วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตรวจซากเครื่อง พบภาพน่าอนาถ ส่วนใหญ่นั่งตายคาเก้าอี้

ตรวจซากเครื่อง พบภาพน่าอนาถ ส่วนใหญ่นั่งตายคาเก้าอี้

  • Share:

“อียิปต์-รัสเซีย” ประสานเสียง เป็นไปได้ยากเครื่องบินสายการบินโคกาลึมอาเวีย เที่ยวบินที่ 9268 ถูกกลุ่มแนวร่วมไอเอสสอยร่วง จนเป็นเหตุให้ผู้โดยสารที่ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย พร้อมลูกเรือเสียชีวิตยกลำ 224 ศพ แต่ยังไม่ระบุสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก ขณะหน่วยกู้ภัยอียิปต์เผยสภาพเครื่องแตกเป็นสองส่วน และมีร่องรอยไฟไหม้ ส่วนผู้เสียชีวิตจำนวนมากยังติดอยู่กับที่นั่ง คาดใช้เวลาหลายวันกว่าจะพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตได้หมด ด้านฝรั่งเศสเตรียมส่งผู้เชี่ยวชาญร่วมตรวจสอบ ล่าสุด 3 สายการบิน “เอมิเรตส์-แอร์ฟรานซ์-ลุฟฮันซ่า” ประกาศระงับบินผ่านคาบสมุทรไซนาย

สำนักข่าวต่างประเทศยังคงรายงานความคืบหน้าการสอบสวนสาเหตุเครื่องบินแอร์บัส เอ-321 สายการบินโคกาลึมอาเวีย หรือ “เมโทรเจ็ต” ของประเทศรัสเซีย เที่ยวบินที่ 9268 เดินทางออกจากอียิปต์ไปยังปลายทางที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย ประสบเหตุตกลงในหุบเขาฮัซซานา บริเวณคาบสมุทรไซนาย ทางตอนใต้ของประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือรวม 224 ราย เสียชีวิตทั้งหมด ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ยังปักหลักอยู่ที่สนามบินปูลโกโว ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อฟังคำชี้แจงจากสายการบิน แต่หลายรายเตรียมตัวเดินทางไปยังอียิปต์เพื่อรับร่างผู้เสียชีวิตกลับมาประกอบพิธีศพที่บ้านเกิดต่อไป

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 พ.ย. นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย มีคำสั่งให้คณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของรัฐบาลรัสเซียเร่งสอบสวนสาเหตุเครื่องบินตกอย่างเร่งด่วน พร้อมประกาศลดธงครึ่งเสาทั่วประเทศเพื่อไว้อาลัยผู้เสียชีวิต ส่วนนายโมฮาเหม็ด ฮอซซัม คามัล รัฐมนตรีกระทรวงการบินพลเรือนของอียิปต์ ประเมินว่าการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลจากกล่องดำ 2 กล่องของเครื่องบินแอร์บัส 321 สายการบินโคกาลึมอาเวีย ซึ่งพบในที่เกิดเหตุ ต้องใช้เวลานานนับสัปดาห์กว่าจะสรุปผลเบื้องต้นได้

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมแห่งรัสเซียออกแถลงการณ์ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของกลุ่มติดอาวุธที่เป็นแนวร่วมของกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรักและซีเรีย ซึ่งระบุว่าทางกลุ่มเป็นผู้ยิงเครื่องบินของสายการบินโคกาลึมอาเวียตกลงในคาบสมุทรไซนาย เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลรัสเซียให้ความช่วยเหลือแก่นายบาชาร์ อัล อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรีย กวาดล้างนักรบกลุ่มไอเอสในซีเรียตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่กระทรวงคมนาคมรัสเซียย้ำว่าคำประกาศของกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวไม่มีมูลความจริง พร้อมระบุว่ากลุ่มติดอาวุธไม่มีขีปนาวุธที่ยิงโจมตีจากพื้นดินสู่อากาศ แต่ขณะเดียวกันก็ยังไม่อาจระบุได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก

ทั้งนี้ เครื่องบินแอร์บัส เอ-321 ของสายการบินโคกาลึมอาเวีย ออกจากเมืองชาร์เมลเชค แหล่งที่พักตากอากาศขึ้นชื่อของอียิปต์ เมื่อเวลา 05.51 น. วันที่ 31 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 10.51 น.ตามเวลาไทย แต่เครื่องขึ้นบินได้ประมาณ 23 นาที ก็ขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมการจราจร จนกระทั่งรัฐบาลอียิปต์ประกาศว่าเครื่องบินตกลงในหุบเขาฮัซซานา ห่างจากเมืองชายทะเลอัล-อาริซในคาบ-สมุทรไซนายประมาณ 35 กม. โดยสภาพเครื่องบินกระแทกพื้นอย่างแรงจนแตกออกเป็น 2 ส่วน และบริเวณท้ายเครื่องบินมีร่องรอยไฟไหม้ ชิ้นส่วน เครื่องบินอื่นๆกระจัดกระจายอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ศพผู้เสียชีวิตจำนวนมากซึ่งรัดเข็มขัดนิรภัยยังคงติดอยู่กับที่นั่งผู้โดยสาร และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอียิปต์สามารถนำ ร่างผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุได้ประมาณ 120 ราย แต่ยังมีศพติดอยู่ในซากเครื่องบินอีกมาก ทั้งยังต้องรอการพิสูจน์หลักฐานและระบบอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตอีกหลายวัน

ด้านนายวลาดิเมียร์ มาร์คิน โฆษกของคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเหตุเครื่องบินตกของรัสเซีย แถลงว่าเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปยังสำนักงานสายการบินโคกาลึมอาเวีย ซึ่งตั้งอยู่ในสนามบินโดโม-ดีโดโวในกรุงมอสโกของรัสเซีย เพื่อรวบรวมเอกสารและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และจะพิจารณาข้อมูลที่ได้ประกอบกับรายงานสภาพอากาศในขณะเกิดเหตุ, ข้อมูลประสบการณ์การบินของนักบิน, บันทึกการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงของเครื่องบิน รวมถึงจุดเติมน้ำมันครั้งสุดท้ายของเครื่องบินลำเกิดเหตุ ทั้งยังจะตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องบินย้อนหลังว่าเคยเกิดเหตุขัดข้องใดๆมาก่อนหรือไม่ ขณะที่บริษัทโคกาลึมอาเวียเผยว่า เครื่องบินดังกล่าวผลิตขึ้นในปี 2540 และผ่านการใช้งานแล้วประมาณ 56,000 ชม. ส่วนนักบินมีประสบการณ์การบินเครื่องบินแอร์บัสมานานกว่า 12,000 ชม.

นอกจากนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานคำให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายการบินพลเรือนของรัฐบาลอียิปต์ ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ พบว่าเครื่องบินลำดังกล่าวพุ่งลงกระแทกพื้นในแนวดิ่งระหว่างที่เครื่องลดระดับลงอย่างรวดเร็วประมาณ 1,800 เมตรต่อนาที โดยเหตุทั้งหมดเกิดขึ้นหลังเครื่องบินหายไปจากระบบตรวจจับสัญญาณของศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศอียิปต์

ขณะที่สำนักงานตรวจสอบความปลอดภัยด้านการบินของฝรั่งเศส (BEA) เตรียมส่งเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคไปยังอียิปต์เพื่อร่วมมือกับรัฐบาลอียิปต์และรัสเซียในการตรวจสอบสาเหตุเครื่องบินตก โดยที่ผ่านมาสายการบินรัสเซียมีประวัติเครื่องบินตกหลายครั้ง ส่วนใหญ่เป็นสายการบินในประเทศ เป็นผลจากการใช้เครื่องบินเก่าและมีปัญหาขาดแคลนอะไหล่ แต่นักวิเคราะห์บางรายระบุว่าข้อจำกัดด้านบุคลากรในแวดวงการบินของรัสเซียเป็นสาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุเครื่องบินตกบ่อยครั้ง เนื่องจากผลตรวจสอบพบว่านักบินจำนวนมากในรัสเซียไม่ได้รับการฝึกบินเครื่องบินรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีปัญหาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและประเมินผลเครื่องบินไม่เพียงพอ

วันเดียวกัน นายกรัฐมนตรี เชอริฟ อิสมาอิล แห่งอียิปต์ เดินทางถึงบริเวณที่เครื่องบินลำมรณะตก และรับฟังรายงานสรุปจากเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ซึ่งยังขยายพื้นที่ในการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตที่อาจกระเด็นกระจัดกระจายออกไปไกลในรัศมีโดยรอบถึง 15 กม. ขณะเดียวกัน ทางการอียิปต์และรัสเซียต่างไม่สนคำแถลงของกลุ่มกองกำลังไอเอสที่ออกมาแสดงความรับผิดชอบว่าเป็นฝ่ายยิงเครื่องบินตก ซึ่งนายอิสมาอิลย้ำว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญยืนยันแล้วว่าเครื่องบินไม่สามารถถูกยิงในระยะความสูงจากพื้นดิน 31,000 ฟุตได้ อย่างไรก็ตาม สายการบิน 3 แห่ง ได้แก่ สายการบินเอมิเรตส์ สายการบินแอร์ ฟรานซ์ และสายการบินลุฟฮันซ่า ต่างตัดสินใจไม่บินข้ามน่านฟ้าคาบสมุทรไซนายจนกว่าจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติม ขณะที่สายการบิน บริติช แอร์เวย์ส กับสายการบิน อีซีเจ็ต ยังไม่เปลี่ยนแปลงเส้นทางการบิน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้