วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หลอมขั้วขัดแย้งเปิดประตูสู่มิติใหม่ : ชี้ชะตาประเทศ

หลอมขั้วขัดแย้งเปิดประตูสู่มิติใหม่ : ชี้ชะตาประเทศ

  • Share:

“สังคมไทยพร้อมหรือไม่ที่จะไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิวัติ”

เป็นคำถามที่ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โยนให้สังคมช่วยกันคิดผ่านการให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง

เพราะที่ผ่านมามักมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายๆฝ่ายว่า ผลงานการปฏิรูปยังจับต้องไม่ได้

ทั้งๆที่รัฐบาล คสช.และฝ่ายนิติบัญญัติเริ่มต้นปฏิรูปไปหลายเรื่อง โดยใช้ศาสตร์และศิลป์ค่อยๆวางกรอบการปฏิรูปในแต่ละด้าน ไม่ได้ทำแบบก้าวกระโดดจากบันไดขั้นแรกไปขั้นที่ 10 เลย

เช่น ภาษีมรดกซึ่งเริ่มต้นแล้ว แต่ก็มีคำถามว่าทำไมไม่ทำเต็มร้อยไปเลย ขอบอกว่าการปฏิรูปต้องเกิดแบบราบรื่นให้มากที่สุด

เหมือนการเลิกทาสในสมัยรัชกาลที่ 5 ใช้เวลากว่า 30 ปี โดยที่ไม่เกิดการสูญเสียใด ไม่ เหมือนการเลิกทาสแบบเร่งด่วนในสหรัฐอเมริกา ก่อให้เกิดสงครามสู้รบกัน

ฉะนั้นการเดินหน้าปฏิรูปจะต้องมีศาสตร์และศิลป์ เริ่มต้นจากรัฐบาลนี้แล้วส่งต่อรัฐบาลต่อไป โดยมีเครื่องมือ ซึ่งจะกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะสานต่อ

บางเรื่องใช้เวลาแค่ 1 ปีก็ทำได้ บางเรื่องอาจจะใช้เวลานานถึง 20 ปี ขอให้ความมั่นใจว่าโรดแม็ปการปฏิรูปเกิดขึ้นเร็วและการทำงานร่วมกันของแม่น้ำ 5 สายจะทำให้สำเร็จราบรื่น

เห็นได้จากขณะนี้ สปท.มีกรอบเวลากำหนดตามโรดแม็ประยะที่ 2 มีภารกิจชัดเจน โดยเฉพาะภารกิจการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน จะทำให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ทั้งในด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน การปกครองท้องถิ่น ด้านเศรษฐกิจ พลังงาน สื่อสารมวลชน สังคม การศึกษา สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กฎหมาย และด้านอื่นๆ

ภายในระยะเวลา 20 เดือนจะเดินหน้าปฏิรูปให้ได้ทันที แต่ถ้าปฏิรูปด้านใดที่ต้องใช้เวลา จะเดินตามโรดแม็ประยะที่ 3 ส่งแผนการปฏิรูปในรูปแบบของรัฐธรรมนูญ ร่างกฎหมายหรือข้อเสนอไปยังรัฐบาลชุดต่อไป

สปท.จึงวางโรดแม็ป 1+1+18 กำหนดกรอบงาน ระยะที่ 1 เรียกว่ายกร่างสร้างกลไก วางกลไกจัดตั้งเริ่มงาน เริ่มผลิตร่างกฎหมาย รายงานที่เป็นแผนขั้นตอนการปฏิรูปให้เสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อให้เริ่มมีผลงานที่เป็นรูปธรรมเสนอแก่ สปท. ก่อนส่งให้ ครม. และ สนช.

ระยะที่ 2 ช่วงกรองกลั่นข้อเสนอ เป็นกรอบตามแม่น้ำ 5 สายที่ได้ประชุมร่วมกันและรับฟังนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. โดยให้คณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้านที่กำลังจะตั้งขึ้น นำ 37 วาระปฏิรูปของ สปช. มากรองกลั่น วิเคราะห์ว่า มีด้านใดบ้างที่สามารถทำให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ระยะที่ 3 อยู่ในช่วงตลอด 18 เดือนที่เหลือ ผลงานจะทยอยออกมาตลอดตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค.นี้เป็นต้นไป ประเทศจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจากข้อเสนอหรือกฎหมายที่มาจากการปฏิรูป

ถ้าเป็นข้อเสนอแผนการปฏิรูปในแต่ละด้านจะส่งให้ ครม. สามารถใช้อำนาจบริหารสั่งการ หรืออาจจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ดำเนินการได้ทันที ตรงนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ พล.อ.ประยุทธ์

ต่อมาเป็นร่างกฎหมายที่ สปช.ยกร่าง 40 กว่าฉบับ ล้วนเกี่ยวข้องกับการปฏิรูป และยังมีแนวทางกฎหมายอีก 100 กว่าฉบับ สปท.จะกรองสิ่งเหล่านี้ เพื่อนำส่งรายงานปฏิรูปในรูปแบบรายงาน รูปแบบร่างกฎหมายที่จะส่งให้ สนช.

