วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บินกลับจากอิตาลี ‘ประวุฒิ’ ยังไม่ได้ยื่นเออร์ลี่

บินกลับจากอิตาลี ‘ประวุฒิ’ ยังไม่ได้ยื่นเออร์ลี่

  • Share:

โฆษกตร.โบ้ยสื่อรอถามเจ้าตัวเอง อธิบดีคุกเผย‘หยอง’อาการดีขึ้น เชิญเสี่ยนาฬิกาให้การมัด‘เอี๊ยด’

คดีแอบอ้างเบื้องสูง จับตา “บิ๊กตุ้ย” พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. ถึงท่าทีและความชัดเจนเรื่องกระแสข่าวการลาออกจากราชการหลังครบกำหนดลาไปพักผ่อนที่ประเทศอิตาลี ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.ถึง 1 พ.ย.58 คาดขึ้นเครื่องบินกลับถึงเมืองไทยวันนี้ ด้านรองโฆษก ตร. ยันยังไม่มีการยื่นหนังสือเออร์ลี่รีไทร์ ขณะที่ “บิ๊กปู” เร่งหาหลักฐานเอาผิด เค บาร์โฮสต์ คนสนิทสารวัตรเอี๊ยด คดีผิดกฎหมายมาตรา 112 ชุดคลี่คลายคดีเชิญนักธุรกิจให้การมัด “สารวัตรเอี๊ยด” ยังค้างเงินค่าไวน์ และนาฬิกาโรเล็กซ์ ที่อ้างจะนำไปให้ผู้ใหญ่ ส่วน “เค บาร์โฮสต์” แฉสารวัตรเอี๊ยดฝากบุคคลภายนอกเป็นตำรวจได้จริง และมีอำนาจโยกย้ายตำรวจด้วย เผย “หมอหยอง-อาท-เค” อยู่ในเรือนจำปกติดี

กรณีตำรวจจับกุมนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ “หมอหยอง” นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรือ “อาท ชัตเตอร์ มหาเทพ” คนสนิทหมอหยอง และ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือ “สารวัตรเอี๊ยด” ผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ร่วมกันกระทำความผิด 13 คดี ทั้งหมดยอมรับสารภาพ ก่อนถูกนำไปฝากขังที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี (พัน.ร.มทบ.11) โดย พ.ต.ต.ปรากรม หรือสารวัตรเอี๊ยด ใช้เสื้อนักโทษผูกคอตัวเองเสียชีวิตขณะถูกคุมขัง ต่อมาตำรวจจับกุมนายศุกร์โข ตามเสรี หรือเค บาร์โฮสต์ คนสนิทสารวัตรเอี๊ยด ผู้ต้องหาคดีอาวุธปืน ขณะที่หมอหยองป่วยหนัก หลังเข้ารักษาตัวโรงพยาบาลราชทัณฑ์ มีอาการ ดีขึ้นถูกส่งตัวคุมขังที่เดิม เจ้าตัวยอมรับอุปโลกน์เป็นร่างทรงองค์พระพิฆเนศเพื่อหารายได้จากความเชื่อ นอกจากนี้ ตำรวจยังเข้าสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องในฐานะผู้เสียหายและบริษัทเอกชนที่รับผลิตสินค้าให้กับกลุ่มผู้ต้องหาในงานกิจกรรมสำคัญ เพื่อใช้เป็นหลักฐานมัดกลุ่มผู้ต้องหา ท่ามกลางการเฝ้าจับตา พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. ที่มีข่าวจะลาออกจากราชการ หลังกลับจากลาไปพักผ่อนที่ต่างประเทศ

ความคืบหน้า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงคดีแอบอ้างเบื้องสูงว่า สำนวนคดีคืบหน้าไปมาก ส่วนนายศุกร์โข หรือเค บาร์โฮสต์ คนสนิทสารวัตรเอี๊ยด ผู้ต้องหาครอบครองอาวุธปืน คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีแอบอ้างสถาบันด้วย อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ส่วนกรณีที่นายสุริยัน หรือหมอหยอง ผู้ต้องหาคดีแอบอ้างเบื้องสูง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เกิดอาการป่วย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำตัวนายจิรวงศ์ หรืออาท ชัตเตอร์ มหาเทพ คนสนิทหมอหยอง ไปขออำนาจฝากขังผัดสอง ที่ศาลทหารกรุงเทพ เมื่อวันที่ 30 ต.ค. เพียงคนเดียว กรมราชทัณฑ์ ได้ออกหนังสือชี้แจง ยืนยันว่าหมอหยองป่วยในช่วงกลางคืน วันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา และได้ส่งตัวไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาและให้นอนพักสังเกตอาการเป็นเวลา 1 คืน อาการดีขึ้น ส่งตัวคุมขังที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี (พัน.ร.มทบ.11) ที่เดิมแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีครบกำหนดลาพักผ่อนของ พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. ว่าตามกระแสข่าวการยื่นหนังสือเออร์ลี่รีไทร์ว่ายังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว สำหรับเรื่องนี้มีรายงานว่า หลัง พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร.ได้ยื่นหนังสือลาพักผ่อนเดินทางไปประเทศอิตาลี ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.- 1 พ.ย.58 คาดว่าวันนี้เป็นวันเดินทางกลับเมืองไทย และวันจันทร์ วันที่ 2 พ.ย.จะต้องเข้าทำงานตามปกติ โดยทุกฝ่ายต่างจับตาดูท่าทีและความชัดเจนของ พล.ต.อ.ประวุฒิ เกี่ยวกับเรื่องมีกระแสข่าวว่าจะลาออกจากราชการ โดยช่วงเวลาที่ผ่านมา โฆษก ตร. ได้แถลงยืนยันมาตลอดว่าเป็นการลาพักร้อน ยังไม่ได้รับการประสาน หรือมีหนังสือลาออกแต่อย่างใด ต้องให้สื่อมวลชนรอถามเอง

