วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เค้ามาแล้ว สกายแอคทีฟโรตารี การกลับมาของปิศาจสูบหมุนใน MAZDA RX-VISION

เค้ามาแล้ว สกายแอคทีฟโรตารี การกลับมาของปิศาจสูบหมุนใน MAZDA RX-VISION

  • Share:

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เผยโฉมรถสปอร์ตแนวคิดใหม่ มาสด้า อาร์เอ็กซ์-วิชั่น ที่ใช้เครื่องยนต์โรตารีเป็นครั้งแรกของโลกในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ วันนี้ เครื่องยนต์โรตารีนับเป็นสัญลักษณ์อันสื่อถึงสปิริตของการ "ไม่หยุดยั้งที่จะท้าทายสิ่งเดิมๆ" อาร์เอ็กซ์-วิชั่น นี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของมาสด้า นับเป็นความหวังที่จะสร้างให้เป็นจริงขึ้นมาให้ได้ ด้วยรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางหน้าและขับเคลื่อนล้อหลังที่มาพร้อมรูปลักษณ์หรูหรางดงามตามแบบฉบับของโคโดะดีไซน์ ซึ่งมีเพียงมาสด้าเท่านั้นที่จะรังสรรค์ได้ 

โดยนำเอาเครื่องยนต์โรตารี เจนเนอเรชั่น ของมาสด้าใหม่ สกายแอคทีฟ-อาร์ เป็นขุมพลังในการขับเคลื่อน สำหรับเครื่องยนต์โรตารีนั้นมีโครงสร้างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และให้พลังงานจากการหมุนของโรเตอร์รูปสามเหลี่ยม ด้วยความอุตสาหะเพื่อพยายามเอาชนะอุปสรรคด้านเทคนิคต่างๆ มากมาย มาสด้านับเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ประสบความสำเร็จในการใช้เครื่องยนต์โรตารีในเชิงพาณิชย์อันเริ่มมาจากการใช้เครื่องยนต์โรตารีในรถมาสด้า คอสโม สปอร์ต ในปี ค.ศ. 1967 (หรือที่เรียกกันว่า มาสด้า 110S ในต่างประเทศ)


ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายเดียวที่ผลิตเครื่องยนต์โรตารีเพื่อการค้า มาสด้าพยายามอย่างไม่ลดละความพยายามในการพัฒนาสมรรถนะ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและความทนทานของเครื่องยนต์โรตารีอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดรถแข่งที่ใช้เครื่องยนต์โรตารีของมาสด้าก็ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน 24 ชม.ของ เลอ มังส์ และเครื่องยนต์โรตารีก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมาสด้าในด้านความคิดสร้างสรรค์และความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งที่จะเอาชนะอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวง

ปัจจุบันมาสด้าได้หยุดการผลิตเครื่องยนต์โรตารีลงไปนานแล้วนับจากการยุติสายการผลิตของมาสด้าอาร์เอ็กซ์ 8 แต่มาสด้าก็ไม่เคยหยุดการวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์โรตารี เครื่องยนต์โรตารี เจนเนอเรชั่นใหม่นี้มีชื่อเรียกว่า สกายแอคทีฟ-อาร์ อันแสดงให้เห็นเจตนารมณ์ของมาสด้าในการรับความท้าทายต่างๆ ด้วยสปิริตของความกล้าที่จะแตกต่างและการใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเช่นเดียวกับการพัฒนาเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ มร. มาซามิชิ โคไก ประธานและซีอีโอ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ผมตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้พูดคุยกับทุกท่านเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ที่เราได้เปิดตัวในวันนี้ที่บูธของมาสด้า มาสด้าจะสืบสานการเอาชนะความท้าทายใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสายสัมพันธ์อันแสนพิเศษกับลูกค้าและกลายเป็นแบรนด์เพียงหนึ่งเดียวของลูกค้า”

ประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 100 ปีของมาสด้า กลายเป็นค่ายรถที่โดดเด่นในด้านของความท้าทาย ความกล้าหาญในการออกแบบและการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อปรับใช้ในยนตรกรรมภายใต้แบรนด์ Zoom Zoom เป็นความท้าทายที่แบรนด์ผู้ผลิตอื่นๆ อื่นไม่อาจทำให้เป็นความจริงขึ้นมาได้ วิศวกรของมาสด้าใช้ความพยายามโดยทุ่มเทอย่างต่อเนื่องผ่านอุปสรรคแม้ในขณะที่เผชิญกับปัญหาที่ยากหรืออุปสรรคด้านงานวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสูง เป็นสัญลักษณ์ของ "การไม่เคยหยุดท้าทาย" จิตวิญญาณของการขับขี่ในมาสด้าเครื่องยนต์สกายแอคทีฟโรตารี เพื่อการผลิตยานพาหนะยุคใหม่ใช้เวลาบวกความมุ่งมั่นในส่วนของวิศวกรมาสด้าเพื่อที่จะบรรลุความสำเร็จที่เคยเป็นแนวคิดซึ่งเป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นความจริง จิตวิญญาณเดียวกันนี้ถูกส่งถ่ายลงบนเทคโนโลยี SKYACTIV

เรื่องราวของมาสด้ากับการพัฒนาเครื่องยนต์โรตารีเริ่มต้นขึ้นในปี 1961 ในขณะที่เครื่องยนต์ของรถญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังคงเป็นแบบเดิม นั่นก็คือเครื่องยนต์สูบเรียง หลังสงครามโลกครั้งที่สองกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยการแข่งขันกันเองระหว่างแบรนด์ผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นที่ทวีความรุนแรง การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและแนวคิดในการสร้างเครื่องยนต์ของกลุ่มทุนที่ผูกขาดอุตสาหกรรมยานยนต์ มาสด้าต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากในการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เมื่อการพูดคุยของผู้บริหารเกี่ยวกับเครื่องยนต์สูบหมุนหรือเครื่องโรตารี กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของเทคโนโลยีสำหรับอนาคต Tsuneji Matsuda ประธาน บริษัท โตโยโคเกียว (มาสด้าในปัจจุบัน) ในขณะที่เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ของ NSU Motorenwerke AG ในเยอรมนีตะวันตกเพื่อร่วมมือพัฒนาเครื่องยนต์แบบสูบหมุน ซึ่งค่าย NSU มีความเชี่ยวชาญ เครื่องยนต์โรตารีแบบ Wankel ยังคงเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครรู้จักมาสด้าวางเดิมพันด้วยเอกลักษณ์ขององค์กรในด้านของความท้าทายต่อสิ่งแปลกใหม่ ที่สำคัญ ด้วยการรับมือกับความท้าทายในการสร้างมูลค่าใหม่กับเครื่องยนต์โรตารี นับเป็นก้าวกระโดดของการสร้างตัวตนในฐานะที่ไม่ซ้ำกับแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ทั่วไป

การพัฒนาเครื่องยนต์สูบหมุนโรตารีเกิดขึ้นจากทีมวิศวกร 47 คน ในแผนกวิจัยเครื่องยนต์โรตารีของมาสด้า วิศวกรในยุคนั้นต้องเผชิญกับอุปสรรคนานับปการในด้านการสร้างลูกสูบแบบสามเหลี่ยมหรือที่เรียกกันว่าโรเตอร์ รวมถึงการออกแบบผนังเสื้อสูบให้มีความแข็งแกร่งทนทานต่อการใช้งาน แรงเสียดทานที่เกิดจากการหมุนในรอบที่สูงมากถึง 10,000 รอบต่อนาทีของโรเตอร์ส่งผลไปถึงเสื้อสูบและผนังห้องเครื่องยนต์จากการหมุนที่รอบความเร็วสูง หลังจากการวิจัยและทดสอบอย่างหนัก มาสด้าเปิดตัวรถรุ่นคอสโมซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่วางเครื่องยนต์โรตารีในวันที่ 30 พฤษภาคม 1967 เป็นการเปิดสายการผลิตรถยนต์รายแรกของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์โรตารีแบบสองโรเตอร์ในหน้าประวัติศาสตร์ยานยนต์ ในปีต่อมา รถมาสด้าคอสโมสปอร์ตเข้าร่วมทำการแข่งขันรถยนต์แบบมาราธอน ในปี ค.ศ. 1968 กับเส้นทางการแข่งขันในด้านความอึดอดทนของเครื่องยนต์แบบเอนดูลานซ์ที่ต้องวิ่งกันยาวนานถึง 84 ชั่วโมงบนสนามแข่งนรกเขียว Nürburgring เมื่อจบการแข่งขันรถคอสโมวิ่งเข้าเส้นชัยในอันดับที่สี่ เป็นการพิสูจน์ตัวตนและสมรรถนะของเครื่องยนต์สูบหมุนให้เห็นว่าเครื่องยนต์โรตารีสามารถส่งมอบประสิทธิภาพพร้อมความทนทานที่ดี นับเป็นความพยายามในการที่จะเอาชนะหลังจากพบแต่ความปราชัย จิตวิญญาณของการแข่งขันแบบมอเตอร์สปอร์ตได้หลอมรวมมาสด้าท่ามกลางความท้าทายใหม่ๆ ในการพัฒนาเครื่องยนต์โรตารีรุ่นต่อไป

