วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘ทักษิณ’ โชว์เสื้อแดง ลูกหาบแห่ตามคึกคัก โหรชี้แรงต้านบิ๊กตู่หด กรธ.ลง4ภาคฟังปชช.

‘ทักษิณ’ โชว์เสื้อแดง ลูกหาบแห่ตามคึกคัก โหรชี้แรงต้านบิ๊กตู่หด กรธ.ลง4ภาคฟังปชช.

  • Share:

มาทั้งคณะแต่งแดงตามนัด 1 พ.ย. “ทักษิณ” นำเอง โพสต์ภาพสวมเสื้อแดงอวดบนโลกโซเชียล ระบุเป็นเสื้อแดงที่มีสีเหลืองตรงหัวใจ ยันอยากเห็นความปรองดองเกิดขึ้นในประเทศ แนะวิธีเอาชนะเสื้อแดง ใช้หลักเมตตาธรรม ไม่ต้องใช้ปืนหรือกฎหมาย อดีต รมต.-อดีต ส.ส.-แกนนำเพื่อไทย แห่ใส่เสื้อแดงคึกคัก แชร์ภาพกันสนุกบนโลกไซเบอร์ มวลชนเสื้อแดงใช้วิธีเซลฟี่โพสต์ลงเฟซบุ๊ก หลังฝ่ายความมั่นคงจับตาความเคลื่อนไหวเกาะติดทุกพื้นที่ โหร คมช.จับยามสามตาฟันธงรัฐบาลอยู่ต่ออีก 2-3 ปี ชี้เปรี้ยงกระแสต้านหมดพลัง ตรวจดวงชะตา “บิ๊กตู่” ต้องเหน็ดเหนื่อยกว่าจะเสร็จภารกิจ พท.รุมสับใช้ ม.44 ออกคำสั่งคุ้มครองคนบริหารจัดการข้าว หวั่นมีลูกตุกติก เพราะฟ้องกลับไม่ได้ “ทนายปู” โวยละเมิดสิทธิผู้ถูกกล่าวหา ชี้นำเหมือนทำผิดแล้ว ปชป.เนื้อเต้นรัฐบาลเอาจริง เชียร์สุดลิ่มทิ่มประตูใช้ ม.44 คลังขยายสอบเรียกค่าเสียหายเพิ่มอีก 30 วันตามคาด กรธ.เตรียมลงพื้นที่ 4 ภาคฟังความเห็นประกอบยกร่าง รธน. ยังไม่สรุปใช้ระบบ “จัดสรรปันส่วนผสม” พท.ซัดทำพรรคการเมืองอ่อนแอ ปูทางนายกฯคนนอก ขณะที่ ปชป.เห็นด้วยหลักคิดแต่ต้องเปลี่ยนวิธีการ

สืบเนื่องจากความเคลื่อนไหวทางการเมืองบนโลกโซเชียลมีเดีย ที่มีการนัดหมายใส่เสื้อแดงวันที่ 1 พ.ย. เพื่อให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกดำเนินคดีโครงการรับจำนำข้าว จนเป็นประเด็นลุกลาม รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงแสดงความห่วงใยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมใช้กฎหมายดำเนินการหากมีการชุมนุม หรือกระทำการใดๆกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ล่าสุดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ออกมานำขบวนใส่เสื้อแดงผ่านโลกโซเชียลมีเดีย

“ทักษิณ” นำทีมแต่งแดงตามนัด

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 1 พ.ย. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์อินสตาแกรมเป็นรูปตัวเองยืนกอดอกใส่เสื้อสีแดง ตามกระแสโลกโซเชียลมีเดียในประเทศไทย ที่มีการส่งต่อข้อความนัดหมายใส่เสื้อสีแดงในวันที่ 1 พ.ย. เพื่อให้กำลังใจและเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กำลังถูกดำเนินคดีในโครงการรับจำนำข้าว นายทักษิณเขียนข้อความบรรยายว่า “วันนี้วันอาทิตย์ใส่เสื้อแดง เป็นกำลังใจแด่ผู้รักประชาธิปไตยและผู้แสวงหาความเป็นธรรมทุกคน แต่เสื้อแดงผมตอนนี้มีเหลืองตรงหัวใจ เพราะอยากเห็นความปรองดองในประเทศที่ผมรักและห่วงใย คนใส่เสื้อแดงวันนี้มีเหตุผลดังนี้ 1.เพราะเป็นเทรนด์ของแฟชั่น 2.เพราะเป็นวันอาทิตย์ ซึ่งสัญลักษณ์คือสีแดง 3.เพราะที่บ้านมีเสื้อผ้าสีแดงหลายตัวก็หยิบมาใส่พอดี 4.เป็นพวกที่คิดเหมือนผมคือเป็นคนเสื้อแดง เป็นคนอยากเห็นความเป็นธรรมและประชาธิปไตยกลับสู่ประเทศ ความจริงแล้วใครอยากชนะใจคนเสื้อแดงนี่ง่ายมากเลย ไม่ต้องใช้ปืน ไม่ต้องใช้กฎหมายเลย เพียงใช้หัวใจที่เป็นธรรมอย่างมีเมตตาธรรมเท่านั้น ก็ชนะใจคนเสื้อแดงแล้ว ประหยัดงบประมาณและเวลามาก”

อดีต รมต.–แกนนำ พท.ร่วมด้วย

ขณะที่อดีตรัฐมนตรี แกนนำ ตลอดจนอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคน พร้อมใจกันใส่เสื้อสีแดงเช่นเดียวกัน อาทิ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ และ รมว.คลัง นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช แกนนำพรรค น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีต ส.ส.กทม. ส่วนใหญ่เป็นการสวมเสื้อแดงอยู่ที่บ้านตัวเองและโพสต์ภาพในอิริยาบถสบายๆผ่านโลกโซเชียลมีเดีย

