วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มุกภูเก็ต-ชาเชียงราย' ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าจีไอของไทย

'มุกภูเก็ต-ชาเชียงราย' ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าจีไอของไทย

  • Share:

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผย "มุกภูเก็ต-ชาเชียงราย" ได้ขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอของไทย ยัน ช่วยสร้างมูลค่าให้กับสินค้า-เป็นประโยชน์กับคนในท้องถิ่น ระบุ ตั้งเป้าหมายปีงบประมาณ 60 ส่งเสริมสินค้า จีไอเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคให้มากขึ้น ...

วันที่ 2 พ.ย. 58 นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ประกาศขึ้นทะเบียน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) มุกภูเก็ต และชาเชียงราย เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา หลังจากที่ได้ประกาศโฆษณา 90 วันแล้ว ไม่มีผู้ใดยื่นคำขอคัดค้านการขึ้นทะเบียน

สำหรับมุกภูเก็ต มีลักษณะสำคัญ เป็นมุกกลมและมุกซีก มีสีขาว ครีม ชมพู ถึงเหลืองทอง ด้วยกระบวนการผลิตตามวิธีการที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาในบริเวณทะเลรอบเกาะภูเก็ต และเกาะบริวารภายในเขตจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจากลักษณะภูมิประเทศที่ตั้งอยู่ในทะเลฝั่งอันดามัน การขึ้นลงของน้ำวันละสองครั้ง (เช้า-เย็น) ทำให้น้ำแถบอันดามันสะอาด และมีการพัดพาของตะกอนสารอินทรีย์มากกว่าพื้นที่อื่น ทำให้มีความสมบูรณ์ของแพลงก์ตอน อาหารธรรมชาติสำหรับหอยมุก และมีอุณหภูมิเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหอย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการเจริญเติบโตของหอยมุก ทำให้หอยมุกโตเร็ว ส่งผลให้สร้างมุกได้เร็วขึ้น

ส่วนชาเชียงราย เป็นผลิตภัณฑ์ชาเขียว (ชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก) และชาอู่หลง (ชาที่หมักเพียงบางส่วน) ที่ได้จากพันธุ์ชาอัสสัม และพันธุ์ชาจีน โดยปลูกและผลิตตามกรรมวิธีเฉพาะตามหลักการผลิตชา ในพื้นที่ อ.เมือง อ.แม่สรวย อ.เวียงป่าเป้า อ.แม่ลาว อ.แม่จัน อ.แม่ฟ้าหลวง อ.เชียงของ อ.เวียงเชียงรุ้ง และ อ.เชียงแสน จังหวัดเชียงราย ซึ่งได้รับการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตามเกณฑ์มาตรฐานของชาเชียงราย ที่เป็นมาตรฐานกลางของจังหวัดที่จัดทำขึ้นโดยสถาบันชา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สมาคมชา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเชียงราย

"การที่สินค้าทั้ง 2 ชนิดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าจีไอ จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้าได้มากขึ้น เพราะถือเป็นสินค้าเฉพาะถิ่น ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนท้องถิ่นที่ผลิตสินค้าและใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและมาตรฐานการผลิต รวมถึงเป็นเครื่องมือทางการตลาดเพื่อยกระดับสินค้าและเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าชุมชน ที่สำคัญ ผู้ที่อยู่นอกถิ่นจะนำชื่อมุกภูเก็ต และชาเชียงรายไปใช้ประชาสัมพันธ์สินค้าตนเองไม่ได้ จะถือเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และผิดกฎหมาย" อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าว

ทั้งนี้ กรมฯ ได้ส่งเสริมสินค้าจีไออย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายปีงบประมาณ 60 จะส่งเสริมให้สินค้า จีไอ เป็นที่รู้จักยอมรับ และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคให้มากขึ้น โดยปัจจุบันมีสินค้าจีไอที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 74 คำขอ แบ่งเป็นสินค้าจีไอของไทย 63 สินค้า และสินค้าต่างประเทศ 11 สินค้า.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้