วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บ้านคุณอยู่เขตไหน? ส่อง 4 ทำเลทองแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ราคาพุ่งติดจรวด

บ้านคุณอยู่เขตไหน? ส่อง 4 ทำเลทองแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ราคาพุ่งติดจรวด

  • Share:

เริ่มเห็นเค้าโครงกันบ้างแล้ว สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ที่นับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากถนนลาดพร้าว-บางกะปิ มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น แต่ก่อนที่จะสำเร็จก็ต้องผ่านขั้นตอนสำคัญ คือ การจัดตั้งกรรมสิทธิ์และเวนคืนที่ดิน ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากและวุ่นวาย เพราะส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้..

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอตามติดแผนเวนคืนที่ดิน เพื่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ว่า จุดไหนบ้างที่จะโดนเวนคืน? แล้วจริงหรือไม่ ราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าราคาสูงพุ่งปรี๊ดดดด.. !?

ทำเลทองตามแนวรถไฟฟ้า ราคาพุ่งปรี๊ดดดด

ประกาศ พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน สร้างรถไฟฟ้าสีเหลือง ลาดพร้าว - สำโรง

ภายหลังจาก มีรายงานจากเว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา ประกาศราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะโดนเวนคืนในท้องที่เขตจตุจักร เขตห้วยขวาง เขตวังทองหลาง เขตบางกะปิ เขตสวนหลวง เขตประเวศ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร และอำเภอบางพลี อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ.2558 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนด เขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่ดังกล่าว เพื่อดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดสร้างโครงการขนส่งด้วยระบบรถไฟฟ้า สถานที่จอดรถสำหรับผู้โดยสาร และกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการรถไฟฟ้าตามโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง 

โดยเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกา สืบเนื่องจากมีความจําเป็นต้องดําเนินกิจการขนส่งมวลชน ตามโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สําโรง ในท้องที่ดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สมควรกําหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะดําเนินการเพื่อกิจการขนส่งมวลชนในท้องที่ดังกล่าว เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจดําเนินการสํารวจและเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพ ลักษณะ และการเข้าใช้ประโยชน์บน เหนือ หรือใต้พื้นดินหรือพื้นน้ำ เพื่อการวางแผนหรือออกแบบกิจการขนส่งมวลชน 

อ่าน : พระราชกฤษฎีกา (คลิกที่นี่

ส่อง! โครงการ แนวเส้นทาง รถไฟฟ้าสายสีเหลือง คาดเสร็จ 2562 นี้!

สำหรับรายละเอียดโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง เป็นระบบขนส่งมวลชนประเภทรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Straddle Monorail) มีลักษณะเป็นโครงสร้างยกระดับตลอดแนวเส้นทาง มีระยะทางทั้งสิ้น 30.4 กิโลเมตร ประกอบด้วยสถานีทั้งหมด 23 แห่ง โรงจอดรถศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่ง อาคารและลานจอดรถไฟฟ้า 1 แห่ง บริเวณพื้นที่ทางแยกต่างระดับศรีเอี่ยม ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสายสีน้ำเงินที่สถานีรัชดา (สถานีลาดพร้าวของสายสีน้ำเงิน) กับระบบขนส่งมวลชน 4 สาย คือ สายสีเทาของกรุงเทพฯ สายสีส้มบริเวณทางแยกลำสาลี รถไฟเชื่อมต่อท่าอากาศยาน (Airport Rail Link) บริเวณทางแยกต่างระดับพระราม 9 และสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ที่สถานีสำโรง

แนวเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง

โดยแนวเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง เริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงินระยะแรก) ที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ไปตามแนวถนนลาดพร้าว โดยเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาของกรุงเทพมหานครที่แยกฉลองรัช และยกระดับข้ามทางด่วนฉลองรัชจนถึงทางแยกบางกะปิ จากนั้นแนวเส้นทางจะเลี้ยวขวาไปทางทิศใต้ตามถนนศรีนครินทร์ เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ทางแยกลำสาลี ต่อจากนั้นแนวเส้นทางจะยกระดับข้ามทางแยกต่างระดับพระราม 9 โดยเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Rail Link) และผ่านแยกพัฒนาการ แยกศรีนุช แยกศรีอุดมสุข แยกศรีเอี่ยม จนถึงแยกศรีเทพา ซึ่งแนวเส้นทางจะเลี้ยวขวาอีกครั้งไปทางทิศตะวันตก ตามแนวถนนเทพารักษ์ ผ่านจุดเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ที่สถานีสำโรง และสิ้นสุดแนวเส้นทางบริเวณถนนปู่เจ้าสมิงพราย 