เสื้อแดงคึกเซลฟี่โชว์บนเฟซบุ๊ก

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ากลุ่มคนเสื้อแดงในโซเชียลมีเดียต่างพร้อมใจกันถ่ายภาพเซลฟี่ตัวเองสวมเสื้อแดง ก่อนโพสต์ลงหน้าเพจกันอย่างคึกคัก บางรายได้เปลี่ยนภาพโปรไฟล์ของตัวเองเป็นภาพสวมเสื้อสีแดง ส่วนบางรายชูสามนิ้ว รวมทั้ง เขียนข้อความบนเพจให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย โดยเฟซบุ๊กเพจของ “เสื้อแดงเซเลบ” ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก คนเสื้อแดงที่เป็นเพื่อนในเพจ ได้ถ่ายรูปตัวเองขณะสวมเสื้อแดง แล้วแท็กรูปดังกล่าวมาที่เพจของแดงเซเลบ บางคนส่งภาพมาทางอินบ็อกซ์ แล้วให้เสื้อแดงเซเลบนำมาโพสต์ต่อบนหน้าเพจ ขณะที่บางกลุ่มมีการนัดสวมเสื้อแดงไปทำกิจกรรม เช่น ทำบุญ กินข้าว ขี่จักรยาน ก่อนโพสต์ภาพลงโซเชียลมีเดีย

กลุ่มรวมตัวอิมพีเรียล จนท.เข้ม

ที่ห้องสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อประชาชน ชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว กลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งรวมตัวใส่เสื้อแดงตามนัดหมายในกิจกรรมชื่อว่า The Red Party Sunday โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เดินทางมาสังเกตการณ์ใกล้ชิด นำโดย พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.อ.ธนาธิษณ์ กวยรักษา ผกก.6 บก.ส.1 และทหารจาก ช.พัน. 1 ทั้งนี้เมื่อเข้าไปสอบถามวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ทราบว่าเป็นแค่การรวมตัวร้องเพลง จึงอนุญาต แต่กำชับไม่ให้ มีการแสดงออกทางการเมืองทุกกรณี

ชักภาพหมู่ชูกำปั้นให้พลังใจ “ปู”

นายพลท เฉลิมแสน แกนนำคนเสื้อแดง แถลงข่าวว่า กิจกรรมวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของชมรมผู้สูงอายุ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อประชาชน จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ หลังจากมีการเผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดียให้มาร่วมกันสวมเสื้อแดงให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ แม้ไม่รู้ว่าใครเป็นคนชวน แต่ทางกลุ่มอยากจะใช้กิจกรรมนี้เป็นกุศโลบายดึงคนเสื้อแดงมารวมตัว ส่งแรงใจไปให้อดีตนายกฯ ไม่ต้องไปรวมตัว ตากแดดตากฝนในที่สาธารณะ จนถูกฝ่ายตรงข้ามเล่นงาน หรือถูกเจ้าหน้าที่จับ ทราบว่าหลายๆกลุ่มทั่วประเทศก็ทำลักษณะนี้ ถือเป็นการยกระดับมวลชนไปในอีกขั้น อยากให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจที่มาสังเกตการณ์สบายใจว่าเราอยู่ในที่เฉพาะ ไม่ออกไปสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ใคร ไม่ไปทำลายความสามัคคี จนทำให้ต้องถูกปิดประเทศ แค่มาร้องรำทำเพลงคลายเครียดกันเท่านั้น

ภายหลังแถลงข่าวเสร็จสิ้นกลุ่มคนเสื้อแดงได้ถ่ายภาพหมู่ ชูกำปั้นเป็นสัญลักษณ์ให้กำลังใจอดีตนายกฯ และร้องเพลงเฮฮากันอย่างสนุกสนาน

ตำรวจ–ทหารเกาะติดทุกพื้นที่

ที่ สตช. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงการนัดหมายรวมตัวสวมเสื้อสีแดงให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการต่อสู้คดีโครงการรับจำนำข้าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มีคำสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน ตร.ลงพื้นที่ทำความเข้าใจในระดับแกนนำชุมชนและหมู่บ้าน การแสดงออกในเรื่องสัญลักษณ์สามารถกระทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมายไม่สร้างความเดือดร้อน ก่อให้เกิดเหตุรุนแรง การชุมนุมต้องอยู่ในกรอบ พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ ขณะเดียวกันมีคำสั่งให้ตำรวจบูรณาการร่วมกับฝ่ายทหารติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุรุนแรง ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกมาพูดเรื่องเสื้อแดงเหลืองจะมีผลต่อการเคลื่อนไหวหรือไม่ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า หน่วยข่าวตำรวจสันติบาลไม่ได้ให้น้ำหนักในเรื่องนี้ เป็นการแสดงออกเพื่อแสดงสัญลักษณ์ การสวมเสื้อเหลืองแดงทำได้แต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย

โฆษกรัฐอัดมีขบวนการบิดเบือน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนรวมตัวจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ 2-3 กิจกรรม ทุกกิจกรรมพยายามชูป้าย เขียนข้อความเรียกร้องขอประชาธิปไตยที่แท้จริง อย่ารังแกผู้หญิง แม้กระทั่งการโพสต์ข้อความในทำนองให้กำลังใจแด่ผู้รักประชาธิปไตยและผู้แสวงหาความเป็นธรรม ขอชี้แจงย้ำเน้นว่าการดำเนินคดีในฐานความผิดต่างๆ เป็นไปตามหลักฐาน ทุกคนมีสิทธิ์แสดงข้อมูลเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง ไม่ควรเบี่ยงประเด็นว่าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูงที่มาจากการเลือกตั้งหรือเป็นสตรีแล้วจะไม่กระทำผิด เพราะเป็นคนละประเด็นกัน มั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์ สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือข้อมูลที่สร้างขึ้นให้เกิดความไขว้เขว เพื่อหวังความชอบธรรมเทียม ฉะนั้นอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน โดยเฉพาะกลุ่มการเมืองควรหยุดการเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ และสนับสนุนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

