วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'สมคิด' เครื่องร้อนระดมสมองพาณิชย์ เคาะยุทธศาสตร์ส่งออก

'สมคิด' เครื่องร้อนระดมสมองพาณิชย์ เคาะยุทธศาสตร์ส่งออก

  • Share:

“สุวิทย์” เผย “สมคิด” นัดถก “พาณิชย์” อีกรอบ 5 พ.ย.นี้ ติดตามงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ แผนดูแลราคาสินค้าเกษตร และแก้ปัญหาส่งออก ลั่นงานทุกอย่างคืบหน้า เตรียมชง “บิ๊กตู่” พิจารณายุทธศาสตร์ส่งออก เน้นบูมการค้าบริการ และถกท่าทีเข้าร่วมทีพีพี

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 5 พ.ย.58 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาร่วมประชุมกับกระทรวงพาณิชย์อีกครั้ง เพื่อติดตามงานและเร่งรัดงานเร่งด่วนที่จะช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในของประเทศ แผนการดูแลราคาสินค้าเกษตร และการแก้ไขปัญหาการส่งออก รวมถึงการกำหนดท่าทีของไทยต่อการเข้าร่วมเป็นภาคีในข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) และความคืบหน้าในการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซพ) ของอาเซียน และคู่เจรจา 6 ประเทศคือ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์


ทั้งนี้ ในส่วนของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ มีความคืบหน้าในส่วนแผนการช่วยเหลือและขับเคลื่อนผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) การช่วยเหลือและขับเคลื่อนตลาดกลาง ตลาดชุมชน สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) ขณะที่การดูแลราคาสินค้าเกษตรมีแผนดูแลราคาข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา และมีแผนจัดหาตลาดส่งออกรองรับผลผลิตแล้ว

ส่วนการแก้ไขปัญหาการส่งออก ที่ผ่านมา ได้นำภาคเอกชนเข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรี (PM Meet CEO) คือ กลุ่มยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ และต้นเดือน พ.ย.นี้ จะนำกลุ่มอาหาร อัญมณีและเครื่องประดับ และธุรกิจดูแลสุขภาพมาหารือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแก้ปัญหาอุปสรรคการส่งออกและเสนอแนะแนวทางผลักดันการส่งออก ก่อนที่จะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนาการค้าระหว่างประเทศ (พกค.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 9 ธ.ค.58

สำหรับการประชุม พกค.จะพิจารณายุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศของไทยใหม่ จากเดิมที่มุ่งเน้นแต่การผลักดันการส่งออกสินค้า โดยต้องเพิ่มสัดส่วนการส่งออกการค้าบริการให้ได้มากขึ้น เพราะจะปล่อยให้เศรษฐกิจพึ่งพาแต่การส่งออกสินค้าที่ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากต่างประเทศอย่างเดียวจะเสี่ยงเกินไป จึงต้องกำหนดว่าภายใน 5 ปี สินค้าบริการใดของไทยที่มีศักยภาพส่งออกไปต่างประเทศ และต้องพัฒนาไปถึงการออกไปลงทุนด้วย

“ในการประชุม พกค.นอกจากจะพิจารณาปัญหาและแนวทางแก้ไข เพื่อขับเคลื่อนภาคการส่งออก และพิจารณาเป้าหมายการส่งออกสำหรับปี 59 แล้ว ยังจะพิจารณาการเข้าร่วมข้อตกลงทีพีพีด้วย โดยต้องประเมินว่าในการเข้าร่วมไทยจะได้หรือเสียมากน้อยแค่ไหน เพราะเป็นข้อตกลงที่มีส่วนสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศของไทย ส่วนอาร์เซพที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา จะประเมิน ว่าไทยจะได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน อย่างไรเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการไทย”

นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า สำหรับการส่งออก ในปี 58 ยอมรับว่าตลาดส่งออกมีปัญหาจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งขณะนี้กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการจัดทำแผนผลักดันการส่งออกใหม่ ทั้งการจัดทัพทูตพาณิชย์ที่จะดึงคนเก่งมาทำงานบุกเจาะตลาดอาเซียน และการมุ่งเจาะตลาดเป็นรายเมืองที่จะพุ่งเป้าไปยัง 50 เมืองสำคัญของโลก และ 50 เมืองสำคัญของอาเซียน โดยคาดว่าหากแผนผลักดันการส่งออกเริ่มขับเคลื่อนได้ จะช่วยให้ยอดส่งออกของไทยขยายตัวได้เพิ่มขึ้น โดยเบื้องต้นประเมินว่า การส่งออกของไทยในปี 59 จะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้