วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ใช้ ม.44 ตามเจตนา รธน.

ใช้ ม.44 ตามเจตนา รธน.

  • Share:

มาตรา 44 อาจถือได้ว่าเป็นกฎหมายยอดนิยมสุดในปัจจุบัน ใครๆก็เรียกหา ม.44 เมื่อทำอะไรติดขัดไม่ได้ดังใจ แม้แต่โครงการพัฒนาตามปกติของรัฐบาล รัฐมนตรีบางคนก็เรียกร้องให้ใช้ ม.44 นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันแห่งประเทศไทย จึงออกมาเตือนว่าขอให้ใช้ ม.44 ด้วยความระมัดระวัง หากไม่รอบคอบอาจนำไปสู่การทุจริตโกงกินได้

มีรายงานข่าวว่ากำลังเตรียมการเสนอใช้อำนาจพิเศษ ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อเร่งรัดโครงการลงทุนของรัฐบาล 20 โครงการ ในวงเงิน 1.79 ล้านล้านบาท ที่จะต้องดำเนินการเร่งด่วนในปี 2559 จึงจำเป็นต้องใช้ ม.44 เพื่อลดขั้นตอนบางอย่าง เช่น การอนุมัติโครงการ และการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

รัฐบาลมีโครงการลงทุนรวมภาครัฐกับภาคเอกชน 66 โครงการตามแผน การลงทุน 5 ปี ที่จะสิ้นสุดลงในปี 2562 มี 6 โครงการที่จะขออนุมัติคณะรัฐมนตรี ในกลางปี 2559 โดยปกติการอนุมัติโครงการ และการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จะต้องใช้เวลาถึง 1–2 ปี แต่ถ้าใช้ ม.44 จะเร่งรัดให้เร็วขึ้น ส่วนใหญ่เป็นโครงการของกระทรวงคมนาคม

ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันยอมรับว่าการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอาจเป็นอุปสรรคต่อโครงการใหญ่ๆบางโครงการ และอาจแก้ปัญหาได้ด้วย ม.44 แต่โครงการทั่วๆไปควรดำเนินการตามวิธีการที่เหมาะสม ถ้าเร่งรัดเกินไปอาจมีผลกระทบในด้านเสียหายต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ มิฉะนั้นอาจนำไปสู่การทุจริต โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้าง

ม.44 ให้หัวหน้า คสช.มีอำนาจสั่งการใดๆ ในกรณีที่เห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปประเทศ การเสริมสร้างความสามัคคีในชาติ หรือเพื่อระงับยับยั้ง หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อน ทำลายความสงบเรียบร้อย หรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์เศรษฐกิจของชาติ หรือราชการแผ่นดิน เห็นได้ชัดว่ามีเจตนารมณ์ เพื่อแก้ปัญหาสำคัญของชาติ

จึงควรใช้อำนาจตาม ม.44 ด้วยเฉพาะที่จำเป็น และให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่มุ่งหมายให้นำไปใช้ในการผลักดันการปฏิรูปประเทศ การสร้างความปรองดอง และระงับยับยั้งหรือปราบปรามการบ่อนทำลายประเทศ การดำเนินการโครงการใหญ่ๆของรัฐบาล แม้ว่าจะจำเป็น แต่ควรจะกระทำด้วยความรอบคอบ ไม่เร่งรัดจนมีช่องโหว่ และนำไปสู่การทุจริตบางขั้นตอนของโครงการอาจ

จะลดระยะเวลาได้ แต่หลายขั้นตอนต้องปฏิบัติตามกระบวนการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด ยึดหลักนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาล อันได้แก่ ความโปร่งใส การตรวจสอบถ่วงดุล และความรับผิดชอบ จะทำให้รัฐบาลได้รับความเชื่อถือ ทั้งจากภายในประเทศ และจากประชาคมโลก เพราะยึดหลักนิติธรรม ซึ่งเป็นเสาหลักประชาธิปไตย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้