วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พท.ดาหน้าถล่มม.44 เล่นงาน ‘ปู’ คดีข้าว มีชัยขู่ตัดสิทธิแน่ ส่ง ‘นอมินี’ ลงลต.

พท.ดาหน้าถล่มม.44 เล่นงาน ‘ปู’ คดีข้าว มีชัยขู่ตัดสิทธิแน่ ส่ง ‘นอมินี’ ลงลต.

  • Share:

“ประวิตร” อ้างโพลหนุนปิดประเทศ แค่ ต้องการความสงบ-เศรษฐกิจเดินต่อ ไม่มีแผนรองรับ สวน “ทักษิณ” รัฐบาลนี้มีเมตตา ใช้ ม.44 คดีรับจำนำข้าวแค่คุ้มครองผู้ปฏิบัติงาน “วิษณุ” ย้ำใช้ป้อง จนท.ที่สุจริต เตือนพวกไม่มีหน้าที่อย่ายุ่ง ปัดไม่คิดกลั่นแกล้ง ถ้าจะทำสั่งยึดทรัพย์ไปแล้ว ยอมรับข้าวค้างสต๊อก 13 ล้านตัน มีข้าวดีอยู่ด้วย “วรงค์” ตอก “บุญทรง” จับแพะชนแกะป้อง “ปู” เด็ก ปชป.ยุ คสช.รีบสั่งยึดทรัพย์ “ยรรยง” หวั่นพาเศรษฐกิจดิ่งเหว ทำลายชาวนา-อุตสาหกรรมข้าวทั้งระบบ “เต้น” สับเท่ากับออกใบอนุญาตฆ่า “ยิ่งลักษณ์” โพสต์โชว์ซดเกาเหลา “มีชัย” แจงซ้ำโมเดลเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนยึดเสียงประชาชน ขู่ส่งนอมินีโดนตัดสิทธิตลอดชีวิต ถกกันยาวประเด็นที่มานายกฯ สปท.ไฟเขียวผ่านร่างข้อบังคับ พท.ส่งจดหมายเปิดผนึกย้ำจุดยืน ต้องยึดหลักประชาธิปไตยสากล

หลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำทีมแกนนำและแนวร่วมคนเสื้อแดง สวมเสื้อสีแดงเพื่อให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต่อสู้คดีรับจำนำข้าว จนถูกมองว่าเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เพื่อต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

“ประวิตร” ไม่คิดวางแผนปิดประเทศ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 พ.ย.ที่อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงผลโพลระบุว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวคิดการปิดประเทศหากเกิดความไม่สงบเรียบร้อยของนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่ทราบว่าสะท้อนอะไรหรือไม่ แต่มองภาพรวมว่าประชาชนต้องการความสงบ ทำให้ภาคเศรษฐกิจเดินต่อได้ ยืนยันว่าไม่มีการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์หากเกิดความไม่สงบ การจะดำเนินการใดๆต้องคิดถึงต่างประเทศด้วย ตนรับไม่ได้ถ้าทำให้เกิดความเสียหายภายในประเทศ มีการใช้อาวุธสงคราม และ ไม่อยากให้ไปถึงตรงนั้น เมื่อถามว่า สถานการณ์ปัจจุบันการปิดประเทศเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า มองไม่เห็น แต่ต้องดูแลประเทศให้เกิดความสงบและเดินไปข้างหน้าได้

สวน “ทักษิณ” รัฐบาลนี้มีเมตตา

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำกลุ่มแนวร่วมใส่เสื้อ สีแดงพร้อมโพสต์ข้อความเรียกหาคุณธรรมและเมตตาธรรมในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ว่า รัฐบาลนี้มีความเมตตาอยู่แล้ว แต่เรื่องในอดีตเป็นหน้าที่ของศาลและกระบวนการยุติธรรม ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุดนี้ ส่วนเรื่องในอดีตของรัฐบาลที่ผ่านมา นายกฯพูดชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดหลังเหตุการณ์ 22 พ.ค. 2557 นายกฯจะรับผิดชอบทุกเรื่อง แต่เรื่องที่เกิดก่อนหน้านั้นเราจะไปพูดได้อย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม

คำสั่ง คสช.จัดการข้าวคุ้มครอง จนท.

เมื่อถามถึงกรณีคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 39/2558 ว่าด้วยการคุ้มครองการบริหารจัดการข้าวคงเหลือในการดูแลรักษาของรัฐและการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่เห็นมีปัญหาอะไร เจ้าหน้าที่ต้องการความคุ้มครองทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการทำงาน ถ้าทำงานแต่ไม่มีความคุ้มครองถามว่าจะทำงานอย่างไรได้ มีแต่ความลำบาก ยืนยันว่าไม่ได้แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพราะเราไม่ได้เอากฎหมายไปทำลายกระบวนการยุติธรรม เพียงแต่ใช้เพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเท่านั้น

