วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ราสนิมหม่อน

ราสนิมหม่อน

  • Share:

ปลายฝนต้นหนาว ฝนฟ้ายังหลงเหลือลมหนาวพัดกระหน่ำซ้ำเข้ามา เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมของศัตรูพืช จำพวกเชื้อรา ได้เริงร่าแพร่พันธุ์

ช่วงอากาศเย็นๆมีความชื้นสูงอย่างนี้ นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้ระวังศัตรูสำคัญ “โรคราสนิมหม่อน” ระบาดได้ดีนักแล เพราะสปอร์ของเชื้อราจะสามารถแพร่กระจายปลิวไปกับสายลมและไหลเรี่ยราดมากับสายฝน

ดังนั้นเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของต้นหม่อนให้ดี สังเกตที่ใบหม่อนจะแสดงอาการให้เห็นเป็นจุดเล็กๆสีเหลืองหรือสีน้ำตาลปนแดง และบวมขึ้นเป็นตุ่มแผลใหญ่ขึ้น

เมื่อเนื้อเยื่อใบหม่อนถูกทำลาย และแตกออกจะเห็นสปอร์ของเชื้อรา มีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาลปนแดงคล้ายสนิมอยู่บนตุ่มแผล และกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณด้านใต้ใบ...หากเชื้อราตัวนี้ระบาดรุนแรง จะทำให้ใบหม่อนมีสีเหลืองทั้งใบและแห้งเป็นสีน้ำตาล แล้วใบร่วงหล่นลงดิน

ความรุนแรงของโรคนี้ อธิบดีกรมหม่อนไหมบอกว่า ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น พันธุ์หม่อน การบริหารจัดการแปลงหม่อน...ดังนั้น การระวังป้องกันจำเป็นต้องวางแผนทำกันตั้งแต่เริ่มต้นปลูกหม่อน ด้วยการเลือก ใช้พันธุ์ที่ทนต่อโรคราสนิม เช่น พันธุ์คุณไพ, พันธุ์สกลนคร เป็นต้น

ส่วนการปลูก ควรลงหม่อนแบบแถวเดี่ยว และเพิ่มระยะห่างระหว่างต้นให้มากขึ้น ไม่น้อยกว่า 75 ซม. ระยะห่างระหว่างแถวไม่น้อยกว่า 2 ม. พร้อมทั้งควรดูแลตัดแต่งกิ่งหม่อนให้โปร่ง และไม่ปล่อยให้ใบหม่อนมีอายุแก่เกิน 3 เดือน

ในกรณีปลูกหม่อนในพื้นที่เคยเกิดโรคนี้ระบาดมาแล้ว ควรตัดแต่งกิ่งหม่อนก่อนถึงช่วงที่เคยเกิดโรคระบาด หลังจากตัดแต่งกิ่งแล้วประมาณ 30-45 วัน ควรพ่นสารกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรอะดิมิฟอส สารอินทรีย์ NA-8159 เป็นต้น...หากมีการพ่นสารเคมี ควรเว้นระยะการเก็บใบหม่อนไปเลี้ยงไหม ระยะที่ปลอดภัย เก็บหลังพ่นสารเคมีไปแล้ว 40 วัน

ส่วนกิ่งและใบหม่อนที่ตัดทิ้งแล้ว ควรนำไปเผาทำลาย โดยเฉพาะกิ่งที่มีเชื้อราโรคราสนิมเข้าทำลาย ไม่ควรนำไปคลุมแปลงหม่อนอีก เพราะจะกลายเป็นแหล่งเพาะโรคให้ระบาดรุนแรงขึ้นมาอีก.

ชมชื่น ชูช่อ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้