วอนเลิกคิดเข้าข้างตัวเองได้แล้ว

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ท่าทีต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยวันนี้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ยืนยันเดินตามโรดแม็ป เพื่อนำประเทศสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยว่า ไม่จำเป็นต้องเชื่อตามที่พูด แต่อยากให้ฟังรอบด้าน อย่าฟังความข้างเดียว อย่ารับข้อมูลไม่ครบแล้วไปตัดสินใจ ฉะนั้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายลองถอยกันคนละก้าว มาจุดที่ตัวเองยืนอยู่ ทำหน้าที่เป็นผู้ดูบ้างเพื่อเห็นอะไรชัดเจนขึ้น เพราะบางครั้งการเป็นผู้เล่น เป็นตัวละคร ที่มีผลกระทบโดยตรงอาจมองอะไรไม่ชัด ใช้ใจที่เป็นธรรมดูสถานการณ์รอบด้าน ถ้ากระบวนการยุติธรรมของไทยไม่ดีจริง คนที่ได้รับผลกระทบคงออกมาเป็นแสนแล้ว ขอให้เปลี่ยนความคิด เลิกเข้าข้างตัวเองจนเกินไปได้แล้ว

โหร คมช.ฟันธงรัฐบาลอยู่อีก 2–3 ปี

ที่ จ.เชียงใหม่ นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหร คมช.ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวระหว่างจัดงานบุญมหากุศลครั้งที่ 13 เพื่อแผ่บุญกุศลให้ประเทศว่า รัฐบาลชุดนี้จะอยู่ต่อไปได้อีกอย่างน้อย 2-3 ปี ตามโรดแม็ป ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ช่วงนี้คงต้องเหน็ดเหนื่อย จะว่าราบรื่นคงไม่ราบรื่นแต่ก็ผ่านพ้นไปจนถึงเส้นชัยที่กำหนดไว้ สำหรับเรื่องเศรษฐกิจจะค่อยๆ ดีขึ้นเพราะสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นไปตามภาวการณ์ของโลก ไม่ใช่บ้านเราประเทศเดียว ส่วนวิบากกรรมได้ผ่านพ้นไปแล้วจะไม่มีอีกแล้ว ขณะนี้โรดแม็ปต่างๆ ดีอยู่แล้ว แต่คงต้องอาศัยเวลาอีกสักนิดหนึ่ง ต้องให้เวลากับรัฐบาลเพราะมาตามหน้าที่จริงๆ มาเพื่อต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข ส่วนกระแสเรียกร้องหรือต่อต้านรัฐบาลนั้น ตอนนี้ไม่เป็นผล มันหมดเวลาแล้ว เพราะคนในบ้านเมืองในแผ่นดินเห็นกันหมดแล้วว่าอะไรเป็นอะไร บ้านเมืองที่ผ่านช่วงกลียุคก็ผ่านมาหมดแล้ว

พท.ฉะใช้ ม.44 คุ้มครองคนจัดการข้าว

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2558 มีเนื้อหาคุ้มครองผู้บริหารจัดการข้าวที่อยู่ในสต๊อกทั่วประเทศว่า รู้สึกแปลกใจมาก การกำหนดให้คณะทำงานไม่ต้องรับผิดอะไรทั้งสิ้นทั้งทางแพ่ง อาญา รวมทั้งทางวินัย ท่านมั่นใจหรือว่าคนที่ดำเนินการจะบริสุทธิ์ผุดผ่องขนาดนั้น แม้ท่านจะมีอำนาจออกคำสั่งนี้แต่เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหมือนเขียนนิรโทษกรรมไว้ล่วงหน้า เหตุใดจึงไม่ใช้ระบบปกติที่ดำเนินการอยู่ ทั้งการขายข้าว การตรวจสอบข้าว มันมีวิธีการปกติของมันอยู่แล้ว หากจะอ้างเหตุผลเรื่องความรวดเร็วก็ไม่น่าใช่ เพราะระยะเวลาที่ผ่านมาปีกว่ารัฐบาลมีเวลาเหลือเฟือที่จะดำเนินการ สิ่งสำคัญที่ต้องตั้งคำถามคือหากคณะทำงานดำเนินการไม่สุจริตเราจะจัดการอย่างไร และต้องถามด้วยว่าโครงการอื่นของรัฐบาลที่มีการลงทุนขนาดใหญ่ เหตุใดจึงไม่ใช้มาตรา 44 ดำเนินการเพื่อความรวดเร็วบ้าง การออกคำสั่งเฉพาะเรื่องแบบนี้ ทำให้มองว่าเป็นการเลือกจับผิดเฉพาะโครงการรับจำนำข้าวเท่านั้น ตนไม่อยากเห็นสองมาตรฐานเพราะ พล.อ.ประยุทธ์พูดอยู่เสมอว่าจะทำทุกอย่างให้โปร่งใส

