วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อสรพิษ

อสรพิษ

  • Share:

หลังวันออกพรรษา ก็เข้าสู่เทศกาลทอดกฐิน ผมได้กลิ่นอาย อยากฟังเทศน์สักกัณฑ์ เจอหนังสือคำตรัสของพระพุทธเจ้า เหตุแห่งคำตรัส (สำนักพิมพ์แสงแดดเพื่อนเด็ก นิดดา หงษ์วิวัฒน์ พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2550) ก็เปิดอ่าน

ขณะเดินทางผ่านที่นาของกสกะ พระพุทธองค์ตรัสกับพระอานนท์ ว่า “เธอเห็นอสรพิษไหม”

อสรพิษ ที่พระพุทธองค์ทรงเห็น คือถุงเงินถุงทอง ที่พวกโจรปล้นมาแล้ว ลืมทิ้งเอาไว้

กสกะได้ยินก็สะดุดใจ เดินมาตรงนั้นพบถุงเงินถุงทองก็ดีใจ

เป็นล้นพ้น แต่ก็คิดว่าถุงเงินถุงทองที่พระพุทธองค์ทรงเรียก...อสรพิษนั้น มีความหมายสำหรับนักบวช

“เราไม่ใช่นักบวช ถุงเงินถุงทอง จึงไม่ใช่อสรพิษ”

คิดดังนั้น กสกะก็หยิบถุงเงินถุงทองกลับบ้าน ลืมตัวลืมใจใช้อย่างเปรมปรีดิ์

ครั้นราชบุรุษ (ราชบุรุษสมัยพุทธกาล ก็คงเป็นคำรวมเรียกกระบวนการยุติธรรม ตำรวจอัยการและศาลสมัยนี้แหละครับ) ตามรอยโจรมา

จนถึงตัวกสกะ ก็จับตัวเอาไปตัดสินโทษประหาร

กสกะจะชี้แจงอย่างไร ก็ไม่มีใครฟัง

อับจนสิ้นหนทาง ระหว่างถูกนำตัวไปประหาร กสกะก็ตะโกนเสียงดัง

“พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า เธอเห็นอสรพิษไหม...”กสกะเฝ้าตะโกน จนราชบุรุษสนใจ ถามว่าทำไมจึงตะโกนเช่นนั้น กสกะรู้ตัว ตอบไปอย่างไรก็คงไม่มีใครเชื่อ จึงบอกว่า ขอให้พาไปเฝ้าพระพุทธเจ้า

เอ่ยถึงองค์พระพุทธเจ้า ราชบุรุษรู้ดี พระองค์คือสรณะสำคัญที่นับถือสูงสุดของพระเจ้าแผ่นดิน จึงพานักโทษประหารไปเฝ้าพระเจ้าปเสนทิโกศล เป็นไปตามคาด ทรงนำนักโทษประหารไปเฝ้าพระพุทธเจ้า

เรื่องกระจ่าง กสกะจึงพ้นโทษ

ถึงเวลานั้น พระอานนท์จึงเข้าใจคำตรัส “เธอเห็นอสรพิษไหม” มุ่งหวังจะช่วยชาวนาให้พ้นโทษ ในขณะพระเจ้าปเสนทิโกศลก็ทรงเสียพระทัย ที่เกือบจะประหารผู้บริสุทธิ์

พระพุทธองค์จึงตรัสหัวข้อธรรม กรรมที่ควรเว้น ปลอบพระทัย และให้สติ

มหาบพิตร คฤหัสถ์ผู้ยังบริโภคกาม เกียจคร้าน 1 พระราชาทรงประกอบกรณียกิจโดยมิได้พิจารณารอบคอบถี่ถ้วนเสียก่อน 1 บรรพชิตไม่สำรวม 1 ผู้อ้างตนว่าเป็นบัณฑิตแต่มักโกรธ 1 สี่จำพวกนี้ ไม่ดีเลย

มหาบพิตร กรรมอันใดที่ทำแล้วต้องเดือดร้อนใจภายหลัง ต้องมีหน้าชุ่มด้วยน้ำตา เสวยผลแห่งกรรมนั้น ตถาคตกล่าวว่า กรรมนั้นไม่ดี ควรเว้นเสีย

คำสอนชุดนี้ล่ะกระมังครับ เป็นที่มาของนิทาน...ที่พระผู้เฒ่าเล่าสอนพระหนุ่มเณรน้อย

ถ้าเป็นพระบ้าน อยู่วัดในเมือง รุ่งเรืองเฟื่องฟูด้วยลาภสักการะ พระผู้เฒ่าก็มักจะเล่านิทานเตือน ให้ระวังเรื่องเงิน ในกุฏิไม่ควรมีเงิน เงินนั้น ชักนำสารพัดเภทภัย...ญาติโยมหญิงที่ไม่ควรมาหา ก็แวะเวียนมาหา

โจรผู้ร้ายรู้แกว ก็มาจี้ปล้น...ฆ่าพระตายไปนับไม่ถ้วน

ส่วนพระป่า...นั่งหลับตาทำกรรมฐานในกุฏิหลังน้อย...ข้อควรระวังอย่างยิ่งก็คือ งู

งูพิษซุกอยู่ในกุฏิ พระถูกงูกัดตายไปจำนวนไม่น้อย

นิทานจากพระผู้เฒ่า...เงินคืองู คืออสรพิษ ชักนำเภทภัย...อันตราย... ผมเพิ่งเข้าใจ คงได้เค้ามาจากคำสอนชุดนี้เอง

พระระดับสมภาร...มีเงินเป็นร้อยเป็นพันล้าน กำลังเจอคดีความ ...ผัว รปภ.กับเมีย ยามจนทนเลี้ยงลูกอยู่ด้วยกันได้ พอถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ได้เงิน 30 ล้าน ครอบครัวก็แตก ผัวเมียแยกไปคนละทางไม่เว้น ครูอาจารย์ผู้เฒ่าหลายท่านที่ผมนับถือ...เคยเอาเงินมาเป็นยารักษาเมือง...มาด้วยดี แต่พอมีจำนวนเงินเพิ่มขึ้น...ผู้เฒ่าท่านก็เริ่มงกเงิ่น ไม่มีข้อหาเบียดบัง แต่ก็ไม่พ้นข้อหาใช้เงินไม่ถูกที่...

เงินที่ใช้ไปในทางดี...รักษากายรักษาใจ...กระทั่งให้วิชาผู้คน ...คงไม่เป็นอสรพิษแว้งกัดเจ้าของ...ถึงตาย โบราณสอนว่า หากฝ่ามือไม่มีแผล ยาพิษก็ซึมซับเข้าไปทำร้ายไม่ได้ ผมเชื่อเช่นนี้จริงๆ.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้