“วิษณุ” ย้ำใช้ ม. 44 ป้อง จนท.ที่สุจริต

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การใช้อำนาจมาตรา 44 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ออกคำสั่งคุ้มครองผู้บริหารจัดการข้าวที่อยู่ในสต๊อกของรัฐ ต้องการตอกย้ำให้เจ้าหน้าที่มั่นใจ ถ้าทำตามหน้าที่โดยสุจริตจะได้รับการคุ้มครอง ไม่ถูกฟ้อง แต่ถ้าไม่สุจริต ทำเกินหน้าที่ไปกลั่นแกล้งจะด้วยตั้งใจหรือประมาทเลินเล่อ จะไม่ได้รับการคุ้มครอง ถูกฟ้องและถูกลงโทษทางวินัยแน่ ส่วนใครไม่มีหน้าที่อย่าเข้าไปยุ่ง ขณะนี้พบว่ามีบางคนไม่มีหน้าที่แต่ เข้าไปยุ่ง เดี๋ยวจะมีมาตรการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตามมา ส่วนเรื่องของโรงสีเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าไม่รับมอบหมายและเข้ามาเกี่ยวข้องก็โดนเหมือนกัน ดังนั้นเตือนไว้ต้องสุจริตถึงจะรอด คำสั่งดังกล่าวจะสิ้นสุดเมื่อเจ้าหน้าที่สิ้นสุดหน้าที่ หรือจนกว่าคำสั่งนี้จะหมดอายุ และคำสั่งนี้สามารถยกเลิกได้เช่นกัน

ถ้ากลั่นแกล้งก็ยึดทรัพย์ไปแล้ว

นายวิษณุกล่าวว่า คำสั่งนี้ไม่ใช่การกันเจ้าหน้าที่ไปช่วยอีกฝ่าย หรือไปกลั่นแกล้ง เป็นเรื่องของการนับข้าว ขายข้าว ระบายข้าวเท่านั้น เพราะตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องนี้เยอะมาก ทุกจังหวัด มีเอกชนด้วยเลยทำให้เกิดความไม่มั่นใจ บางทีฝ่ายเถ้าแก่โรงสีเอาข้าวไว้โดยไม่รู้ว่าวันหนึ่งต้องโดนด้วยหรือไม่ เมื่อถามว่าช่วงเวลาปีกว่าทำไมไม่ทยอยนำข้าวออกขาย นายวิษณุตอบว่า ทยอยทำกันอยู่ ในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหาร จัดการข้าว (นบข.) มีรายงานขายไปแล้วประมาณ 9-10 ล้านตัน ยังเหลืออีก 13 ล้านตัน แบ่งเป็นข้าวดี ข้าวเสีย และข้าวที่ไม่แน่ว่าดีหรือเสีย เมื่อถามว่าอาจถูกมองว่าออกคำสั่งนี้เพื่อใช้เป็นเครื่องมือดำเนินการกับอีกฝ่าย นายวิษณุตอบว่า ไม่ใช่ ถ้าคิดในแง่ร้ายก็คิดได้หมด ไม่ได้เอาตัวนี้ไปเล่นงานฝ่ายตรงข้าม ไม่เช่นนั้นไม่ต้องมานั่งสอบให้เสียเวลา ใช้มาตรา 44 ยึดทรัพย์ไปเลย แต่ก็ไม่ทำ นายกฯบอกว่าห้ามทำเด็ดขาด

ลั่นถ้าผิดพวกเดียวกันต้องจัดการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ มีหนังสือชี้แจงกรณีโครงการรับจำนำข้าว นายวิษณุตอบว่า ต้องไปว่ากัน เมื่อถามย้ำว่ามี ข้อทักท้วงว่ายังดำเนินการกับผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงไม่เสร็จ นายวิษณุตอบว่า ชี้แจงมาตลอดต้องเข้าใจว่าคนที่เกี่ยวข้องมีหลายกลุ่ม หลายพวก อายุความไม่เท่ากัน มีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน หลักกฎหมายที่จะเอามาใช้ก็คนละฉบับกัน แต่ถ้ากลุ่มเดียวกันทำผิดเหมือนกัน ต้องจัดการตามลำดับ เหมือนจับมือปืนก็ต้องจับผู้จ้างวาน เพียงแต่ความผิดส่วนนี้มันคนละประเภท กฎหมายคนละฉบับ อายุความฟ้องเอกชน 1 ปี อายุความฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐ 2 ปี ฟ้องเอกชนต้องฟ้องศาลแพ่ง ฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐต้องไปศาลปกครอง เลยต้องแยกกัน ฉะนั้นใครก่อนใครหลังมาจัดลำดับไม่ได้แล้ว

ให้คลังขยายเวลาสอบจนเสร็จ

นายวิษณุกล่าวด้วยว่า ส่วนที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและกำหนดค่าความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว กระทรวงการคลัง ขอขยายเวลาสอบพยานเพิ่มเติมอีก หลังครบกำหนดขยายเวลารอบแรกเมื่อวันที่ 30 ต.ค.นั้น ยังขอขยายเวลาไปได้อีกเรื่อยๆ จนกว่าจะสอบเสร็จ เพียงแต่อย่าให้ขาดอายุความภายใน 2 ปี ในเดือน ก.พ.2560 แต่อย่าคิดว่าจะขยายเวลาไปถึง ธ.ค.2559 ได้ พอถึงจุดหนึ่งต้องส่งให้คณะกรรมการดูอีก 1-2 ชุด ซึ่งต้องใช้เวลานานเหมือนกัน ดังนั้นขั้นตอนที่ 1 จะเอาเวลาขั้นตอนที่ 2 มาใช้หมดไม่ได้ วันนี้แค่ขยายเปิดให้พยานเข้าชี้แจงตามที่แจ้งเท่านั้น