ปี ค.ศ. 1978 มาสด้า ส่งรถสปอร์ตเครื่องยนต์โรตารีรุ่น RX-7 Savanna ออกสู่ตลาด เป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่สำหรับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์เล็กๆ จากฮิโรชิม่า ด้วยการก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมเทคโนโลยีใหม่ของเครื่องยนต์แบบสูบหมุน เครื่องโรตารีใน RX-7 Savanna มีการปรับให้ตัวเครื่องประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นและกลายเป็นสัญลักษณ์ของเครื่องยนต์โรตารีแบบใหม่ ด้วยการออกแบบที่มีความน่าสนใจในเชิงวิศวกรรม ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ที่ดีขึ้น RX-7 Savanna เวอร์ชั่นแรกสุดยังมีบทบาทในด้านมอเตอร์สปอร์ตและได้รับการยอมรับว่าเป็นรถที่เร็วมากในยุค 1978 ความทนทานและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นจากการพัฒนาส่งผลให้ RX-7 Savanna สามารถทำตลาดในสหรัฐอเมริกาได้อย่างเต็มภาคภูมิ การเปิดตัวของ RX-7 เวอร์ชั่นแรกสุดที่ตามมาด้วยความสำเร็จได้มอบชีวิตใหม่ให้กับเครื่องยนต์โรตารีของแบรนด์ Zoom Zoom

หลังจากนั้นการพัฒนาเครื่องยนต์โรตารียังคงไล่ตามวิวัฒนาการของต้นกำลังซึ่งมีการผลักดันทั้งในด้านพลังงานและอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง เชื่อมโยงกับระบบอัดอากาศแบบ turbocharging นอกเหนือจากเครื่องยนต์โรตารีแบบสามโรเตอร์และความก้าวหน้าอื่นๆ ที่คิดค้นโดยวิศวกรของมาสด้า ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการเข้าร่วมแข่งขันรถยนต์ในกีฬามอเตอร์สปอร์ต ในปี 1991 มาสด้าได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยเครื่องยนต์โรตารีแบบสี่โรเตอร์ที่ให้กำลังมากถึง 700 แรงม้า เครื่องยนต์โรตารีแบบสี่โรเตอร์ในรถแข่งรุ่น 787B กลายเป็นรถที่คว้าชัยชนะเหนือรถแข่งชั้นนำจากยุโรปในการแข่งขันทางไกลแบบเอนดูลานซ์ 24 ชั่วโมงบนสนามแข่งเลอม็องประเทศฝรั่งเศส นับเป็นครั้งแรกสำหรับบริษัทผู้ผลิตเล็กๆ สัญชาติรถญี่ปุ่นที่มีชัยเหนือรถแข่งชั้นนำจากทั่วโลกบนสนามแข่งที่ถือเป็นการพิสูจน์ความสามารถของทีมแข่งและประสิทธิภาพของตัวรถ เป็นช่วงเวลาที่หล่อหลอมจิตวิญญาณความท้าทายอย่างไม่หยุดยั้งของมาสด้า หลังจาก 18 ปีของการสร้างเครื่องยนต์แบบสูบหมุนอันทรงประสิทธิภาพท่ามกลางความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในแวดวงยนตรกรรม 

มาสด้าเริ่มมองหาแนวทางใหม่โดยเข้าไปร่วมทุนกับกลุ่มบริษัทฟอร์ดในช่วงปลายปี 1990 หลังจากการเข้าร่วมพัฒนารถยนต์กับผู้ผลิตสัญชาติอเมริกันที่ไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากแนวคิดที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในด้านการบริการหลังการขายในแบบญี่ปุ่นที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ของมาสด้า การดำรงอยู่ของเครื่องยนต์โรตารีได้รับการพิจารณาจากผู้บริหารอีกครั้ง ท่ามกลางความผันแปรของเศรษฐกิจโลกซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในการปรับโครงสร้างหนี้ของแบรนด์มาสด้า นับเป็นสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่ให้กับตราสินค้าของมาสด้าสำหรับการคิดค้นต้นกำลังสูบหมุนรุ่นล่าสุด ในปี 2003 มาสด้านำเครื่องยนต์โรตารีรุ่นใหม่ล่าสุดชื่อ RENESIS ซึ่งเป็นวิวัฒนาการสืบสานต่อจากเครื่องสูบหมุนแบบเดิม โดยหันมาใช้เครื่องโรตารีแบบไม่มีระบบอัดอากาศเพื่อการตอบสนองในรอบเครื่องต่ำให้ดีขึ้น เครื่องยนต์โรตารี RENESIS ในรถสปอร์ตรุ่น RX-8 ได้รับการโหวตให้เป็นเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2004 เป็นการคว้าชัยชนะในด้านวิศวกรรมเชิงกลจากขนาดที่กะทัดรัด และมีน้ำหนักที่เบากว่าเครื่องยนต์แบบสูบเรียง มีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่องยนต์ที่มีความจุเท่าๆ กัน วิศวกรของมาสด้าได้รวมประสิทธิภาพการทำงานแบบไดนามิกของเครื่องยนต์ RENESIS กับสไตล์การขับขี่แบบรถสปอร์ตบนตัวรถรุ่น RX-8 และสามารถสร้างมาตรฐานใหม่ของรถสปอร์ตแบบสี่ประตูสี่ที่นั่งซึ่งใช้การเปิดประตูที่ไม่ซ้ำแบบกับรถยี่ห้ออื่นๆ

ประวัติศาสตร์ของเครื่องยนต์โรตารีจากมาสด้าในฐานะที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์อิสระที่ยังคงมีแนวคิดไม่ซ้ำกันในตลาด เครื่องยนต์โรตารีไม่ได้เป็นเพียงแค่สินค้าอีกต่อไป เครื่องสูบหมุนของมาสด้ากลายเป็นความอัศจรรย์ในวงการวิศวกรรมยานยนต์ เครื่องยนต์โรตารีที่ได้ถือกำเนิดขึ้นมานับจากรุ่นแรกสุดมาจนถึงรุ่นสุดท้ายได้แสดงออกถึงความเป็นตัวตนและจิตวิญญาณของแบรนด์มาสด้า เป็นสัญลักษณ์ด้านความท้าทายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของบริษัท รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี บนเส้นทางแห่งความสำเร็จและความล้มเหลว มาสด้าเป็น carmaker หนึ่งเดียวในโลกที่ปัจจุบันยังคงมีการพัฒนาเครื่องยนต์โรตารีอย่างเข้มข้น ท้าทายที่อยู่ใน DNA ของมาสด้า ส่งผลให้เครื่องยนต์สกายแอคทีฟโรตารีในรถต้นแบบ RX-VISION ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้งของโลกยนตรกรรม.

MAZDA RX-VISION จัดแสดงแก่บุคคลทั่วไปตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคมถึง 8 พฤศจิกายน ในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44 ประจำปี 2015 ที่ศูนย์จัดแสดง Tokyo Big site

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้