อุบัติ...หลังบั้งไฟ

ข่าว

    อุบัติ...หลังบั้งไฟ

    กิเลน ประลองเชิง

      2 พ.ย. 2558 05:01 น.

      คุณอุดมพร คชหิรัญ ชวนคุยเรื่องจริงหรือไม่ เชื่อหรือไม่ บั้งไฟพญานาคที่หนองคาย แล้วก็จบลงด้วยเรื่องขยะ...ขยะจำนวนมหาศาลที่คนที่ไปนั่งรอดูบั้งไฟครึ่งค่อนคืน...ทิ้งเอาไว้

      ต่อภาพขยะริมแม่น้ำโขง...ด้วยภาพขยะหลังหมู่บ้านภูทับเบิก เพชรบูรณ์...หมู่บ้านท่องเที่ยวแห่งใหม่...เป็นข่าวไล่ๆกับคราบน้ำมันที่หน้าชายหาดหัวหิน

      คราบน้ำมันที่ชายหาดหัวหิน คุณกนก รัตน์วงศ์สกุล คุยทางทีวีเนชั่นว่า ไม่น่าจะรอหรือเรียกร้อง แต่ทางการชาวบ้านนั่นแหละ คนละมือคนละไม้ ใครอยู่ใกล้ตรงไหน ก็ช่วยกัน...ตรงนั้น

      คำพูดนี้ สำหรับคนมีจิตอาสาก็ใช้ได้ แต่กับคนที่ไม่เข้าใจ... ก็เห็นจะต้องรอไปก่อน

      เอ่ย “จิตอาสา” คำเดียว...มีเรื่องที่จะต้องให้คุยกันอีกยาว

      ขยะที่ภูทับเบิก...ดูเหมือนจะให้เจ้าของสถานที่ ตั้งแต่เจ้าของรีสอร์ต ห้องพัก...หรือองค์กรท้องถิ่น...มีหน้าที่ที่จะต้องรู้จักจัดเก็บ

      การปล่อยให้อยู่กันตามมีตามเกิด...ทิ้งขยะตามอัธยาศัย ตากเสื้อกางเกงกันหลังบ้าน...มีเสียงทักว่า ไม่น่าจะมีในสถานที่ท่องเที่ยว ที่จะพัฒนาเป็นมาตรฐาน สำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ

      ขยะริมแม่น้ำโขงเมืองหนองคาย...เจ้าของสถานที่ที่น่าจะได้ผลประโยชน์จากคนดูบั้งไฟพญานาค... ก็ควรจะคืนกำไร...จัดการเก็บกวาดบ้านตัวเอง

      ผมดูข่าวขยะ...ทั้งที่ริมแม่น้ำโขง ภูทับเบิก และที่ชายหาดหัวหิน...แล้วย้อนมาหาขยะ...ในบ้านตัวเอง

      บ้านในกรุงเทพฯจะมีรถขยะของ กทม.มาเก็บเป็นเวลาทุกวัน ภาระของชาวบ้านก็แค่รวมขยะใส่ถุงดำ...ไปรอบ้านในซอกซอยเล็กๆลึกๆ ถ้าคนเก็บขยะเขาต้องเดินเข้ามา...เขาก็มักเจรจาขอค่าเหนื่อย...เล็กน้อย ให้ได้ก็ให้กันไป

      นี่ไม่รวมกับค่าขยะหลักร้อยสองร้อย...เป็นทางการจาก กทม. เดือนละครั้ง

      แต่ขยะ...จากทุกบ้าน...ที่ไปรวมในบ่อขยะใหญ่ ที่เป็นบ่อทองของ คนจำนวนหนึ่งนั้น...ก็เป็นงานหนักให้ กทม.จะต้องคัดแยก...ก่อนไปสู่กระบวนการกำจัดขั้นสุดท้าย

      กทม.เคยเปรยๆว่า...ถ้าประชาชนคัดแยกขยะอย่างน้อย 2 ประเภทไว้ได้ ก็จะช่วยผ่อนแรงทางการได้มาก