ตอก “บุญทรง” ออกโรงป้อง “ปู”

ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ออกมาปกป้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีรับจำนำข้าว ว่า ถาม ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กนข.) แต่กลับปล่อยให้มีทุจริตการระบายข้าว ข้าวหาย ข้าวเสื่อม ข้าวเน่า รวมถึงการทุจริต การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) จนประเทศชาติเสียหายหลายแสนล้านบาท อย่างนี้ยังไม่ถือว่าปล่อย ปละละเลยหรือ การที่นายบุญทรงนำมาเปรียบเทียบกับกรณีซื้อมันสำปะหลังในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวช-ชาชีวะ และการซื้อยางพาราในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังไม่ชี้มูล จึงเป็นการจับแพะชนแกะ ที่สำคัญการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาปกป้องนายบุญทรงอ้างว่าได้เห็นสัญญาจีทูจีข้าวกับจีนแล้วนั้น เป็นทั้งการปล่อยปละละเลยและรู้เห็นเป็นใจ

ยุ คสช.รีบยึดทรัพย์แก๊งโกงข้าว

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่นายบุญทรงออกมาแก้ต่างให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าเป็นเหยื่อการเมือง ถูก คสช.ใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 มาจัดการนั้น เป็นการกล่าวเท็จสร้างความสับสนให้สังคม คสช.ใช้มาตรา 44 เพื่อคุ้มครอง ข้าราชการที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ไม่ให้ถูกพวกหัวหมอมีเงินจ้างทนายตะแบงหาเรื่องได้ ที่สำคัญคือให้การคุ้มครองข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ไม่คุ้มครองข้าราชการชั่ว เรื่องนี้อยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว อีกทั้งศาลเปิดโอกาสให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตั้งทนายและนำพยานเข้าสืบอย่างเต็มที่ จะมากล่าวอ้างว่าเป็นเหยื่อการเมืองได้อย่างไร เสนอให้ คสช.ตรวจสอบให้สุดทาง ยึดทรัพย์โรงสีที่เข้าร่วมทุจริตทุกราย ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และให้กรมสรรพากรตรวจภาษีย้อนหลังโรงสีทุกแห่ง เพราะโกงกันเป็นขบวนการ

“ยรรยง” หวั่นพาเศรษฐกิจดิ่งเหว

นายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ โพสต์ลงเฟซบุ๊ก ว่า รัฐบาลกำลังนำประเทศสู่วิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรง คือ ชะลอขายข้าวดี แต่ขายข้าวคุณภาพเสื่อม ออกคำสั่งนิรโทษฯล่วงหน้าและใช้อำนาจบริหารลงโทษคดีรับจำนำข้าว สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมข้าวและรัฐ ขออย่าซํ้าเติมมัดมือชกชาวนาและกลไกตลาดข้าว จนเขาไม่มีที่ยืนและล่มสลาย ยังเฝ้าเกาะติดการทำงานของรัฐบาลเรื่องข้าวอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พบว่าจุดอ่อนหรือจุดตายเรื่องข้าวมีอยู่ 2 จุด คือ 1.ชาวนา และ 2.กลไกตลาดข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงสีและโกดังเก็บข้าว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยจัดการแปรรูปและเก็บรักษา หากรัฐบาลไม่เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูจุดอ่อนทั้งสองส่วนนี้โดยเร็ว ด้วยวิธีการที่ถูกต้องตรงจุด จะทำให้เกิดวิกฤติแก่ชาวนาและอุตสาหกรรมข้าวทั้งระบบแน่นอน แต่ดูเหมือนรัฐบาลจะทำตรงกันข้าม คือ ห้ามหรือชะลอการทำนา โรงสีและโกดังขาดวัตถุดิบต้องประกาศขายโรงสีหลายร้อยโรง แถมราคาข้าวยังตกตํ่าต่อเนื่อง ทำให้กลไกตลาดตัวจริงคือชาวนาแทบหมดลมหายใจ

พท.ซัด “วรงค์” สมคบคิดให้ปฏิวัติ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เหนือความคาดหมายที่ นพ.วรงค์ จะออกมาเชียร์หัวหน้า คสช. ให้ใช้มาตรา 44 เป็นเครื่องมือพิเศษมาจัดการกับโครงการจำนำข้าว แถมนิรโทษกรรมกรรมการและเจ้าหน้าที่ไว้ล่วงหน้าเพราะ นพ.วรงค์และเครือข่าย โจมตีโครงการ จำนำข้าว ขัดขวางการช่วยเหลือชาวนา ผสมปนเปไปกับแผนการไล่รัฐบาลจนนำไปสู่การรัฐประหาร เป็นการสมคบคิดทำกันเป็นกระบวนการ ความจริง นพ.วรงค์สนับสนุนการประกันรายได้ และมีเรื่องการทุจริตค้างอยู่ใน ป.ป.ช.เหมือนกัน ที่น่าเสียใจคือ นพ.วรงค์และพลพรรคประชาธิปัตย์ชอบพูดถึงหลักนิติธรรมอยู่บ่อยๆ การนำมาตรา 44 มาใช้ใน โครงการจำนำข้าว นพ.วรงค์ไม่รู้สึกเลยหรือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่เสมอภาค รู้สึกว่ามีความเป็นธรรมโดยไม่ตะขิดตะขวงใจอะไรเลยหรือ อย่าลืมว่า นพ. วรงค์ต้องไปเป็นพยาน จึงควรหยุดพูดได้แล้วเห็นบอกให้คนอื่นหยุดแต่ตัวเองพูดเอาพูดเอา