นายวิทยา สุริยะวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงเรื่องความเป็นอยู่ของนายสุริยัน หรือ หมอหยอง และนายจิรวงศ์ หรืออาท ชัตเตอร์ มหาเทพ คนสนิทหมอหยอง สองผู้ต้องหาในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี (พัน.ร. มทบ.11) ว่ายังปกติดีทั้งคู่ หมอหยองมีอาการดีขึ้น เรื่องการกินอาหาร ก็เป็นรายการอาหารทั่วไปแบบเดียวกับผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศ เพียงแต่ที่เรือนจำชั่วคราวแห่งนี้ จะให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ มาปรุงและประกอบอาหารให้เท่านั้น

ขณะที่นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า นายศุกร์โข หรือเค บาร์โฮสต์ คนสนิท สารวัตรเอี๊ยด ผู้ต้องหาในความผิดฐานครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง หลังถูกส่งตัวฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ภายหลังจากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว เจ้าหน้าที่นำตัวไปคุมขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยรับตัวนายศุกร์โขไว้เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.30 น. พร้อมทั้งได้ทำประวัติและตรวจสุขภาพไม่พบว่านายศุกร์โขมีโรคประจำตัวและมีอาการปกติดี นำตัวคุมขังไว้แดน 1 ซึ่งเป็นแดนแรกรับผู้ต้องขัง เพื่อรอการจำแนกประเภทผู้ต้องขังต่อไป ขณะถูกควบคุมตัวนายศุกร์โขมีอาการปกติ ไม่มีอาการเครียดแต่อย่างใด ตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่คอยดูแลและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

ส่วนการคลี่คลายคดีชุดพนักงานสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูงอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ประกอบการภาคเอกชน ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีที่กลุ่มของนายสุริยัน หรือหมอหยอง และพวกแอบอ้างเบื้องสูงไปแสวงหาผลประโยชน์ เบื้องต้นพบการกระทำความผิด 13 คดี ที่ปรากฏเป็นข่าว โดยอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพื่อขยายผลในแต่ละคดีว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินต่างๆว่าเชื่อมโยงไปถึงใคร

นอกจากนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญตัว เฮีย ม. นักธุรกิจเจ้าของร้านนาฬิกาในห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางกรุงเทพมหานคร มาทำการสอบปากคำ หลังจากพบข้อมูลว่ามีความสนิทสนมและเคยติดต่อกับ พ.ต.ต.ปรากรม หรือสารวัตรเอี๊ยด จากการสอบปากคำ เฮีย ม. ได้ให้การเป็นประโยชน์ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี โดยให้การว่าก่อนหน้านี้ พ.ต.ต.ปรากรม ได้ติดต่อขอซื้อนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ ไป 2 เรือน โดยอ้างว่ามีผู้ใหญ่ให้ความสนใจ จากนั้นไม่นานก็ได้นำนาฬิกาสองเรือนดังกล่าวมาเพื่อแลกเปลี่ยน ซึ่งยังติดค้างเงินอีกจำนวน 4 แสน หนำซ้ำยังไหว้วานให้ตนซื้อไวน์ราคากว่า 3 หมื่นบาท ให้อ้างจะนำไปให้ผู้ใหญ่ เมื่อทวงถามเรื่องเงินค่าไวน์กลับได้รับการบ่ายเบี่ยง

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ชุดคลี่คลายคดีได้ขยายผลตรวจสอบ หลังสอบปากคำนายศุกข์โข หรือเค บาร์โฮสต์ คนสนิทสารวัตรเอี๊ยด ผู้ต้องหาคดีอาวุธปืน ในประเด็นที่ พ.ต.ต.ปรากรม ได้ฝากบุคคลภายนอกเข้าภายในเป็นตำรวจ โดยใช้เส้นสายนายตำรวจระดับสูง โดยพบข้อมูลว่า พ.ต.ต.ปรากรม มีการฝากบุคคลภายนอกเข้ารับราชการจริง ซึ่งเข้ามาเป็นตำรวจชั้นประทวน ภายหลังฝึกอบรมเสร็จ ก็ได้บรรจุรับราชการในตำแหน่ง ผบ.หมู่ สังกัด บก.อคฝ. บช.น. ก่อน พ.ต.ต.ปรากรมจะทำเรื่องย้ายมาสังกัดหน่วยงานหนึ่ง ใน บช.ก. (บก.ป.) โดยใช้เส้นสายนายตำรวจระดับสูง นอกจากนี้ พ.ต.ต.ปรากรม ยังทำเรื่องย้ายตำรวจชั้นประทวน อีก 3-4 รายในสังกัด บก.อคฝ. บช.น.มาสังกัดหน่วยงานใน บช.ก. (บก.ป.)

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้