วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แก้ฮั้วกรมทางหลวง (1)

แก้ฮั้วกรมทางหลวง (1)

โดย ลมกรด
3 พ.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

คุณวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ จอมแฉดาวรุ่งของพรรคประชาธิปัตย์ ส่งจดหมายมาถึงผม เป็นสำเนาฉบับเดียวกับหนังสือร้องเรียนที่ทำถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่อง “ให้กรมทางหลวงจัดทำโครงการที่ไม่กีดกันการเสนอราคา เพื่อไม่ให้มีการแบ่งงานและสมยอมในการเสนอราคา” พร้อมกับแนบข้อมูลโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์และถนนสี่เลนที่ราคาเกิน 500 ล้านบาท (โครงการตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559) ทั้งหมดมี 34 โครงการ ส่งมาให้ด้วย

ผมดูแล้วเนื้อหาเป็นประโยชน์กับส่วนรวม เลยคัดย่อมาให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้ร่วมกัน จะได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาอย่าให้มีการฮั้วประมูล

หนังสือร้องเรียนระบุว่า “กรมทางหลวงได้ทำโครงการก่อสร้างถนนที่มีงบประมาณมากกว่า 500 ล้านบาท โดยมีจุดประสงค์เพื่อกีดกันไม่ให้บริษัทผู้รับเหมาที่จดทะเบียนชั้น 1–4 มีสิทธิเสนอราคา เพื่อจำกัดให้เฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนชั้นพิเศษเท่านั้น ทำให้บริษัทที่จดทะเบียนชั้นพิเศษซึ่งมีเพียงประมาณ 50 ราย สามารถสมยอมตกลงราคาและแบ่งงานกันได้ ทั้งๆที่แต่ละโครงการสามารถแบ่ง ออกเป็นโครงการย่อยหลายตอน จะทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น”

เท่าที่ผมทราบข้อมูลขณะนี้มีบริษัทที่จดทะเบียนชั้นพิเศษกับกรมทางหลวง 55 ราย ชั้น 1 มี 83 ราย ชั้น 2 มี 101 ราย ชั้น 3 มี 91 ราย และชั้น 4 มี 176 ราย โดยบริษัทชั้น 4 สามารถรับงานที่มีวงเงินไม่เกิน 60 ล้านบาท บริษัทชั้น 3 รับงานไม่เกิน 150 ล้านบาท บริษัทชั้น 2 รับงานไม่เกิน 300 ล้านบาท บริษัทชั้น 1 รับงานไม่เกิน 500 ล้านบาท ส่วนงานที่ราคาเกิน 500 ล้านบาทต้องใช้เฉพาะบริษัทชั้นพิเศษ

สมมติโครงการ 1,000 ล้านบาท หากไม่แบ่งเป็นโครงการย่อย จะมีเฉพาะบริษัทชั้นพิเศษที่รับงานไปทั้งก้อน แต่ถ้าแบ่งโครงการเป็น2 ตอน ตอนละ 500 ล้านบาท ทั้ง 2 ตอนนี้บริษัทชั้น 1 จะเข้าร่วมเสนอราคาได้ หรือถ้าแบ่งโครงการเป็น 3 ตอน ตอนละ 500 ล้านบาท 300 ล้านบาท และ 200 ล้านบาท เนื้องานตอนราคา 300 กับ 200 ล้านบาท บริษัทชั้น 2 ก็สามารถเข้าร่วมเสนอราคาได้ เมื่อการแข่งขันมากขึ้น ราคาย่อมถูกลง

หนังสือร้องเรียนของคุณวัชระระบุข้อมูลว่า ในปีงบประมาณ 2556, 2557 และ 2558 โครงการที่ราคาต่ำกว่า 500 ล้านบาท มีหลายโครงการที่ผู้รับเหมาสู้กันจนราคาต่ำกว่าราคากลางถึง 30% ขณะที่โครงการที่ราคาเกิน 500 ล้านบาท เกือบทุกโครงการน่าเชื่อได้ว่ามีการแบ่งงานและสมยอมราคากัน เพราะราคาที่ประมูลได้มีราคาใกล้เคียงกับราคากลาง แม้ใช้วิธีอี–อ๊อกชั่น หรืออี–บิดดิ้งก็ตาม แต่เกือบทุกโครงการมีราคาต่ำกว่าราคากลางเพียง 2% ก็แปลกดีที่ สตง.กับ ป.ป.ช.ไม่เคยสังเกตเห็นความผิดปกติมีแต่จับปลาซิวปลาสร้อย ล่อแค่โครงการเล็กๆ

สำหรับปีงบประมาณ 2559 มี 34 โครงการที่ราคาเกิน 500 ล้านบาท วงเงินรวม 179,700 ล้านบาท อยู่ระหว่างการจัดทำทีโออาร์ แต่มีบางโครงการประกาศทีโออาร์ออกมาแล้ว ซึ่งคุณวัชระระบุในหนังสือร้องเรียนว่า “ได้ทราบข่าววงในที่น่าเชื่อถือว่ามีการตกลงแบ่งงานกันแล้วว่าบริษัทรายใดจะได้งานโครงการไหน”

ผมไม่รู้ว่าข่าววงในของคุณวัชระเชื่อถือได้แค่ไหน แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง บริษัทชั้นพิเศษฮั้วกันลงตัว หลังประมูลแล้วต่อรองราคาพอเป็นพิธีให้ราคาลง 2% ก็จะลดราคาได้แค่ 3,594 ล้านบาท จากยอดรวม 179,700 ล้านบาท แต่ถ้าเปิดให้มีบริษัทแข่งขันกันมากขึ้นจนไม่สามารถฮั้วกันได้ ราคาประมูลอาจจะถูกลง 30% ประหยัดไปถึง 53,910 ล้านบาท คิดส่วนต่างแล้วประหยัดงบประมาณแผ่นดินไปร่วม 5 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว

ก็ไม่รู้นายกฯได้เห็นหนังสือร้องเรียนฉบับนี้หรือยัง คุณวัชระยังได้เสนอทางออกไว้ด้วย พรุ่งนี้จะมาเล่าให้ฟังต่อครับ.

ลมกรด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้