“เต้น” สับเท่ากับออกใบอนุญาตฆ่า

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การออกคำสั่งตามมาตรา 44 คุ้มครองทุกหน่วยงานที่ดำเนินการเรื่องจำนำข้าวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะ ไม่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย ทั้งที่เป็นคดีสำคัญ ซึ่งรัฐบาลจัดการกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองโดยตรง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่า ขั้นตอนการปฏิบัติอาจมีปัญหาเรื่องความชอบธรรม ส่งผลให้ผู้เกี่ยวข้องกังวลว่าจะตกเป็นจำเลยเอง จนไม่กล้าดำเนินการหรือ ไม่ เช่น รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่กล้าลงนามในคำสั่งทางปกครอง บังคับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหาย ถ้าไม่กลัวว่าสิ่งที่กำลังทำจะเป็นความผิด จะออกคำสั่งแบบนี้มาทำไม ความหมายของคำสั่งดังกล่าวจึงไม่ใช่นิรโทษกรรมล่วงหน้า เพราะการนิรโทษกรรมจะทำในเรื่องที่เกิดความผิดแล้ว แต่กรณีนี้ร้ายแรงยิ่งกว่า เพราะเป็นการออกใบอนุญาตฆ่าทางการเมือง ให้ผู้รับคำสั่งลงมือได้เต็มที่ โดยใช้อำนาจปิดช่องทางที่ผู้ถูกกระทำจะฟ้องร้องได้ในภายหลัง

ท้าแถลงความจริงโอนเงินให้ชาวนาเท่าไหร่

นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า นายกฯ ย้ำหลายครั้งว่าจะปรองดองได้ทุกคดีต้องเข้าสู่กระบวนการ แต่ความเป็นจริง คือ ตั้งแต่รัฐประหารแล้วออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเอง กลไกของ คสช.ไม่เคยเปิดช่องให้กระบวนการยุติธรรมใดเข้าถึงได้ อำนาจพิเศษของรัฐบาลนี้เป็นแต้มต่อที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์แบกน้ำหนักเกินแรงมาตลอด ไม่นึกว่าผู้มีอำนาจจะใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนคนเห็นชัดกันทั้งบ้านทั้งเมือง ถ้ารัฐบาลทำตรงไปตรงมา ทำไมไม่กล้าแถลงว่า ตั้งแต่ต้นจนยุติโครงการจำนำข้าว ธ.ก.ส.โอนเงินตรงจากบัญชีธนาคารเข้าบัญชีชาวนาทั้งสิ้นเท่าไหร่ กลัวอะไรกับความจริงเรื่องนี้

เตือนกรรมการควรวางตัวเป็นกลาง

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกสับสนกับการใช้ มาตรา 44 ในคดีรับจำนำข้าวของรัฐบาล เพราะเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลยังยืนยันจะไม่ใช้มาตรา 44 ในคดีรับจำนำข้าว ไม่ใช้กลไกพิเศษมาแก้ปัญหานี้ เพราะจะทำให้ปัญหาทับซ้อนไปเรื่อย เวลาไม่ห่างกันเท่าไหร่กลับเปลี่ยนในหลักการสำคัญ นั่นคือหลักนิติธรรม เมื่อรัฐบาลตัดสินใจใช้มาตรา 44 เพื่อคุ้มครองคณะทำงานให้ไม่ต้องรับผิด จึงสุ่มเสี่ยงต่อการขัดกับหลักนิติธรรมอย่างยิ่ง อาจส่งผลให้ได้รับการต่อต้านจากนานาชาติ จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาอื่นตามมาอีกมากมายหรือไม่ ควรให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมปกติ เพราะการประกาศว่าเข้ามาทำหน้าที่เป็นกรรมการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ก็ไม่น่ามาทำหน้าที่เป็นผู้เล่นเอง ควรเป็นกรรมการที่เป็นกลาง

“ยิ่งลักษณ์” โพสต์โชว์ซดเกาเหลา

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ลงเฟซบุ๊ก เป็นภาพขณะกำลังทานก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่ร้านแห่งหนึ่ง พร้อมระบุข้อความว่า “มาทานก๋วยเตี๋ยว ร้านเส้นใครเส้นมัน แจ้งวัฒนะ 24 แต่วันนี้ ยิ่งลักษณ์ ทานแบบไม่มีเส้นค่ะ” โดยมีคนเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่แสดงความเห็นใจว่าโดนรังแก และมีบางคนแสดงความเห็นว่า ไม่ทานเส้นถูกต้องแล้ว เพราะถึงเส้นจะทานแล้วอิ่ม แต่เป็นอันตรายเพราะทำให้อ้วน และเป็นเบาหวานในอนาคต

