วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เล่าเรื่องเมือง “เมียนมา”

เล่าเรื่องเมือง “เมียนมา”

โดย สายล่อฟ้า
4 พ.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

ได้มีโอกาสเดินทางไปร่วม “งานบุญ” กับคณะของแบงก์กรุงเทพ ที่นำโดยคุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ จำกัด และทีมงานผู้บริหารชุดใหญ่เพื่อทอดกฐินประจำปี ณ นครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา หรือพม่าที่เรียกกันตามความเคยชิน

การเปลี่ยนแปลงชื่อประเทศจากพม่าเป็นเมียนมานั้น เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลปัจจุบัน ที่มี พล.อ.เต็ง เส่ง เป็นประธานาธิบดี หลังเปิดประเทศและได้จัดให้มีการเลือกตั้งเพื่อเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยตามเสียงเรียกร้องของนานาชาติ

เพราะชื่อพม่านั้นได้มีการคิดกันว่าเป็นชื่อเฉพาะสำหรับชนเผ่าพม่าเท่านั้น แต่เนื่องจากเมียนมานั้นมีชนเผ่าต่างๆรวมแล้วราว 40 ชนเผ่า หรือจะเรียกว่าชนกลุ่มน้อยที่แยกกันเป็นหลายกลุ่มหลายพวก

รัฐบาลชุดปัจจุบันนั้นต้องการที่จะรวมชาติให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

คำว่า “เมียนมา” ชื่อเป็นทางการจึงเกิดขึ้น อันหมายถึงความเป็นพวกเดียวกัน ไม่แตกแยกกัน มีความสมัครสมานสามัคคี

“เมียนมา” จึงเป็นชื่อประเทศที่เป็นสากล และต้องการให้ประชาชนของเขาและนานาประเทศเรียกขานอันเป็นความหมายที่สำคัญยิ่ง

ธนาคารกรุงเทพมีสาขาที่เมียนมา 1 สาขา และเป็นธนาคารแห่งแรกของไทยที่รัฐบาลเมียนมาได้อนุญาตให้จัดตั้งสาขาได้เพียงแห่งเดียว นอกนั้นก็เป็นธนาคารจากญี่ปุ่นบ้าง สิงคโปร์บ้าง มาเลเซียบ้าง จีนบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก

แบงก์กรุงเทพถือว่าเป็นอีกหน้าตาหนึ่งของไทยที่รัฐบาลพม่าเห็นว่ามีคุณภาพ มีความมั่นคง มีเงินหมุนเวียนที่เป็นระบบ ไม่มีเอ็นพีแอล และยอมรับในเงื่อนไขต่างๆ

ที่สำคัญเป็นแบงก์พาณิชย์เบอร์ 1 ของประเทศไทย

มี “คุณคเนศร์ บูรณสิน” คนหนุ่มไฟแรงที่กระตือรือร้น รอบรู้รอบด้านเป็นผู้จัดการสาขา ดูท่าทางแล้วจะเป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นอนาคตของแบงก์พาณิชย์แห่งนี้

นอกจากนั้นได้พบคุณพิษณุ สุวรณะชฏ เอกอัครราชทูตไทยประจำเมียนมา ซึ่งเป็นคนหนุ่มอีกคนที่อนาคตไกลแน่อยู่ที่เมียนมามาแล้ว 4 ปี ซึ่งครบวาระแล้ว แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เห็นหน่วยก้านดีทำงานได้เนื้อได้หนังจึงขอให้อยู่ที่นี่อีก 1 ปี

ท่านทูตพิษณุนั้นมีอัธยาศัยใจคอดี การที่อยู่เมียนมามา 4 ปี จึงมีความรอบรู้ประเทศนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ทั้งประวัติความเป็นมา การเมืองการปกครอง การเปลี่ยนแปลง และนิสัยใจคอของคนประเทศนี้เป็นอย่างดี

“โอ้โห...เป็นอย่างนี้หรือ?”

“คุณพิษณุ” เล่าว่า ได้พบกับคนไทยที่มาเมียนมาหลังการเปลี่ยนแปลงถึงกับอุทานเป็นเสียงเดียวกัน คงเพราะทัศนคติและความเชื่อที่มีมาก่อนหน้านี้ เมื่อได้มาเจอของจริงก็เลยแปลกตาแปลกใจเพราะมีความเจริญเติบโตอย่างไม่เชื่อสายตาว่าเป็นไปอย่างนั้น

หลังจากเปิดประเทศ รัฐบาลชุดปัจจุบันได้เปิดประเทศจริงๆด้วยการเชิญชวนนานาชาติให้เข้ามาลงทุน จนทำให้เศรษฐกิจโตวันโตคืน มีจีดีพีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ้านเมืองจึงเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ถนนหนทางได้รับการปรับปรุง มีสิ่งปลูกสร้างใหม่ๆที่แสดงถึงความเจริญเติบโต

เนื่องจากมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งแร่ธาตุ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้ และอื่นๆ รวมถึงมีพื้นที่กว้างขวางเขียวชอุ่มทั้งประเทศ

ไม่มีการตัดไม้ทำลายป่า กลายเป็นเขาหัวโล้นอย่างประเทศไทย

วันนี้พม่ากำลังขุดเจาะก๊าซรวมแล้ว 53 หลุม ทั้งจากพื้นดินและในทะเล ทำให้มีรายได้โดยจากการส่งออกขายไปยังประเทศต่างๆเป็นกอบเป็นกำ อย่างเช่นประเทศไทย จีน และอื่นๆ

เอาแค่นี้ก่อนนะครับ...พรุ่งนี้มาว่ากันต่อ เพราะมีอะไรดีๆอีกมากที่จะมาเล่าสู่กันฟัง.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้