เปิดโผที่ตั้ง 23 สถานี จุดเวนคืน สร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง

23 ที่ตั้งสถานี 23 จุดเวนคืนที่ดิน เพื่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง

สำหรับเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มีทั้งหมด 23 สถานี ได้แก่ 
1.สถานีรัชดาฯ อยู่หน้าอาคารจอดรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล (สถานีลาดพร้าว) ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 3.5 แสนบาทต่อตารางวา
2.สถานีภาวนา อยู่ปากซอยภาวนา ลาดพร้าว 41 ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 1.7 แสนบาทต่อตารางวา
3.สถานีโชคชัย 4 อยู่หน้าศูนย์การค้าโชคชัย 4 ลาดพร้าว 53 ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 1.7 แสนบาทต่อตารางวา 
4.สถานีลาดพร้าว 65 ปากซอยลาดพร้าว 65 ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 1.5 แสนบาทต่อตารางวา
5.สถานีฉลองรัช อยู่หน้าห้างอิมพีเรียล เวิลด์ ลาดพร้าว 81 ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 1.8 แสนบาทต่อตารางวา
6.สถานีวังทองหลาง อยู่หน้าโรงเรียนบางกอกศึกษา ลาดพร้าว 112 ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 1.5 แสนบาทต่อตารางวา
7.สถานีลาดพร้าว 101 ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 1.5 แสนบาทต่อตารางวา
8.สถานีบางกะปิ อยู่หน้าห้างแม็คโคร ใกล้เดอะมอลล์ บางกะปิ ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 2 แสนบาทต่อตารางวา
9.สถานีแยกลำสาลี ด้านทิศใต้แยกลำสาลี เชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 2.5 แสนบาทต่อตารางวา
10.สถานีศรีกรีฑา อยู่ด้านทิศใต้แยกศรีกรีฑา บริเวณจุดที่จะก่อสร้างทางแยกต่างระดับ ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 2.4 แสนบาทต่อตารางวา
11.สถานีพัฒนาการ อยู่ระหว่างจุดตัดทางรถไฟและจุดตัดถนนพัฒนาการ เชื่อมกับแอร์พอร์ตลิงก์สถานีหัวหมาก ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 2.4 แสนบาทต่อตารางวา
12.สถานีคลองกลันตัน อยู่หน้าธัญญะช็อปปิ้ง พาร์ค และบ้านกลางเมืองศรีนครินทร์ ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 2.2 แสนบาทต่อตารางวา
13.สถานีศรีนุช อยู่ด้านทิศใต้ของแยกศรีนุช ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 2.2 แสนบาทต่อตารางวา
14.สถานีศรีนครินทร์ 38 อยู่บริเวณปากซอยศรีนครินทร์ 38 ใกล้กับธนาคารกรุงไทย ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 2.2 แสนบาทต่อตารางวา
15.สถานีสวนหลวง ร.9 อยู่ระหว่างห้างซีคอนสแควร์ และห้างพาราไดซ์ พาร์ค ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 2.3 แสนบาทต่อตารางวา
16.สถานีศรีอุดม อยู่ด้านทิศใต้แยกศรีอุดม ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 2.3 แสนบาทต่อตารางวา
17.สถานีศรีเอี่ยม อยู่บริเวณทางแยกต่างระดับศรีเอี่ยม เยื้องโครงการศุภาลัยปาร์ค และโรงแรมเมเปิล ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นจุดจอดแล้วจร และศูนย์ซ่อมบำรุงด้วย บนที่ดินของแขวงการทาง ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 2.5 แสนบาทต่อตารางวา
18.สถานีศรีลาซาล ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 1.7 แสนบาทต่อตารางวา
19.สถานีศรีแบริ่ง อยู่ด้านใต้แยกศรีแบริ่ง ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 1.5 แสนบาทต่อตารางวา
20.สถานีศรีด่าน อยู่ด้านทิศเหนือใกล้กับแยกศรีด่าน ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 1.2 แสนบาทต่อตารางวา
21.สถานีศรีเทพา อยู่ด้านทิศตะวันตกใกล้กับแยกศรีเทพา ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 1 แสนบาทต่อตารางวา
22.สถานีทิพวัล อยู่ปากซอยหมู่บ้านทิพวัล ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 9 พันบาทต่อตารางวา
23.สถานีสำโรง อยู่ใกล้ตลาดสดเทพารักษ์ จะเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว (แบริ่ง-สมุทรปราการ) ราคาประเมินที่ดิน อยู่ที่ 1 แสนบาทต่อตารางวา
(ข้อมูลการประเมินราคาที่ดิน ณ สิ้นปี 2558 : ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์วิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส)

สำหรับราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าที่ทางราชการประเมินราคาไว้ว่า ราคาที่ดินจะเพิ่มขึ้น 75% นั้น ถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าราคาตามท้องตลาดทั่วไป เนื่องจากราคามี่ทางราชการตั้งไว้สำหรับเสียภาษี ไม่ได้ใช้เพื่อการซื้อขาย

ทั้งนี้ ความคืบหน้าของการสำรวจพื้นที่ที่จะโดนเวนคืนนั้น นายอดุลย์เวทย์ จิตรประเสริฐ ผู้อำนวยการกองกรรมสิทธิ์ที่ดิน 2 รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายกรรมสิทธิ์ที่ดิน กล่าวว่า หลังจากที่ราชกิจจานุเบกษา ประกาศพระราชกฤษฎีกาออกมา ทาง รฟม. ยังไม่ได้ดำเนินการเข้าไปสำรวจพื้นที่ที่จะโดนเวนคืน เนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองยังไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาระดมทุน ตาม พ.ร.บ. ปี 2556 ที่จะต้องเป็นไปตามขั้นตอนเพื่อเข้า ครม. เห็นชอบและอนุมัติโครงการเรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถเริ่มดำเนินการได้

4 ทำเลทอง ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ราคาพุ่งสูง..!?

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงราคาประเมินมูลค่าที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ว่า ที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าโดยทั่วไปมีขนาดพื้นที่ไม่เกิน 4-5 ไร่ต่อแปลง ซึ่งสามารถเทียบและประเมินราคาได้ ดังนี้

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

“ทำเลทองที่ 1 พื้นที่บริเวณโรงเรียนปานะพันธุ์(เก่า) เขตลาดพร้าว ช่วงระหว่าง 5 แยกลาดพร้าวกับรัชดาภิเษก ราคาประเมิน พบว่า ปี 2556 ราคาอยู่ที่ ตารางวาละ 3.1 แสนบาท ส่วนปี 2557 ราคาอยู่ที่ ตารางวาละ 3.2 แสนบาท ซึ่งในอนาคต หากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองแล้วเสร็จ มูลค่าที่ดินจะเพิ่มขึ้นปีละ 10%” ดร.โสภณ กล่าว

“ทำเลทองที่ 2 ที่ดินย่านศรีนครินทร์ บริเวณช่วงถนนศรีนครินทร์ ใกล้กับพัฒนาการ ราคาประเมิน พบว่า ปี 2556 ราคาอยู่ที่ ตารางวาละ 1.8 แสนบาท ส่วนปี 2557 ราคาเพิ่มขึ้นเป็น 2 แสนบาท ซึ่งในอนาคต หากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเสร็จ มูลค่าที่ดินจะเพิ่มขึ้นปีละ 10%” ดร.โสภณ กล่าว

“ทำเลทองที่ 3 ที่ดินย่านศรีนครินทร์ บริเวณซีคอนสแควร์ลงมาช่วงตอนล่าง ราคาประเมิน พบว่า ปี 2556 ราคาอยู่ที่ ตารางวาละ 1.9 แสนบาท ส่วนปี 2557 ราคาเพิ่มขึ้นเป็น ตารางวาละ 2 แสนบาท ซึ่งในอนาคตมูลค่าที่ดินจะเพิ่มขึ้นปีละ 10%” ดร.โสภณ กล่าว