“เดียร์” งงทหารม้าเยี่ยมถึงบ้าน

ขณะที่ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล หรือเดียร์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีนายทหารเดินทางเข้าพบ ว่า ทหารมาแนะนำตัว เพราะคนเก่าลาไปเรียน เลยเอาคนใหม่มาแนะนำตัว พร้อมกับขอดื่มกาแฟด้วย แต่ไม่ได้แสดงความเห็นและไม่ได้พูดไม่ดี มาขอความร่วมมือ ก็ขอให้เขาเข้าใจว่าเราเป็นนักการเมือง เป็นอดีต ส.ส. อะไรที่ไม่เห็นด้วยเราต้องแสดงความคิดเห็น เพราะเรามีจุดยืน ซึ่งเขาก็เข้าใจ นอกจากนี้ด้วยความที่เป็นทหารม้า และคุณพ่อ (พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง) ก็เป็นทหารม้าเหมือนกัน เลยคุยกันเข้าใจ แต่รู้สึกว่าบังเอิญจังที่เข้ามาหลังจากเพิ่งแสดงความคิดเห็นเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ พูดเรื่องปิดประเทศ และแต่งชุดแดงเพื่อให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

“มีชัย” ยึดเสียงประชาชนเป็นที่ตั้ง

วันเดียวกันเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาหมวดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยนายมีชัยกล่าวก่อนเข้าวาระการประชุม ว่า กรณีที่หลายฝ่ายออกมาวิจารณ์ความเหมาะสมของระบบการเลือกตั้ง ส.ส.แบบจัดสรรปันส่วนผสม เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจว่าเราต้องการให้เกิดการเคารพเสียงของประชาชน เพื่อให้เสียงทุกเสียงมีความหมาย ไม่มีคะแนนที่ตกน้ำไร้ประโยชน์เหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมา กรธ.คิดเรื่องนี้โดยไม่ได้คำนึงถึงพรรคใดพรรคหนึ่ง คิดเพียงว่าจะทำอย่างไรให้คะแนนของประชาชนมีน้ำหนัก เป็นวิธีการปรองดองอย่างหนึ่ง คือให้คะแนนเฉลี่ยกันไป ทุกพรรคได้คะแนนตามสมควร

หวังลดคิดแต่ผลประโยชน์พรรค

นายมีชัยกล่าวต่อว่า ผู้ที่อ้างว่าไม่มีประเทศไหนเขาทำกันแบบนี้ คนไทยมีสติปัญญาที่จะคิดอะไรเองได้ตามบริบทของประเทศไทย การไปเรียนเมืองนอกไม่ใช่ไปลอกตำราเขามาอย่างเดียว แต่ต้องนำความรู้มาประยุกต์ใช้ ถ้าจะเอาโลกมาเป็นตัวอย่างต้องถามว่ามีรัฐบาลไหนประเทศใดบ้างที่พูดว่าหากจังหวัดไหน ภาคไหนไม่เลือกพรรคเขาจะถูกตัดงบหรือโยกงบประมาณไปลงจังหวัดอื่นที่เลือกพรรคเขา แต่ประเทศเรามี ดังนั้นเราต้องจัดการไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก และระบบนี้พรรคการเมืองจะเลือกคนที่ดีที่สุดลงสมัคร แม้จะรู้ว่าสู้พรรคอื่นในเขตนั้นไม่ได้ เพื่อหวังให้ได้คะแนนมากที่สุดเพื่อให้ได้คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อ ทำให้ลดการคิดถึงประโยชน์ของพรรค เน้นไปที่เสียงของประชาชนและพยายามทำให้ยากต่อการคำนวณได้ว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบได้

ขู่ส่งนอมินีโดนตัดสิทธิตลอดชีวิต

นายมีชัยกล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอแนะหรือท้วงติงจากพรรคการเมืองและนักวิชาการ เราจะนำมาคิดว่าตรงไหนมีจุดอ่อนหรือข้อเสีย ส่วนตัวเลข จำนวน ส.ส.พยายามให้ใกล้เคียงกับที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้คิดว่าจะให้มีเท่าไรและคุณสมบัติของผู้สมัครจะเข้มข้นขึ้นจะกำหนดข้อห้ามชัดเจน ส่วนการมีพรรคนอมินีนั้น คงไม่เขียนห้ามไว้เพราะไม่ว่าระบบไหนก็ห้ามไม่ได้ แต่การส่งนอมินีเท่ากับเป็นการทุจริตการเลือกตั้งซึ่งจะถูกตัดสิทธิตลอดชีวิต เราจะพยายามเขียนเพื่ออุดช่องโหว่ หากใครมีวิธีการใดที่ดีก็เสนอแนะเข้ามา เราพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอ เพื่อทำให้รัฐธรรมนูญออกมาดีที่สุด โดยกรอบที่ คสช.ให้มา 5 ข้อ กับ 10 ข้อในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 35 กรธ.เดินตามนั้น และที่เราคิด ทั้ง คสช. และ ครม. ยังไม่รู้เลยว่าเราคิดอะไรกัน เพราะกรธ.ยังไม่มีเวลาไปอธิบาย