      ในโรงพยาบาล อย่างโรงพยาบาลรามา...มีถังขยะแยกประเภท...ให้เลือกทิ้ง ถือเป็นการเริ่มต้นฝึกคน...ให้ทำต่อที่บ้าน

      เท่าที่ผมรู้มาหลายประเทศที่พัฒนา เขาไม่ยอมให้คนเอาขยะไปตั้งโชว์ริมถนน...ได้เวลารถมาก็ต้องกระวีกระวาดเอาไปวาง... ก่อนเวลาก็ไม่ได้ หลังเวลาขยะก็ตกรถ

      ผมไปญี่ปุ่นสามครั้ง ครั้งแรกเจอเด็กเล็กเก็บขยะหล่น หรือก้นบุหรี่ที่มีคนทิ้ง หากไม่แน่ใจ เห็นหลังคนทิ้งไวๆ เด็กก็อุตส่าห์ตามไปถาม... ยังจะใช้อยู่หรือเปล่า

      อัศจรรย์ โรงเรียนญี่ปุ่นสอนเด็ก ไม่เพียงสอนให้เก่งทางวิชา ก็ยังสอนให้มีจิตอาสา ดูแลรับใช้สังคม

      สอนกันตั้งแต่เด็กอนุบาล ปลูกฝังกันจนโต น้ำเสียหยดเดียว จากบ้าน จากร้านค้า...จะไหลลงทางน้ำสาธารณะ หรือไม่น้ำ...จึงไม่มี บ้านเมืองญี่ปุ่นจึงสะอาดไปทุกตรอกซอกมุม

      ที่เวียดนาม...ผมฟังมาว่า ครูจะให้เด็กทำการบ้าน 5 วิชา 1.วิชาการบ้านที่ครูให้ทุกวัน 2.เสร็จจากการบ้านก็ต้องช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน 3.หมดงานบ้านก็ต้องหันไปดูชุมชน มีงานอะไรที่ช่วยได้ก็ต้องออกไปทำ

      4.ติดตามข่าวสารบ้านเมือง...ให้รู้เท่าทัน และ 5.ดูความเป็นไปในโลกกว้าง

      การบ้านทั้ง 5 จะมีการตรวจทุกวันจากครูในห้องเรียน...

      เด็กเวียดนามเรียนกันอย่างนี้ จึงไม่น่าแปลกใจ...ที่มีเสียงพูดกันว่า ระบบการศึกษาของเขา ก้าวหน้ากว่าของไทย...ไปหลายก้าวเมื่อการศึกษาก้าวหน้า อะไรๆในบ้านเมืองเขา กระทั่งการทำนา ฯลฯ ก็ล้ำหน้า

      ย้อนมาที่เมืองไทย...วัดผลกันด้วยคนจำนวนหมื่นแสน บ่าไหลกันไปรอดูบั้งไฟพญานาคโผล่จากลำแม่น้ำโขง ต่อด้วยการทิ้งขยะเรี่ยราดให้อุจาดตา...ก็รู้แล้วว่า เราจะต้องพัฒนาระบบการศึกษากันอีกมาก

      ที่พูดๆกันว่าจะปฏิรูปๆนั้น ไม่ว่าจะปฏิรูปอะไร บ้านเมืองก็คงยังไปไม่ถึงไหน ถ้าไม่เริ่มปฏิรูปการศึกษาให้จริงจัง...หวังแค่สองข้อ เด็กจะต้องฉลาด และมีจิตอาสา ก็น่าจะพอ.

      อ่านเพิ่มเติม...

      วิดีโอแนะนำ

      ศึกที่จอดรถ! จอดในซอยบ้านเจอแปะป้ายด่า-กรีดรถ สุดทนเข้าออกทุกครั้งวุ่น
      10:04

      ศึกที่จอดรถ! จอดในซอยบ้านเจอแปะป้ายด่า-กรีดรถ สุดทนเข้าออกทุกครั้งวุ่น

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันพุธที่ 26 มกราคม 2565 เวลา 00:14 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์