“ปู–จำนำข้าว” เป็นเหยื่อการเมือง

วันเดียวกัน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ทำหนังสือเปิดผนึกชี้แจงโครงการจำนำข้าวระบุว่า เห็นภาพข่าวนายกฯยิ่งลักษณ์เดินทางไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ ในฐานะอดีต รมว.พาณิชย์ที่รับผิดชอบดูแลการรับจำนำข้าวโดยตรง ย่อมรู้ดีกว่าใครว่านายกฯยิ่งลักษณ์ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถูกดำเนินคดี ถูกถอดถอน เรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง และหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวออกคำสั่ง คสช.คุ้มครองทุกคน ทุกองค์กร ให้มาจัดการกับท่าน เห็นชัดเจนว่านายกฯยิ่งลักษณ์และโครงการจำนำข้าวคือเหยื่อทางการเมือง จึงขอชี้แจงดังนี้ 1.การกล่าวหาว่านายกฯยิ่งลักษณ์ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการจนทำให้ประเทศเสียหายใหญ่หลวงนั้น เป็นข้ออ้างเพื่อทำลายนายกฯ ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย ปูทางไปสู่การยึดอำนาจการปกครองอย่างแท้จริงโดยใช้ชาวนาเป็นตัวประกัน นายกฯ ยิ่งลักษณ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบโครงการโดยตรง เป็นเพียงผู้ดูแลนโยบายภาพรวมเท่านั้น การรับจำนำหรือการระบายข้าวเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของคณะอนุกรรมการจำนำข้าวและระบายข้าว

แจงระบายข้าวจีทูจีโปร่งใส

นายบุญทรงระบุว่า 2.การขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ให้กับบริษัทที่ไม่ได้เป็นตัวแทนของรัฐบาลจีนนั้น ขอชี้แจงว่า จากการตรวจสอบของกรมการค้าต่างประเทศพบว่า บริษัท GSSG และ บริษัท Hainan ที่เป็นคู่สัญญาซื้อขายข้าวแบบจีทูจีกับไทยนั้น เป็นรัฐวิสาหกิจของมณฑล โดยรัฐบาลจีนถือหุ้น 100% ที่ผ่านมามีการทำสัญญาแบบจีทูจีตามแนวปฏิบัตินี้หลายครั้ง ล่าสุดเดือน พ.ย. 2557 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทำสัญญาขายยางแบบจีทูจี ระหว่างองค์การสวนยางกับ บริษัท China Hainan Rubber Industry Group ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของมณฑลเช่นกัน ดังนั้นบริษัท GSSG และ บริษัท Hainan จึงมีฐานะเป็นรัฐและอยู่ในเครือเดียวกับรัฐวิสาหกิจที่มาซื้อยางสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลระบายข้าวในราคาต่ำกว่าทุน ทำให้ประเทศขาดทุนมหาศาลนั้น เป็นข้อกล่าวหาไม่ถูกต้องเพราะข้าวเป็นสินค้าเสื่อมสภาพตลอดเวลา การขายข้าวในราคาต่ำกว่าราคารับจำนำจึงเป็นเรื่องปกติ สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์หรือรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ก็ขายได้ต่ำกว่าราคาทุนเช่นกัน

เฉ่งออกคำสั่งป้องบริวารถูกฟ้องกลับ

นายบุญทรงระบุด้วยว่า การกล่าวหาว่าข้าวหายไปจากโกดัง หรือเสื่อมสภาพเสียหายนั้น อยู่ในความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการรับจำนำข้าว มีเจ้าของโกดังที่เป็นผู้รับฝากสินค้า ทำหน้าที่ดูแลรักษาคุณภาพข้าวตามสัญญาฝากเก็บ ดังนั้นหากมีความเสียหายใดๆเกิดขึ้น รัฐบาลสามารถเรียกร้องจากผู้รับฝากเก็บหรือธนาคารผู้ค้ำประกันได้ จึงไม่ควรนำมาเป็นประเด็นการเมือง ท้ายที่สุดเมื่อหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ออกคำสั่งคุ้มครองทุกคน ทุกองค์กรให้มาจัดการในเรื่องนี้ คือหลักฐานที่พิสูจน์ให้เห็นว่า โครงการจำนำข้าวถูกใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้างนายกฯ ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยโดยไม่คำนึงถึงวิธีการความถูกต้อง และความเป็นธรรมใดๆ จึงต้องออกคำสั่งมาคุ้มครองตัวเองและบริวารไม่ให้ถูกฟ้องกลับ การที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์และตนเป็นเหยื่อทางการเมือง ยังต่อสู้คดีในศาลได้ แต่คนที่น่าเห็นใจต้องมารับกรรมคือชาวนา

“ทนายปู” ซัดละเมิดสิทธิผู้ถูกกล่าวหา

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมทนายความคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำสั่งคุ้มครองเจ้าหน้าที่และคณะบุคคลที่ดูแลโครงการจำนำข้าวไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และวินัยว่า ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถูกกล่าวหาอย่างร้ายแรง อาจขัดกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่ให้ความคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เพราะคำสั่งดังกล่าวเหมือนเป็นการชี้นำให้เข้าใจผิดได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดไปแล้ว เพราะได้นิรโทษกรรมเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า จะทำอะไรก็ได้โดยไม่ผิด ทั้งที่ข้อเท็จจริงตามกฎหมายบุคคลที่ถูกกล่าวหายังไม่มีความผิดจนกว่าศาลจะตัดสิน แม้การออกคำสั่งดังกล่าวจะเป็นการใช้อำนาจสูงสุดของรัฏฐาธิปัตย์ แต่ต้องอยู่บนสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน เรื่องนี้ทีมทนายความจะหารือกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