กรธ.ถกต่อแนวนโยบายพื้นฐานรัฐ

ต่อมานายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. แถลงว่า ที่ประชุม กรธ.ยังพิจารณาในหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ สรุปสาระสำคัญ คือ บทบัญญัติที่ให้รัฐคุ้มครองบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน ให้รัฐจัดให้เกษตรกร และผู้ใช้แรงงาน ได้รับความปลอดภัยในการทำงาน สวัสดิการที่เหมาะสมแก่การดำรงชีพ ให้รัฐจัดระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกันอย่างทั่วถึงเป็นธรรม ส่งเสริมให้ผู้บริโภครวมกลุ่มกันเพื่อปกป้องสิทธิของตน จัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการตัดสินใจของรัฐในการจัดทำนโยบายสาธารณะที่กระทบสถานะทางการเงิน การคลังของประเทศ ส่งเสริมให้เอกชนมีส่วนร่วมในการจัดให้มีสาธารณูปโภค และการจัดทำบริการสาธารณะตามความเหมาะสม นอกจากนี้กำหนดให้รัฐพัฒนาระบบการบริหารราชการแผ่นดิน และงานอื่นของรัฐให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ขจัดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาบุคลากรของรัฐให้มีความรู้ความสามารถ

ถกกันยาวประเด็นที่มานายกฯ

นายศุภชัย ยาวะประภาษ กรธ. และรองประธานคณะอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายบริหาร กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ ต้องเลื่อนการนำเสนอรายงานผลการศึกษาออกไปก่อน คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์เสนอให้ กรธ.พิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า ยอมรับว่าหนึ่งในประเด็นที่มีผลให้คณะอนุกรรมการฯ ต้องเลื่อนการเสนอรายงานต่อ กรธ.ออกไป คือ การรวบรวมข้อมูลที่มานายกรัฐมนตรี คณะอนุกรรมการฯ ได้ศึกษาเรื่องที่มานายกฯของหลายประเทศ รวมไปถึงประเทศ ไทย ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนมาก จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

ระบบ ลต.ใหม่ต้องลดทุจริตได้

นายอภิชาต สุขขัคคานนท์ กรธ. กล่าวว่า การพิจารณาระบบเลือกตั้งแบบใหม่ สิ่งสำคัญที่สุด คือ วางมาตรการด้านการป้องกันและลดการทุจริตการเลือกตั้ง แต่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเขียนเพียงหลักการเท่านั้น เพราะรายละเอียดจะนำไปเขียนไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ทั้งเรื่องการรณรงค์การเลือกตั้ง หรือการหาเสียง จะมีข้อกำหนดให้สอดคล้องกับมาตรการลดการทุจริต หรือป้องกันการซื้อเสียง

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรธ. ในฐานะประธานอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติ การพิจารณายังอยู่ในประเด็นการทำแบบสอบถามเกี่ยวกับระบบนิติบัญญัติ การเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ที่จะนำไปสอบถามความเห็นประชาชน มีประเด็นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือ จะทำแบบสอบถามที่ไม่ซ้ำซ้อนกับที่เคยทำมาแล้วในชุดของอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน

สปท.ไฟเขียวผ่านร่างข้อบังคับ

อีกด้านที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับ สปท. ตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับฯ ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธาน พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีทั้งสิ้น 104 ข้อ แบ่งเป็น 7 หมวด มีสาระสำคัญคือ กำหนดให้มี กมธ.สามัญขับเคลื่อนการปฏิรูป 11 คณะ คณะละ 11-23 คน ส่วนคณะกรรมาธิการวิสามัญมี 2 คณะ คือ กมธ.วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และ กมธ.วิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) พร้อมกับให้มีคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิปแม่น้ำ 5 สาย) ให้ สปท.ประสานงานกับ คสช. คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายเสรีชี้แจงว่า ข้อบังคับทั้งหมดสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 27 และมาตรา 39 เน้นให้การทำงานของ สปท.มีเอกภาพสอดคล้องทิศทางของ คสช. ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยคะแนน 164 ต่อ 4

กลุ่ม กปปส.ขวางอย่ารีบเลือกตั้ง

ต่อมาที่ประชุม สปท. เข้าสู่วาระพิจารณาเสนอวิธีการปฏิรูปด้านการเมือง โดยเชิญอดีตสมาชิก สปช. ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานด้านการปฏิรูปการเมือง โดยสมาชิกส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการตัดสิทธินักการเมืองไม่ให้เล่นการเมืองตลอดชีวิต โดยนายวิทยา แก้วภารดัย สปท. กล่าวว่า ถ้าปฏิรูปการเมืองไม่เสร็จ ไม่ควรเลือกตั้ง มิเช่นนั้นจะกลับสู่วังวนเดิม ขณะนี้ กรธ.กำลังเผชิญปัญหาร่างรัฐธรรมนูญที่ไปแตะเรื่องการเลือกตั้ง ทำให้มีเสียงคัดค้านจากนักการเมืองทันที เพราะไปขัดผลประโยชน์ ขณะที่การทำหน้าที่ของ กกต. ที่ผ่านมาล้มเหลว ถามว่าจับทุจริตเลือกตั้งได้กี่ครั้ง มีการตรวจสอบเพียงแต่คำร้องเรียนจากคนแพ้ ดังนั้น กกต.ต้องทบทวนบทบาทตัวเอง

นปช.ท้าเขียนลง รธน.ถ้าคิดปิด ปท.

