วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อย่าใช้กติกาเป็นเครื่องมือ

อย่าใช้กติกาเป็นเครื่องมือ

โดย หมัดเหล็ก
4 พ.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

เวลาของโรดแม็ป ยิ่งยืดออกไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น สมมติถ้ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการที่จะควบคุมอำนาจการบริหารประเทศออกไปอีกซึ่งก็มีหลายวิธีด้วยกัน

อย่างแรกเลย ใช้อำนาจพิเศษ ตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่มีอยู่ จะยืดเวลาออกไปอีกเท่าไหร่ก็ได้ แต่สิ่งที่ควรระวังตามมาก็คือ รัฐบาลจะเสียภาพพจน์ ถูกมองว่าเป็นรัฐบาลเผด็จการไปฉิบ

หรือ อาศัยเหตุแห่งการร่างรัฐธรรมนูญ มีปัญหาในการปฏิบัติ ไม่ผ่านการทำประชามติ การร่างรัฐธรรมนูญก็จะต้องใช้เวลามากขึ้น ยิ่งเนื้อหามีความขัดแย้งมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ระยะเวลาในการมีรัฐธรรมนูญต้องล่าช้าออกไปอีก อย่างน้อยก็ครั้งละ 90-180 วัน

หรือ จะอาศัยเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้อำนาจ คปป. หรือ ให้มีนายกฯมาจากคนนอก ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างน้อย รัฐธรรมนูญจะต้องผ่านประชามติ ถ้าจะใช้อำนาจพิเศษ ไม่ต้องทำประชามติ ประกาศใช้ได้เลยแล้ว ใช้กลไกในรัฐธรรมนูญ ทำให้พรรคการเมืองที่จะได้เสียงข้างมาก กลายเป็นพรรคเสียงข้างน้อย แล้วเอาพรรคเล็กๆที่มีโอกาสจะมีที่นั่งในสภา มารวมกันให้มีจำนวนมากกว่าพรรคใหญ่ แล้วเอานายกฯมาจากคนนอก ก็จะต้องผ่านขั้นตอนหลายขั้นตอน ยุ่งยากและไม่แน่ว่าจะควบคุมได้อย่างที่คิดไว้

แต่ยิ่งจะทำให้ ระบอบประชาธิปไตยเลอะเลือน เพราะจะมีพรรคการเมือง นอมินี เยอะไปหมด เพื่อจะได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อมา ชดเชยคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใหญ่ที่หายไป

การเมืองก็จะย้อนยุค มีทั้งการขายสิทธิซื้อเสียง ซื้อตัวกันในสนามเลือกตั้งไม่พอ ยังมาซื้อหัวกันในสภาอีก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการเลือกตั้งนายกฯ หรือการอภิปรายนัดสำคัญ

แล้วบ้านเรา ระบบหัวคะแนน ระบบบุญคุณ ยังอยู่ในสายเลือดคนไทย ต่อให้กติกาเข้มงวดอย่างไร ก็หนีไม่พ้นฝีมือหัวคะแนนมืออาชีพ หรือการตอบแทนบุญคุณอยู่ดี

สุดท้ายการเมืองก็ไปสู่จุดเดิม ไล่รัฐบาลกันบนถนน สร้างปัญหาความขัดแย้ง เป็นเงื่อนไขวิกฤติการเมือง ถ้าองค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรมไม่อยู่ในร่องในรอยด้วยแล้ว ก็จะเกิดวิกฤติเดิมๆ

ทหารก็จะเข้ามาเป็นคนกลาง ในการแก้ปัญหาวิกฤติประเทศ โดยการปฏิวัติรัฐประหาร อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วก็ต้องฉีกรัฐธรรมนูญ ต้องมาร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่อีก

การใช้กติกา เป็นเครื่องมือ ถือว่าเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยมากกว่าการซื้อสิทธิขายเสียงด้วยซ้ำ เพราะการซื้อสิทธิขายเสียง ก็ไม่ทำให้ต้องทุบระบอบประชาธิปไตยซ้ำซาก จนถอยหลังลงคลอง

การปฏิวัติรัฐประหารเป็นแค่การหยุดลมหายใจประชาธิปไตยชั่วคราว เลือกตั้งเมื่อไหร่ก็จบ แต่การใช้กลไกในรัฐธรรมนูญมาเป็นเครื่องมือในการชิงอำนาจ จะเป็นการขุดรากถอนโคนระบอบประชาธิปไตยอย่างเลือดเย็น.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้