“วรงค์” เชียร์สุดลิ่มคำสั่งตาม ม.44

ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2558 ว่า รัฐบาลส่งสัญญาณเอาจริงกับคดีโครงการรับจำนำข้าวที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติจำนวนมหาศาลเกินกว่า 6 แสนล้านบาท ยังไม่รวมค่าความเสียหายของข้าวเสื่อมสภาพที่ตกค้างในโกดังและค่าดูแลเก็บรักษา ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่รัฐบาลเอาจริงเร่งรัดจัดการและปราบปรามการทุจริตในคดีนี้ และยังเป็นหลักประกันให้เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องตรวจสอบโดยไม่ถูกฟ้องกลับจากพรรคเพื่อไทยและเครือข่าย โดยเรื่องนี้คงไม่ใช่สองมาตรฐานตามที่มีบางฝ่ายพยายามบิดเบือน แต่เป็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ในเมื่ออายุความทางคดีที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ร่วมทุจริตโกงชาติจะหมดอายุ ก็ต้องรีบทำหรือจะปล่อยให้คดีหมดอายุความไปเฉยๆ หากเป็นเช่นนั้นรัฐบาลจะตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะสังคมจะตั้งคำถามทันทีว่า ในเมื่อรู้ว่าใครโกง ใครทุจริตทำเศรษฐกิจชาติแทบล่มสลาย แต่ยังกลับปล่อยให้ลอยนวล

คลังขยายสอบเรียกค่าเสียหาย 30 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและกำหนดค่าความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว กระทรวงการคลัง ขยายเวลาเพิ่มเติมอีก 30 วันเป็นรอบที่สอง หลังขยายเวลามาแล้วครั้งหนึ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพยานเข้าชี้แจง โดยวันที่ 9 พ.ย.จะเป็นคิวของนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกฯ ส่วน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ นักวิชาการอิสระผู้ศึกษากลไกการตลาดข้าว นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตผู้แทนการค้าไทย จะทยอยเข้าชี้แจงต่อไป ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังขอรอดูว่าสามารถส่งเอกสารได้หรือไม่ และขอดูเงื่อนไขก่อนในกรณีถ้าไปชี้แจงด้วยตัวเอง

กรธ.ลงพื้นที่ 4 ภาคฟังความเห็น

ส่วนความเคลื่อนไหวการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ วันเดียวกัน นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการลงพื้นที่รับฟังความเห็นประชาชนของ กรธ.ว่าเบื้องต้นกรธ.เตรียมลงพื้นที่ 4 ภาค ระหว่างเดือน พ.ย.-ธ.ค. เริ่มที่ภาคเหนือวันที่ 19-20 พ.ย. ที่ จ.เชียงราย จะให้ตัวแทนแต่ละจังหวัดเข้าร่วมจังหวัดละ 10 คน จากนั้นวันที่ 27-28 พ.ย.ลงพื้นที่ภาคใต้ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา วันที่ 19-20 ธ.ค. ที่อีสาน จ.อุบลราชธานี ส่วน กทม.กำหนดไว้วันที่ 27-28 ธ.ค. ที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ คาดว่าการร่างรัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้นในเบื้องต้นภายในเดือน ธ.ค. เพื่อแจกจ่ายให้พรรคการเมือง และภาคส่วนต่างๆแสดงความเห็น หลังจากนั้นช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค.59 กรธ.จะลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนบ่อยขึ้น โดยขณะนี้ กรธ.ขอให้มหาวิทยาลัยต่างๆตั้งกลุ่มพูดคุยกับกลุ่มแกนนำ โดยเฉพาะกลุ่มเอ็นจีโอ หรือสภาองค์กรชุมชนต่างๆ เพื่อประมวลความคิดเห็นส่งให้ กรธ.อีกทางหนึ่งที่ผ่านมา กรธ.ได้แจ้งไปยังทุกส่วนราชการ โรงเรียน มหาวิทยาลัย และหอการค้า ขอให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับความเห็นกลับมา

วอนยอมรับ รธน.ถ้าเนื้อหาดี 80%

นายชาติชายกล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าพรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่ม กปปส.จะส่งความเห็นต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญมาให้ กรธ. นอกจากนี้นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จะส่งความเห็นเกี่ยวกับประเด็นการเลือกตั้งเข้ามาในนามส่วนตัว กรธ.อยากได้ความคิดเห็นจริงๆจากหลายฝ่าย เพราะตอนนี้หนักใจมาก หากได้ข้อมูลไม่มากพอจะไม่สามารถประมวลและอธิบายให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงการร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ ส.ส.จะมองว่าเขียนกีดกันไม่ให้ลงเลือกหรือไม่ หรือเลือกมองแค่บางเรื่องว่าตรงใจหรือไม่ ถ้าไม่ตรงใจจะไม่รับ ทั้งที่รัฐธรรมนูญมี 200 กว่ามาตรา จึงขอให้มองภาพรวม ถ้าดี 80% ควรยอมรับ จะให้ถูกใจทุกคนคงไม่ได้ จุดนี้ กรธ.หนักใจ ดังนั้นหาก กรธ.รับฟังความเห็นได้มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องที่เห็นไม่ตรงกัน จะนำมาประมวลหาทางออกให้ แต่ถ้าไม่ให้ความเห็นมา นั่งฝันเอาเอง พอ กรธ.เขียนไปก็บอกว่าไม่ชอบ ถือว่าไม่ยุติธรรมกับ กรธ.