ด้านนายสมพงษ์ สระกวี สปท. กล่าวว่า หนักใจวาทกรรมเรื่องเลือกตั้งคือการซื้อเสียง เพราะการเมืองไทยพัฒนา ทำให้การซื้อเสียงลดลงไปมากแล้ว เช่น ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้งตลอด ส่งเสาโทรเลขลงก็ชนะ แสดงว่าไม่ซื้อเสียงใช่หรือไม่ แล้วก็ชี้ไปที่ภาคอีสานว่า คนจนต้องถูกซื้อเสียงแน่ๆ มักมีคำพูดจากนักการเมืองว่า เจ็บใจมากที่แพ้ไพร่เสื้อแดง อยากให้อ้างเรื่องนี้เพลาลงหน่อย ทุกวันนี้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองขนานใหญ่ ชนิดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน คนชั้นล่างเรียกหาความเสมอภาค ความยุติธรรม ทวงถามประชาธิปไตยที่กินได้ ถ้าเป็นอย่างที่ผลโพลระบุว่า ประชาชนเห็นด้วยให้ปิดประเทศ เพื่อความสงบเรียบร้อยจริง ขอให้ กรธ.เขียนมาตรา 3 ใหม่ว่า ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบอะไรก็ได้

พท.ส่งจดหมายเปิดผนึกย้ำจุดยืน

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 3 พ.ย. พรรคเพื่อไทยจะส่งจดหมายเปิดผนึกลงนามโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอข้อคิดเห็นเพื่อแสดงจุดยืนของพรรคเพื่อไทยต่อร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.ทำหนังสือมาถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อขอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อรัฐธรรมนูญ สำหรับข้อเสนอแนะต่อการร่างรัฐธรรมนูญ ทางพรรคยังคงยึดหลักการที่เคยเสนอต่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไปก่อนหน้านี้ โดยยืนยันว่ารัฐธรรมนูญต้องยึดหลักสิทธิมนุษยชน และอยู่บนหลักของความเป็นประชา ธิปไตยที่สากลยอมรับ

ต้องยึดหลักประชาธิปไตยสากล

นายภูมิธรรมกล่าวด้วยว่า การอ้างว่าเราเป็นประเทศราช หรือต้องเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ นั้น หากเราอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ก็อาจอ้างได้ แต่เมื่อเราต้องอยู่ร่วมกับประเทศอื่น ต้องทำการค้า การลงทุน หรือแม้แต่ต้องมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับทั่วโลก จึงอยากให้เข้าใจทิศทางและหลักการของโลกด้วย ไม่อยากให้ กรธ. ร่างรัฐธรรมนูญแบบบิดเบือนหลักการประชาธิปไตย คนที่เป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริงจะไม่ทำแบบนี้

ซัดระบบจัดสรรปันส่วนบิดเจตนา

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าว ถึงระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่ กรธ.เสนออาจขัดกับหลักความศักดิ์สิทธิ์ในการแสดงเจตจำนงของประชาชน ที่เป็นหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้ง ว่าจะเลือกบุคคลใดหรือพรรคใดเป็นตัวแทน แต่ระบบจัดสรรปันส่วนผสมอาจทำให้เจตจำนงของประชาชนไม่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ ถือว่าขัดเจตจำนงของประชาชน ดังนั้นถ้าต้องการให้มีคะแนนเหลือนำไปคำนวณ ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ หรือช่วยหัวหน้าพรรคให้ได้เป็น ส.ส. ผู้เลือกตั้งต้องกาบัตรอย่างไรไม่ให้ ส.ส.ในเขตชนะ จึงจะเอาคะแนนไปช่วยผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ดังนั้นกำลังออกแบบวิธีเลือกตั้งที่คาดหมายสิ่งที่เป็นไปไม่ได้จากประชาชน หวังว่า กรธ.จะนำความเห็นของฝ่ายต่างๆไปพิจารณา กรธ.เป็นผู้มีความรู้และคงจะใจกว้างรับฟังความเห็นต่าง

“ปรีชา” หนุนตัดทิ้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในฐานะมีประสบการณ์ทางการเมืองมา 30 ปี เห็นว่าการปฏิรูปประเทศจะเกิดขึ้นได้ ต้องให้ทุกองค์กรที่ใช้อำนาจ โดยเฉพาะฝ่ายนิติบัญญัติ และองค์กรอิสระ ควรยึดโยงกับประชาชน เช่น ที่มาของ ส.ส. ให้มีระบบเขตเท่านั้น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อไม่ต้องมี เพราะไม่ได้ลงไปสัมผัสประชาชน ส.ว.ควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และองค์กรอิสระควรวางกรอบให้ประชาชนเลือกได้โดยตรง เชื่อมั่นว่าหาก กรธ.เดินตามนี้ จะแก้ไขวิกฤติประเทศและเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยได้แน่ แต่หากไม่เดินตามนี้ชาติหน้าก็แก้ไขวิกฤติและปฏิรูปประเทศไม่ได้

