วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พท.วอนรัฐทบทวนใช้ ม.44 เอาผิด 'ยิ่งลักษณ์' ปมโกงข้าว

พท.วอนรัฐทบทวนใช้ ม.44 เอาผิด 'ยิ่งลักษณ์' ปมโกงข้าว

  • Share:

เพื่อไทย ขอรัฐคิดทบทวนใช้ ม.44 สอบโกงข้าว ฟัน "ยิ่งลักษณ์" อ้างขัดหลักนิติธรรม แนะควรให้เป็นกระบวนการตามปกติ จวกซ้ำ "บิ๊กตู่" เลือกปฏิบัติ ชี้อาจโดนแรงต้านจาก ตปท. หวั่นซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 58 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2558 เป็นการส่งสัญญาณที่ดีในการเอาจริงกับคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า ไม่เหนือความคาดหมายที่ นพ.วรงค์ จะออกมาเชียร์หัวหน้า คสช. ที่ใช้มาตรา 44 เป็นเครื่องมือพิเศษมาจัดการกับโครงการจำนำข้าว แถมนิรโทษกรรมกรรมการ และเจ้าหน้าที่ไว้ล่วงหน้า เพราะ นพ.วรงค์ และเครือข่ายโจมตีโครงการจำนำข้าว ขัดขวางการช่วยเหลือชาวนา ผสมปนไปกับแผนการไล่รัฐบาลจนนำไปสู่รัฐประหารในที่สุด เป็นการสมคบคิดทำกันเป็นกระบวนการ ความจริงหมอวรงค์สนับสนุนการประกันรายได้ และมีเรื่องการทุจริตค้างอยู่ใน ป.ป.ช. เหมือนกัน ดังนั้นควรออกมาเชียร์ให้ คสช.ใช้ ม.44 เสียด้วย จะได้เสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวนอันยาวนานมากๆ เสียที และจะได้ไม่เป็นการดำเนินการแบบสองมาตรฐาน ที่น่าเสียใจคือ หมอวรงค์ และพลพรรคประชาธิปัตย์ ชอบพูดถึงหลักนิติธรรมอยู่บ่อยๆ การนำมาตรา 44 มาใช้ในโครงการจำนำข้าว หมอวรงค์ไม่รู้สึกเลยหรือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่เสมอภาค รู้สึกว่ามีความเป็นธรรมโดยไม่ตะขิดตะขวงใจอะไรเลยหรือ อย่าลืมว่าหมอวรงค์จะต้องไปเป็นพยานศาล ควรหยุดพูดได้แล้ว เห็นบอกให้คนอื่นหยุดแต่ตัวเองพูดเอาพูดเอา  

ด้าน นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า รู้สึกสับสนกับการที่รัฐบาลมีคำสั่งใช้ ม.44 ในคดีจำนำข้าว เพราะเมื่อ 13 ต.ค. 58 ที่ผ่านมา รัฐบาลจะไม่ใช้ ม.44 ในคดีดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าจะไม่ใช้กลไกพิเศษในการแก้ปัญหานี้ เพราะจะทำให้ปัญหาทับซ้อนไปเรื่อยๆ จึงรู้สึกสับสน เพราะเวลาไม่ห่างกันเท่าไรกลับปรับเปลี่ยนในหลักการสำคัญ ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาในเชิงหลักการของกฎหมาย ที่จะต้องได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ นั่นคือหลักนิติธรรมซึ่งสำคัญยิ่ง ในยุคโลกาภิวัฒน์ ดังนั้นเมื่อรัฐบาลตัดสินใจใช้ ม.44 เพื่อคุ้มครองบุคคล คณะบุคคล คณะทำงาน คณะกรรมการหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย ตนมองว่าสุ่มเสี่ยงต่อการขัดกับหลักนิติธรรมอย่างยิ่ง อันอาจส่งผลให้ได้รับการต่อต้านจากนานาชาติ จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมากมายหรือไม่
     
นายชวลิต กล่าวต่อว่า โดยส่วนตัวตนเห็นว่าคดีโครงการรับจำนำข้าว ทั้งที่อยู่ในศาลแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และที่เกี่ยวเนื่องโดยเฉพาะการจะเรียกค่าเสียหายหรือไม่ ควรให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมปกติ อันจะเป็นไปตามหลักนิติธรรม ซึ่งจะได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประการสำคัญที่สุดโครงการรับจำนำข้าวนั้นเหตุการณ์ และห้วงเวลาไม่ได้เกิดในรัฐบาลนี้ ทั้งท่านก็กล่าวอยู่เนืองๆ ว่า เข้ามาทำหน้าที่เป็นกรรมการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ก็ไม่น่าที่จะมากระทำการในสิ่งที่ท่านไม่ได้ก่อ โดยมาทำหน้าที่เป็นผู้เล่นเสียเอง แทนที่จะเป็นกรรมการที่เป็นกลางดังกล่าว ซึ่งถ้าหากเห็นว่าทำผิดหรือทุจริต ก็สามารถดำเนินการส่งเรื่องให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำหน้าที่ก็ไม่สายเกินไป ถือว่าท่านได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว จึงขอฝากข้อสังเกตนี้ไว้เพื่อทบทวน ในสิ่งที่ท่านได้เคยสื่อสารยังสาธารณะอย่างต่อเนื่องดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ด้วยหลักนิติธรรม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้