ยังไม่สรุปใช้ “จัดสรรปันส่วนผสม”

นายชาติชายกล่าวว่า ส่วนกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ระบุว่าระบบเลือกตั้ง “จัดสรรปันส่วนผสม” ทำให้ผู้แพ้เลือกตั้งกลายเป็นผู้ชนะนั้น คงไม่ใช่ เป็นการพูดให้เป็นประเด็นทางการเมืองเท่านั้น ระบบนี้บางส่วนของประเทศออสเตรเลีย และเยอรมันก็ใช้กัน เป็นการคิดทุกคะแนนทำให้ทุกคนสามารถมี ส.ส.เป็นของตัวเอง พรรคการเมืองใหญ่จะถูกลดทอนที่นั่งน้อยมาก พรรคที่ได้รับความนิยมมากจะได้ที่นั่งเยอะ พรรคเล็กจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงคิดว่าเป็นเรื่องดีที่จะใช้ระบบนี้ อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะนำมาใช้หรือไม่

พท.จวกระบบปูทางนายกฯคนนอก

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี กรธ.มีแนวคิดนำระบบเลือกตั้งใหม่แบบจัดสรรปันส่วนผสม นำเอาคะแนนของผู้ที่แพ้การเลือกตั้ง ส.ส.เขตมาคำนวณเป็นคะแนน ส.ส.ระบบ ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า ดูเหมือนนึกอะไรได้ก็เสนอขึ้นมาภายใต้กรอบที่สำคัญ คือป้องกันพรรคการเมืองบางพรรคไม่ให้เข้าสู่อำนาจทำให้พรรคการเมืองโดยรวมอ่อนแอ เป็นเงื่อนไขให้ได้คนนอกมาเป็นนายกฯ ระบบนี้ทำให้การแข่งขันนโยบายตอบสนองความต้องการของประชาชนในการเลือกตั้งลดน้อยลงไปอย่างมาก สวนทางกับการพัฒนาพรรคการเมืองในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ส่วนการปรับปรุงกลไกการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยให้เพิ่มจำนวนคนมากขึ้นนั้น เป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุดเพราะปัญหาของ กกต.เกิดจากที่มาและองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา กกต. ที่ทำให้ได้ผู้ที่ไม่มีความฝักใฝ่ประชาธิปไตย ไม่ยึดโยงกับประชาชน ตรวจสอบไม่ได้ ไม่มีความรู้ความเข้าใจการเลือกตั้ง ทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม

จี้ล้างบางองค์กรอิสระหลังมี รธน.ใหม่

“ปัญหาที่ร้ายแรงกว่านั้นอยู่ที่ระบบกติกาเกี่ยวกับที่มาขององค์กรอิสระทั้งหลายจะยังไม่ได้ใช้ไปอีกนาน เพราะ คสช.และรัฐบาลปัจจุบันมีบทบาทอย่างสำคัญ อย่างการสรรหา ป.ป.ช.ครั้งล่าสุด จะได้รับการสรรหาจากคณะบุคคลที่เชื่อมโยงกับ คสช.และรัฐบาล และองค์กรอิสระเหล่านี้จะทำหน้าที่ต่อไปอีกหลายปี ฉะนั้นคงไม่ใช่องค์กรอิสระตามชื่อแต่อย่างใด ดังนั้น หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ องค์กรอิสระที่ คสช. รัฐบาล หรือ สนช.สรรหาและแต่งตั้ง ต้องมาสรรหากันใหม่ทั้งหมดไม่ใช่ให้ใช้องค์กรอิสระนี้ไปอีก 7-9 ปี อย่างที่เคยเกิดขึ้นหลังรัฐประหารปี 49 ถ้าจะแก้ปัญหาองค์กรอิสระจริงๆควรกำหนดที่มาใหม่ ให้มีการถ่วงดุลของหลายฝ่ายให้เป็นอิสระจริงๆ ตรวจสอบได้โดยรัฐสภาและประชาชน ถ้ามีปัญหาผิดกฎหมายต้องอยู่ในกระบวนการยุติธรรม โดยมีศาลเป็นผู้ตัดสินสุดท้าย” นายจาตุรนต์กล่าว

“อภิสิทธิ์” เห็นด้วยหลักคิด กรธ.

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวคิดของ กรธ. ที่จะนำระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมมาใช้ว่า เห็นด้วยกับการหลักการที่จะทำให้ทุก คะแนนเสียงของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมีคุณค่าไม่เสียเปล่า แต่อยากให้มีการปรับปรุงระบบการคิดคำนวณใหม่ เพราะหากใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวแล้วเอาทุกคะแนนมาใช้ในการคำนวณจำนวน ส.ส. จะทำให้ระบบนี้ไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่แท้จริงได้ โดยเฉพาะการเอาคะแนนของผู้แพ้จาก ส.ส.เขตมาคิดคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงการให้ประชาชนเลือกตั้งด้วยบัตรใบเดียวอาจจะทำให้เกิดความไม่ชัดเจนว่า การใช้สิทธิของประชาชนเป็นการเลือกตัวบุคคลหรือเลือกพรรคการเมือง ซึ่งข้อห่วงใยเหล่านี้ ตนจะเสนอเป็นความเห็นส่งให้ กรธ.พิจารณาในวันที่ 4 พ.ย.นี้ด้วยเช่นกัน

แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคำนวณแต้ม

“ข้อเสนอจะเอาหลักการของ กรธ.มาวางไว้ แต่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น ทำให้ทุกคะแนนของประชาชนได้รับน้ำหนักที่เหมาะสม มีวิธีที่ทำให้เจตนารมณ์ของประชาชนทั้งการเลือกพรรคและเลือกคนมีความชัดเจน ดังนั้นต้องเปลี่ยนวิธีการคิดคำนวณและใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมจะทำให้พรรคที่ชนะการเลือกตั้งแบบเขตเยอะ คะแนนลดลงจากการถูกทอน ซึ่งเรื่องนี้จะถูกตั้งเป็นประเด็นคำถาม เพราะบางเขตเลือกตั้งที่คะแนนของผู้ชนะเยอะมากจะสูญเปล่า ดังนั้นการที่พรรคใดจะได้รับเลือกจากประชาชนให้เป็นรัฐบาล ควรจะต้องสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนทั้งการเลือกผู้แทนรายคนและคะแนนของพรรค” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เด็ก ปชป.จวกเละ “เสรี” คิดวิปริต