“บิ๊กป้อม” ยัน “ยูเครน” ส่งรถถังแน่

ช่วงเช้าที่อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดงาน Defense and Security 2015 โดยมี พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.เหล่าทัพและ รมว.กลาโหมแต่ละประเทศเข้าร่วมงาน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า สถานการณ์ด้านความมั่นคงปัจจุบันมีความซับซ้อน ทำให้อาวุธยุทโธปกรณ์เทคโนโลยีมีความทันสมัยมากขึ้น กระทรวงกลาโหมพยายามสร้างอาวุธใช้เองแต่ติดขัดเรื่องงบประมาณ จึงต้องร่วมมือกับเอกชนผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ และพยายามดึงเหล่าทัพมาเป็นลูกค้า แต่ติดที่ราคาสูง ผลิตได้จำนวนจำกัด ฉะนั้นต้องดูว่าทำอย่างไร ส่วนการจัดซื้อรถถัง Oplot ที่กองทัพบกสั่งซื้อจากประเทศยูเครนนั้น ทาง รมว.กลาโหมยูเครนยืนยันว่า แม้จะติดขัดสถานการณ์ภายในประเทศของเขา แต่ในปีนี้จะส่งรถถังมาให้อีก 5 คัน โดย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ได้ติดตามอยู่ตลอดเวลา

ร้องนายกฯเหล็กนอกทุบราคา

ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. กลุ่มสมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย นำโดยนายนาวา จันทนสุรคน อุปนายกสมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย และกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ขอให้เร่งรัดมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของอุตสาหกรรมผลิตเหล็กในประเทศ ขอให้สนับสนุนและผลักดันการใช้เหล็กในประเทศ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรมโดยมีนายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์ หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชนรับเรื่องแทน

ด้านนายวีรศักดิ์ ชัยสุพัฒน์ นายกสมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น กล่าวว่า ขณะนี้มีการนำเหล็กขาดคุณภาพจากประเทศจีนและเวียดนามเข้ามาในประเทศ ทำให้เกิดผลกระทบทั้งผู้ผลิต ผู้ขายและผู้ใช้ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหานี้ โดยตัวแทนสมาคมฯจะเข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 3 พ.ย. เพื่อชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

จี้รัฐบาลตรวจคุณสมบัติ ผอ.ขสมก.

ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) พร้อมคณะ เข้ายื่นหนังสือถึงนายกฯ และหัวหน้าคสช. ผ่านนายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์ หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ผ่านการสรรหาเป็น ผอ.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และเร่งรัดพิจารณาแต่งตั้ง ทั้งนี้นายวีระพงษ์กล่าวว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ผ่านการสรรหาบางราย มีประวัติการทำงานในอดีตที่ไม่เหมาะสมที่จะเข้ามาบริหาร ขสมก. หากตรวจสอบแล้วพบความไม่โปร่งใสในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต ควรเลื่อนผู้ผ่านการสรรหาลำดับถัดไปขึ้นมาแทน

คิกออฟ “อาชีวะซ่อมสร้างเพื่อชุมชน”

ที่ศูนย์วัดบัวแก้วเกษร จ.ปทุมธานี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ และนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมเปิดโครงการ “อาชีวะบริการ ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน” โดย พล.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า รัฐบาลกำหนดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ทาง สอศ.เสนอโครงการอาชีวะบริการซ่อมสร้างเพื่อชุมชน ที่ใช้ศักยภาพของนักเรียน นักศึกษาอาชีวะ ประสานงานไปยังผู้บริหารวิทยาลัย วิทยาลัยอาชีวะเอกชนในพื้นที่ออกให้บริการประชาชนผ่านศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนหรือ Fix it center เน้นซ่อมบำรุงเครื่องมือการเกษตร ยานพาหนะ อุปกรณ์การประกอบอาชีพ เครื่องใช้ในครัวเรือน ระบบไฟฟ้า ประปาและสาธารณูปโภคอื่นๆให้แก่ประชาชนและเกษตรกรที่มีรายได้น้อย โดยมุ่งเป้า 2,000 ศูนย์ให้บริการชุมชน

“บิ๊กตู่” ต้อนรับ ปธน.ศรีลังกา

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้การต้อนรับนายไมตรีปาละ สิริเสนา ประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์นำนายไมตรีปาละ ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นได้หารือข้อราชการและร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจของทั้งสองประเทศ ก่อนจะแลกเปลี่ยนตราไปรษณียากรที่ระลึกครบรอบ 60 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ศรีลังกา จากนั้นเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ และนายไมตรีปาละ ร่วมกันเป็นประธานพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวที่หอประชุมพุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

เชื่อธรรมาภิบาลนำสู่ความสำเร็จ

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการหารือว่านายกฯเชื่อมั่นกับพัฒนาการทางการเมืองของศรีลังกา ที่ใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารประสบผลสำเร็จ มีความก้าวหน้าในกระบวนการปรองดอง ส่วนไทยจะจัดให้มีการเลือกตั้งในปี 2560 ตามโรดแม็ปนำไปสู่การสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง มีเสถียรภาพและสร้างความปรองดอง โดยเน้นปฏิรูป 11 ด้านพัฒนาประเทศบนพื้นฐานประชารัฐ ส่วนเป้าหมายทางเศรษฐกิจไทยจะมุ่งมั่นปฏิรูปเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน รอบด้าน โดยน้อมนำหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสร้างภูมิคุ้มกันให้เข้มแข้ง โดยมียุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนในระยะ 7 ปี (2558-2564) เน้นเพิ่มมูลค่าและปริมาณการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้