วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พาณิชย์ จับมือ ธนาคารโลก ดันเอสเอ็มอีกว่า 2 ล้านราย เข้าถึงแหล่งเงินทุน

พาณิชย์ จับมือ ธนาคารโลก ดันเอสเอ็มอีกว่า 2 ล้านราย เข้าถึงแหล่งเงินทุน

  • Share:

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือ ธนาคารโลก เดินหน้าเตรียมพร้อม รองรับกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ คาดบังคับใช้ ก.ค. ปีหน้า เผย ช่วยปลดล็อกเอสเอ็มอีกว่า 2 ล้านราย เข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้น ระบุ ส่งผลดีต่อการทำธุรกิจ...

วันที่ 3 พ.ย. 58 นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมฯ อยู่ระหว่างเตรียมการ เพื่อบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ ที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว และอยู่ระหว่างการรอให้มีผลบังคับใช้ภายใน 240 วัน หลังจากวันที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่า จะมีผลบังคับใช้ประมาณเดือน ก.ค. 59 

ในเบื้องต้นได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับและติดตามผลการเตรียมความพร้อมรองรับภารกิจตาม พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจฯ เช่น จัดตั้งสำนักงานทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ เพื่อรับจดทะเบียน แก้ไขรายการ และยกเลิกการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ รวมทั้งเป็นคลังข้อมูลการจดทะเบียนหลักประกันฯ และประกาศกรมฯ เพื่อรองรับการปฏิบัติงานตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังเตรียมพร้อม การจดทะเบียนหลักประกันทางออนไลน์แบบเรียลไทม์ เพื่อให้แจ้งข้อมูลเข้าระบบได้ทันที สร้างความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบถึงทางเลือกใหม่ ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยจะจัดสัมมนาให้ความรู้ เกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว วันที่ 3 ธ.ค.นี้ อีกทั้ง ยังร่วมมือกับธนาคารโลก วางระบบด้านทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจด้วย

"กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจเป็นมิติใหม่ของวงการธุรกิจและภาคการเงินของไทย ทำให้เอสเอ็มอี นำทรัพย์สินที่มีมูลค่า ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจมาเป็นหลักประกันการชำระหนี้ได้โดยไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินนั้นทำให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น และมากขึ้น รวมถึงยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย และน่าจะมีผลให้อันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของไทย ที่จัดโดยธนาคารโลก ดีขึ้นกว่าปีนี้" อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าว

ด้าน นายชัยณรงค์ โชไชย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบัน เอสเอ็มอีไทย เข้าถึงแหล่งเงินทุนยากมาก เพราะไม่มีหลักทรัพย์ ที่นำมาเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินได้ แต่การมีกฎหมายหลักประกันฯ จะทำให้เอสเอ็มอีนำทรัพย์สิน มาใช้เป็นหลักประกันในการขอกู้เงินกับสถาบันการเงินได้ ทั้งกิจการ, สิทธิเรียกร้อง, สังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ เช่น เครื่องจักร สินค้าคงคลัง วัตถุดิบที่ผลิตสินค้า, ทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นการปลดล็อกการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเอสเอ็มอีกว่า 2 ล้านราย จากปัจจุบัน ที่มีเอสเอ็มอีทั่วประเทศราว 2.8 ล้านราย ขณะเดียวกัน จะมีการลงทุนและขยายการลงทุนมากขึ้น มีการจ้างงานมากขึ้น เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศดีขึ้น คาดว่า ในปีแรกที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ จะมีเอสเอ็มอีใช้ประโยชน์จากกฎหมายนี้ราว 10% ของทั้งหมดกว่า 2.8 ล้านราย

ส่วน นางฟรานซิส อีเลน แม็กเอียเชิน ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักประกันทางธุรกิจ บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (ไอเอฟซี) หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารโลก กล่าวว่า กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจฯ นอกจากทำให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังสร้างความโปร่งใสในภาคการเงินด้วยระบบทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจอีกด้วย แต่จนถึงขณะนี้ ไม่สามารถบอกได้ว่า อันดับของไทย ใน Ease of Doing Business 2016 จะดีขึ้นหรือไม่ เพราะมีเกณฑ์ในการจัดอันดับ 10 ข้อ ซึ่งการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเอสเอ็มอี เป็นหนึ่งในเกณฑ์ดังกล่าว คาดว่า เมื่อกฎหมายบังคับใช้แล้ว ไทยจะได้คะแนนในเกณฑ์ข้อนี้มากขึ้นแน่นอน.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้