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอให้ยุบทิ้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และเสนอการเลือกตั้งพวงใหญ่แต่กาได้เบอร์เดียวว่า คนไม่เคยมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ใส่สูทผูกไทอยู่ในห้องแอร์ มักนึกวาดฝันมโนตามใจชอบ ยิ่งกว่าตาบอดคลำช้าง การเสนอให้ยุบ จะเป็นการโยนหินถามทางหรือเป็นบทสรุปก็แล้วแต่ สุดแท้แต่ กรธ.จะกำหนด หรือหากเห็นว่า ส.ส.เลวร้ายสุดประมาณจะไม่ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เลยก็ได้ แต่ไม่ควรลืมว่าวันพระไม่ได้มีหนเดียว สำหรับการเสนอให้เลือกตั้งแบบพวงใหญ่ ให้พรรคการเมืองส่งผู้สมัครเขตละ 3 คน แล้วให้ประชาชนกาได้เบอร์เดียวนั้น เป็นข้อเสนอที่สุดวิปริตทางการเมือง เพราะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ นักการเมืองแตกแยก แข่งขันสูง และก็จะมีการซื้อเสียงตามมาในลักษณะยิงลูกโดด ที่สำคัญคือต้องคัดค้านแนวคิดของ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีที่เสนอให้ยุบพรรคการเมืองทุกพรรคเพื่อให้จดทะเบียนพรรคใหม่

กปปส.เสนอตัดทิ้งบัญชีรายชื่อ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) และอดีตโฆษกกลุ่ม กปปส. กล่าวถึงกรณี กรธ.มีแนวคิดนำระบบเลือกตั้งใหม่แบบจัดสรรปันสวนผสมมาใช้ว่า เป็นแนวคิดที่แปลก หากจะใช้จริงต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ สิ่งสำคัญที่ต้องยึดเป็นหัวใจ คือเสียงของประชาชนที่แท้จริง ไม่มีอำนาจอิทธิพลการเมืองเข้าแทรกแซง ควรเป็นระบบเลือกตั้งที่ไม่ถูกแอบอ้างว่ามาจากประชาชน บิดเบือนเจตนารมณ์ ไม่ซับซ้อน พิสดาร เข้าใจง่าย หรือให้มี ส.ส.ระบบเขตโดยไม่ต้องมี ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อปิดทางกลุ่มทุนหรือนายทุนพรรคเข้ามาหาผลประโยชน์ผ่านทางนโยบายหรือเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง แต่หาก กรธ.และรัฐบาลยังเห็นว่าจำเป็นต้องมี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ควรออกแบบป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนหรือนายทุนพรรคเข้ามาแทรกแซงได้ เช่น การใช้ระบบไพรมารีโหวต หรือระบบเปิดแบบเยอรมันหรือโอเพ่นลิสต์ ในแบบบัญชีรายชื่อ ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดนายบวรศักดิ์เคยมีแนวคิดนี้มาใช้

สปท.ตั้ง 11+1 กมธ.ผลงานจับต้องได้

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างข้อบังคับการประชุมสปท. กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการฯ ได้ทำการยกร่างข้อบังคับการประชุม สปท.เสร็จแล้ว จะนำเข้าสู่ที่ประชุม สปท.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 2 พ.ย. มีสาระสำคัญคือการแบ่งคณะกรรมาธิการสามัญปฏิรูปด้านต่างๆ จำนวน 11 คณะ ตามมาตรา 27 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว และมีคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปป้องกันการประพฤติมิชอบ 1 คณะ โดยคณะกรรมาธิการปฏิรูป 11 คณะ ส่งตัวแทนมาคณะละ 1 คนเพื่อกำหนดแนวทางปฏิรูปการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยการทำงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูป 11 คณะ รวมทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปป้องกันการประพฤติมิชอบ จะมีความชัดเจนใน 3 ด้านคือ 1.รายงานการปฏิรูป 2.วิธีการปฏิรูป 3.กรอบเวลาการปฏิรูป เพื่อให้การทำงานของ สปท.มีรูปธรรม และกรอบเวลาที่ชัดเจน ต่างจากการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ส่วนแนวทางการสร้างความปรองดองนั้น บรรจุให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง รับผิดชอบเรื่องนี้

ห่วงปิดประเทศทำบ้านเมืองถอยหลัง

นายสมพงษ์ สระกวี สปท. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.มอบนโยบายแก่แม่น้ำ 5 สาย โดยระบุว่าหากบ้านเมืองยังไม่สงบเรียบร้อย อาจถึงขั้นปิดประเทศว่า เชื่อว่านายกฯไม่มีเจตนาเช่นนั้น น่าจะเป็นการพูดขู่เพราะรำคาญที่บ้านเมืองยังมีปัญหาทะเลาะกันไม่เลิก การปิดประเทศถือว่าไม่เหมาะสม จะเกิดผลเสียมากกว่า ทำประเทศถอยหลัง ถูกบอยคอตจากทั่วโลก แม้จะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นภายในประเทศเพียงใด ก็เป็นเรื่องที่จะต้องจัดการแก้ไขปัญหาภายในประเทศเอง ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาความวุ่นวายจากการชุมนุมทางการเมืองต่อเนื่องมาเกือบ 10 ปี ยังไม่เห็นต้องปิดประเทศ ดังนั้นเชื่อว่าในทางปฏิบัติคงไม่เกิดขึ้นจริง เพราะประชาชนทั้งประเทศไม่เห็นด้วย การจะทำอะไรต้องเคารพความเห็นประชาชนด้วย

