วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทายาทตระกูลดัง เผยเคล็ดลับถือไม้ต่อธุรกิจครอบครัว

ทายาทตระกูลดัง เผยเคล็ดลับถือไม้ต่อธุรกิจครอบครัว

  • Share:

กฤษฎา - กอบกาญจน์ - สาระ

ในวันที่อาณาจักรธุรกิจของครอบครัวเติบโตเต็มที่ และถึงเวลาที่จะต้องส่งมอบให้กับทายาทรุ่นต่อไป โดยมรดกธุรกิจที่ผ่องถ่ายแก่ทายาท ไม่ได้มีแค่การบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับความรับผิดชอบ แรงกดดันและความคาดหวัง ที่ไม่ใช่เพียงผู้รับไม้ต่อต้องบริหารให้อยู่รอดเท่านั้น แต่จะต้องเดินต่อได้และขยายอาณาจักรให้เติบโตยิ่งใหญ่มากกว่าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ได้สร้างไว้ด้วย เคแบงก์ไพรเวท แบงกิ้ง ธนาคารกสิกรไทย จึงเปิดหลักสูตร “KBank Private Banking Academy : Private Wealth Management Program” ซึ่งมีเนื้อหาทั้งเชิงวิชาการและการสนทนาแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกับนักธุรกิจชั้นนำ ระดับประเทศ ซึ่งถือเป็นแม่แบบ ผู้บริหาร ในฐานะทายาทตระกูล ใหญ่ ได้แก่ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, กฤษฎา ล่ำซำ รองประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย และ สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้และแง่คิดต่างๆให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่จะเป็นผู้สืบทอดกิจการของครอบครัว ได้นำไปปรับใช้ในการบริหารกิจการของครอบครัวให้เติบโตต่อไปอย่างมั่นคง

กอบกาญจน์ ในฐานะทายาทผู้กุมบังเหียนโตชิบาประเทศไทย เล่าว่า คุณพ่อคุณแม่มักมีคำสอนมาสอนลูกๆตลอด โดยเฉพาะเรื่องคน การไปสู่จุดหมายได้ต้องเก่งเรื่องคน เราต้องรู้ว่า ไม่มีใครเก่งทุกเรื่อง ไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง ยอมรับความหลากหลายและให้โอกาสทีมงานของเรา ต้องผูกคนทุกรุ่นด้วยหัวใจ แล้วจะดำเนินธุรกิจไปได้ในทุกวิกฤติและต้องมีความฝันและจินตนาการคิดว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ จะทำให้สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมาได้ ที่สำคัญการเรียนจะเรียนอะไรก็ได้ เพราะมีความรู้เกิดขึ้นใหม่ได้เสมอ แต่ขอให้คิดเป็น มีความสุขกับการได้ทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น โดยเราต้องไม่หยุดมองแค่เรื่องของตัวเอง

ส่วน 2 ทายาทตระกูลล่ำซำ “กฤษฎา” ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทยกล่าวว่า การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเข้าใจทุกมิติที่เกี่ยวข้อง ต้องหาความรู้และศึกษาให้รอบคอบและคิดแบบ Total Solution ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มองทั้งมิติของเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม จึงจะเกิดการบริหารธุรกิจ ที่มีความยั่งยืนได้ ที่สำคัญคือ การคิดให้แตกต่าง คิดสิ่งใหม่ๆ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในแวดวงต่างๆ เพื่อเปิดทางในการทำธุรกิจให้บรรลุ เป้าหมาย ด้าน “สาระ” ผู้บริหารเมืองไทยประกันชีวิตกล่าวว่า ตนมารับช่วงต่อกิจการจากผู้เป็นพ่อ “โพธิพงษ์ ล่ำซำ” ในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งเราตกจากอันดับที่ 4 ไปอยู่อันดับที่ 9 ตอนนั้นเราหาทางสู้ คุณพ่อและผู้ใหญ่ในครอบครัวถือเป็นที่ปรึกษาที่ดีมาก เราต้องเตรียมตัวและองค์กรให้พร้อม เมื่อโอกาสมาถึงจะได้พร้อมเดินลุยไปข้างหน้าอย่างเต็มที่ ความพร้อมทำให้เราได้พาร์ทเนอร์ที่ดี นำองค์ความรู้ การปรับโครงสร้างองค์กร สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง นำมาสู่การสร้างแบรนด์ ทำจนคนรุ่นเก่ายอมรับและสามารถผลักดันบริษัทมายืนอยู่ในอันดับที่ 2 ของธุรกิจประกันชีวิต.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้