“ทำเลทองที่ 4 ที่ดินบริเวณย่านถนนศรีนครินทร์-บางนา ราคาประเมินพบว่า ปี 2556 ราคาอยู่ที่ 1.2 แสนบาท ซึ่งราคาปัจจุบันอยู่ที่ 1.3 แสนบาท และในอนาคต หากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเสร็จ มูลค่าที่ดินจะเพิ่มขึ้นปีละ 10% เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าราคาที่ดิน ตั้งแต่ช่วงศรีนครินทร์ลงมาตอนล่าง ราคาจะไม่พุ่งเท่ากับบริเวณอื่น เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกลเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ” ดร.โสภณ กล่าว

“กรมธนารักษ์” ประกาศราคาที่ดินใหม่ กทม.ขึ้น 15% แนวรถไฟฟ้าพุ่ง 75%

ขณะที่ นายเอกวัฒน์ มานะแก้ว รองอธิบดีด้านบริหาร กรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินรอบใหม่ปี 2559-2562 พบว่า ภาพรวมที่ดินใน กทม. ปรับราคาเพิ่มขึ้น 15.78% ราคาที่ดินสูงสุดอยู่ที่พื้นที่สีลม ราคาตารางวาละ 1 ล้านบาท ส่วนราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้า มีราคาสูงขึ้น 75% ส่งผลให้ราคาที่ดินทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 25%

ดร.โสภณ กล่าวว่า สำหรับราคาที่ทางราชการประเมินนั้น ถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่สูง ถ้าเทียบกับการประเมินราคาตามท้องตลาดทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ที่ดินสีลม ตารางวาละ 1 ล้านบาท และที่ดินสยาม ตารางวาละ 9 แสนบาท ขณะที่ตนประเมินมูลค่าที่ดินสีลมไว้ อยู่ที่ ตารางวาละ 1.5 ล้านบาท  และที่ดินสยาม ตารางวาละ 1.7 ล้านบาท เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าราคาที่ตนประเมินสูงกว่าราคาของทางราชการ  เนื่องจากตนเชื่อว่าราคาที่ดินสยามมีราคาสูงกว่าที่ดินสีลม เพราะเป็นใจกลางเมืองและแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญ

ดร.โสภณ พรโชคชัย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตัวเลขราคาที่ดินที่ทางราชการประกาศออกมาจะพุ่งขึ้น แต่ก็ยืนยันว่าไม่ส่งผลต่อราคาที่ดินตามท้องตลาด ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดว่า ราคาประเมินที่ราชการประกาศพุ่งขึ้น จะส่งผลให้ปีหน้าราคาบ้านเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งไม่เป็นความจริง เนื่องจากราคาประเมินที่ดินทางราชการไม่มีผลต่อราคาบ้าน เพราะโดยทั่วไปราคาที่ทางราชการประเมินจะต่ำกว่าราคาตามท้องตลาดอยู่แล้ว

ดร.โสภณ กล่าวอีกว่า มูลค่าที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าที่ทางราชการประเมินว่า เพิ่มขึ้น 75% นั้น ถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าราคาตามท้องตลาดทั่วไปเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากราคาที่ทางราชการตั้งไว้สำหรับเสียภาษี ไม่ได้ใช้เพื่อการซื้อขาย

กรมธนารักษ์ ประกาศราคาที่ดินใหม่ กทม.ขึ้น 15% แนวรถไฟฟ้าพุ่ง 75%

“การเวนคืนที่ดิน” ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีโครงการก่อสร้างสิ่งต่างๆ เพราะพื้นที่เดียวกัน อาจมีทั้งคนได้ที่ประโยชน์และเสียประโยชน์ร่วมอยู่ เพราะฉะนั้นเอง จึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันกับทุกฝ่าย และนำพาโครงการรถไฟฟ้าก้าวไปสู่ความสำเร็จในเร็ววัน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้