภาพดังกล่าวปรากฎขึ้น

นายสงัดกล่าวว่า วานนี้ (2 พ.ย.) กลุ่มดังกล่าวที่ยื่นขอใช้พื้นที่ ได้เข้ามาที่โรงเรียนเพื่อชำระเงินค่าใช้สถานที่ ตนจึงได้ต่อว่าไป "ทำไมถึงทำแบบนี้ คิดอะไรอยู่ รู้ไหมว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับสถานที่” ขณะที่ตัวแทนกลุ่มได้ระบุว่า เป็นกิจกรรมเสริมต่อเนื่อง ก่อนเอ่ยปากขอโทษ

ขณะเดียวกัน นายสงัดระบุว่า ผู้ที่มาขอใช้สถานที่โรงเรียนจัดกิจกรรมส่วนใหญ่นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นชาวบ้านในชุมชนรอบโรงเรียน ซึ่งที่ผ่านมามีทั้งจัดงานบวช งานแต่งงาน ฯลฯ หากจะไม่ให้ก็กระไรอยู่ อีกทั้งในใบขออนุญาตใช้สถานที่ได้ระบุชัดเจนว่าห้ามรับประทานเครื่องดื่มแอลกฮอล์ ห้ามอนาจาร จึงไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น เบื้องต้นได้ทำการขึ้นบัญชีดำกลุ่มที่ฝ่าฝืนกฎไว้ หากจะขอใช้สถานที่ครั้งหน้าคงไม่อนุญาตอีก ส่วนเรื่องคดีความอยู่ระหว่างปรึกษาผู้เกี่ยวข้องว่าจะเอาผิดได้หรือไม่ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้จบลงไปแล้ว 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้