รัฐบาลแถลงผลงาน 1 ปีปลาย ธ.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การแถลงผลการดำเนินงานครบรอบ 1 ปีของรัฐบาลต่อประชาชน ที่ทำเนียบรัฐบาล จากเดิมที่กำหนดไว้ในช่วงเดือน พ.ย.นั้น ล่าสุดได้เลื่อนไปเป็นช่วงปลายเดือน ธ.ค. เนื่องจากช่วงปลายเดือน พ.ย.ต่อเนื่องต้นเดือน ธ.ค.มีงานและกิจกรรมสำคัญจำนวนมากติดต่อกัน โดยการแถลงผลงานจะใช้เวลาทั้งหมด 3 วัน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นผู้กล่าวเปิด จากนั้นจะให้รองนายกรัฐมนตรี ทั้ง 6 คน แถลงในส่วนของงานที่รับผิดชอบ โดยจะทยอยจนครบทั้ง 3 วัน และหลังการแถลงในแต่ละวัน จะจัดให้มีการรับประทานอาหารร่วมกันระหว่างผู้สื่อข่าวกับรองนายกฯทั้ง 6 คน เพื่อเปิดโอกาสให้ซักถามเรื่องที่สนใจ

โพลเชียร์ปิดประเทศถ้าไม่สงบ

วันเดียวกัน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชน ต่อกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ชี้แจงนโยบายในที่ประชุมแม่น้ำ 5 สาย จำนวน 1,119 ตัวอย่างจากทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 29-31 ต.ค. เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่กับประโยคที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า “หากบ้านเมืองยังไม่สงบ ต้องอยู่ต่อแม้จะต้องปิดประเทศก็ตาม” ร้อยละ 55.07 เห็นด้วย เพราะนายกฯ น่าจะดูแลบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อยได้ อาจเป็นทางออกที่ดี ขณะที่ร้อยละ 30.4 ไม่เห็นด้วย อาจเป็นเพียงการข่มขู่ เพราะการปิดประเทศอาจเกิดผลเสียมากกว่า ส่งผลให้คนบางกลุ่มต่อต้านเคลื่อนไหว เมื่อถามถึงจุดแข็ง-จุดอ่อนของรัฐบาล พบว่าจุดแข็งคือเป็นรัฐบาลทหาร ที่ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ได้ทุกสถานการณ์ ส่วนจุดอ่อนคือต้องทำงานท่ามกลางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และมีผลกระทบจากเศรษฐกิจทั่วโลก เวลาทำงานจำกัด สิ่งที่ประชาชนอยากบอก พล.อ.ประยุทธ์มากที่สุด คือ ขอให้เร่งแก้ปัญหาปากท้อง เดินหน้าทำงานตามโรดแม็ป ปฏิรูปประเทศให้สำเร็จ ส่วนสิ่งที่ประชาชนอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในทางสร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ คือการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ผู้มีอิทธิพล

ก้ำกึ่งเลือกตั้งเป็นสิทธิหรือหน้าที่

ขณะที่ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่องการไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งควรเป็นสิทธิหรือหน้าที่ ระหว่างวันที่ 28-29 ต.ค. จาก 1,250 ตัวอย่างทั่วประเทศ ร้อยละ 50.48 ระบุว่าควรเป็นสิทธิ และเห็นว่าแนวทางที่กระตุ้นให้ประชาชนไปใช้สิทธิคือ รณรงค์ปลุกจิตสำนึกพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลควรจ่ายค่าเดินทางหรือค่าตอบแทนในระดับที่เหมาะสมกับประชาชนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ขณะที่ร้อยละ 49.52 ระบุว่าควรเป็นหน้าที่ โดยเห็นว่าแนวทางที่จะให้คนไปเลือกตั้งตามหน้าที่คือกำหนดบทลงโทษ ให้เสียสิทธิทางการเมือง ตลอดจนเสียสิทธิทางสวัสดิการสังคม

เสื้อแดงนัดใส่เสื้อแดงทักษิณ ชินวัตรไอจีอินสตาแกรม@thaksinliveปรองดองความเป็นธรรมประชาธิปไตยรักษาความปลอดภัยเคลื่อนไหวการข่าวคนเสื้อแดงนปช.นัดแต่งแดงใส่เสื้อแดง 1 พ.ย.แต่งแดงให้กำลังใจ ยิ่งลักษณ์ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเชิญชวนแต่งแดงคดีโครงการจำนำข้าวจำนำข้าวสาวกเพื่อไทยพรรคเพื่อไทยแกนนำเพื่อไทยแต่งแดงปูให้กำลังใจ ยิ่งลักษณ์บุญทรง เตริยาภิรมย์โครงการจำนำข้าวคดีทุจริตจำนำข้าวถอดถอน ยิ่งลักษณ์คำสั่ง คสช.มาตรา 44การระบายข้าวรัฐต่อรัฐจีทูจียิ่งลักษณ์ ขึ้นศาลความคืบหน้าคดีจำนำข้าวอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะวัชระ เพชรทองสูตรเลือกตั้งระบบเลือกตั้งใหม่ระบแบ่งสันปันสว่นค้านระบบเลือกตั้งใหม่ปชป.แนะให้คิดระบบคำนวนเลือกตั้งใหม่พรรคประชาธิปัตย์เลือกตั้งกรธ.ยกเลิก ส.ส.บัญชีรายชื่อระบบเลือกตั้งพวงใหญ่มาร์คข่าวทีมข่าวหน้า1ไทยรัฐฉบับพิมพ์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้