วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทำองค์กรอิสระให้อิสระ

ทำองค์กรอิสระให้อิสระ

  • Share:

องค์กรอิสระเป็นประเด็นที่สำคัญอย่างหนึ่งในการร่างรัฐธรรมนูญรอบใหม่ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงว่า กรธ.เห็นควรเพิ่มกรรมการการเลือก ตั้ง (กกต.) จาก 5 คน เป็น 7–9 คน เปลี่ยนการใช้เสียงข้างมาก เพื่อตัดสินเรื่องสำคัญ เป็นมติเอกฉันท์ และยกเลิกการแบ่งงานเป็น 5 ด้าน มาเป็นองค์กรที่รับผิดชอบร่วมกัน

ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรธ.มีมติให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบคดีการเมืองก่อน และต้องใช้เวลาไม่มากเกินไป ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้องค์กรอิสระแต่งตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจ เพื่อให้องค์กรอิสระปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระปราศจากการแทรกแซงของการเมือง

องค์กรอิสระมีความสำคัญ อย่างยิ่งสำหรับระบอบประชาธิปไตยของไทยเพราะเป็นผู้ตรวจสอบอำนาจทางการเมือง เริ่มตั้งแต่การเข้าสู่อำนาจจนถึงการใช้อำนาจ โดยปกติประเทศประชาธิปไตยที่พัฒนาใช้เพียงอำนาจนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ ก็สามารถตรวจสอบและถ่วงดุลซึ่งกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ระบบนี้ ไร้ประสิทธิภาพในประเทศไทย

เนื่องจากเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ตรวจสอบรัฐบาลหรือฝ่ายบริหารอย่างจริงจังเพราะเป็นพวกเดียวกัน รัฐธรรมนูญ 2540 “ฉบับปฏิรูปการเมือง” จึงให้กำเนิดองค์กรอิสระมากมาย เพื่อตรวจสอบอำนาจนิติบัญญัติและบริหารอย่างจริงจังและได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ยังมีเสียงวิจารณ์ว่าองค์กรอิสระไม่ยึดโยงประชาชนและอยู่เหนือการตรวจสอบ

ตามรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ต้องยอมรับว่าองค์กรอิสระยึดโยงกับประชาชน เพราะผ่านคณะกรรมการ สรรหาโดยวุฒิสภาเป็นผู้แต่งตั้งขั้นสุดท้าย วุฒิสภามาจากเลือกตั้ง และองค์กรอิสระก็ถูกตรวจสอบเช่นเดียวกับฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหาร เช่น อาจถูกยื่นเรื่องให้วุฒิสภา (ฝ่ายนิติบัญญัติ) ถอดถอนหรือฟ้องต่อศาลฎีกานักการเมือง (ฝ่ายตุลาการ) ในคดีอาญา

ปัญหาที่มาและการตรวจสอบองค์กรอิสระน่าจะแก้ไขได้ไม่ยาก โดยเขียนไว้ให้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ ให้มีที่มาที่ยึดโยงประชาชน รวมทั้งระบุว่าองค์กรอิสระ แต่ละแห่งจะถูกตรวจสอบอย่างไร แต่ยังมีปัญหาสำคัญที่ยังแก้ไม่ตกคือ “ความเป็นอิสระ” ที่แท้จริงในการปฏิบัติหน้าที่ ที่ผ่านมามีองค์กรอิสระบางองค์กรถูก นักการเมืองแทรกแซงจนไม่เหลือความอิสระ

รัฐธรรมนูญกำหนดคุณสมบัติของ กกต.ไว้ว่า ต้อง “มีความเป็นกลางทางการเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” แต่ผู้นำการเมืองบางคนเคยคุยว่า “กกต.ของเรา” เป็นไปได้อย่างไร? ทำอย่างไรจึงจะป้องกันการเมืองแทรกแซงองค์กรอิสระได้? การเพิ่ม กกต.จาก 5 คนเป็น 9 คน และใช้มติเอกฉันท์ตัดสินเรื่องสำคัญๆ (แทนเสียงข้างมาก) อาจจะแก้ปัญหาได้บ้าง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้