รวมถึงรูปแบบที่ สปท.เตรียมยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ จะสอดคล้องกับบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปและปรองดอง เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมการปฏิรูปในด้านต่างๆ พร้อมมีกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้สะดุดหยุดลง

ในวันที่ 10 พ.ย.นี้ สปท.นัดประชุม เพื่อเปิดให้สมาชิกเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะมารับฟังหรือรอให้ สปท.ส่งข้อเสนอไป ขณะนี้เรากำลังประสานอยู่

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า นิยามคำว่าการปฏิรูปตรงกับรัฐบาล และ คสช.อย่างไร หลังมีการประชุมแม่น้ำ 5 สาย เพราะในสมัยตั้ง สปช.ใหม่ๆในช่วงแรกๆ นิยามคำนี้ไม่ตรงกับนิยามของรัฐบาล และ คสช.ก่อให้เกิดปัญหาในช่วงนั้น นายอลงกรณ์ บอกว่า นิยามการปฏิรูปตรงกับรัฐบาลและ คสช.มาตลอด ไม่มีปัญหา

เห็นได้จากนี้ไปจะผลิตรายงานปฏิรูปภายในกรอบ 11 ด้านที่ สปช.ทำไว้แล้วในระดับหนึ่ง ให้เป็นกรอบการทำงานของ สปท.และแม่น้ำ 5 สาย

โดยนายกฯ และ ครม.จัดแบ่งชัดเจนให้แม่น้ำแต่ละสายลงมือทำร่วมกันใน 37 วาระปฏิรูปซึ่งจะเอามาทำในโรดแม็ปขั้นที่ 2

เช่น การปฏิรูปการเมือง เน้นการเข้าสู่อำนาจ ระบบพรรคการเมือง มีความชัดเจนถึงขั้นจะมีกฎหมายปฏิรูปพรรคการเมือง มีร่างกฎหมายอำนาจหน้าที่และบทบาทใหม่ของ กกต. การปฏิรูปผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

รอเพียง สปท.กรองกลั่น ทบทวน ให้รวดเร็ว รอบคอบ รอบด้านและมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท.

เมื่อ สปท.มีหลักการทำงานต้องรวดเร็ว ไม่มีฮันนีมูน ไม่มีการเรียนรู้งาน ไม่มีการปฐมนิเทศ จะต้องลงมือทำทันทีภายใน 30 วันก่อนจะเริ่มส่งรายงานตามกรอบที่กำหนดไว้

แต่การเปลี่ยนแปลงย่อมมีแรงต้าน ถือเป็นเรื่องธรรมดา ฉะนั้นต้องมีหลักการทำงานให้รอบด้าน เชิญส่วนที่เกี่ยวข้องมาเสนอความเห็น เพื่อให้การปฏิรูปเดินหน้าอย่างราบรื่น ไม่เช่นนั้นจะมีแรงต่อต้าน

เช่น ขณะนี้ทุกกระทรวง รัฐวิสาหกิจต่างเห็นด้วยกับการปฏิรูปและการเปลี่ยนแปลง แต่กลับขอให้ไปปฏิรูปที่อื่นก่อน

ฉะนั้นในช่วง 20 เดือนนับจากนี้ แม่น้ำ 5 สายจะบริหารการเปลี่ยนแปลงโดยเน้นการมีส่วนร่วม รอบด้าน จึงจำเป็นต้องปรับกระบวนการทำงานใหม่ จากเดิมให้ สปช.ทำโดดๆ ปรับเป็นให้แม่น้ำ 5 สายทำงานพร้อมกัน

โดยมี คสช.ดูแลด้านความมั่นคง ส่วนแม่น้ำอีก 4 สายทำงานด้านปฏิรูป เป็นแนวทางให้ 4 ประสานทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ

กิจกรรมใดที่ทำร่วมกันได้ให้ทำร่วมกัน จึงจัดโครงการ 4 ประสานพบประชาชน ลงพื้นที่ทุกภาคตั้งแต่เดือน พ.ย.58 เป็นต้นไป

พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนในพื้นที่แต่ละภาคมา ร่วมมือเพื่อขับเคลื่อน เพราะสื่อมวลชนจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างแม่น้ำ 5 สายกับประชาชนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สื่อมวลชนมีส่วนทำให้ประชาชนเกิดความรู้ความเข้าใจ
สร้างความรู้สึกให้มีส่วนร่วมแรงร่วมใจและเป็นเจ้าของการปฏิรูปประเทศ

จากนั้นจะประสานหน่วยงานต่างประเทศ ทั้งทูต สื่อมวลชน นักธุรกิจ มารับฟังความคืบหน้าการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเป็นประจำทุกเดือน

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า การปฏิรูปย่อมเกิดแรงต่อต้าน โดยเฉพาะแรงต้านจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ จะกระทบต่อการปฏิรูปอย่างไร นายอลงกรณ์ บอกว่า ทุกพรรค การเมืองล้วนเป็นผู้นำการปฏิรูป

จะเห็นได้ว่าสปท.มีสมาชิกมาจากพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองเกือบครบถ้วน ถึงได้บอกว่า สปท.จะเป็นก้าวแรกสู่การปรองดอง เป็นตัวอย่างของการปรองดอง ที่กล้าพูดแบบนี้เพราะเห็นสัญญาณการร่วมมือที่ดีขึ้น

จากนี้ไปหวังว่าพรรคการเมืองจะเข้ามาช่วยงานปฏิรูปมากขึ้น เพื่อเป็นผู้นำการปฏิรูปประเทศร่วมกัน

ต่อไปอาจจะเชิญสมาชิกพรรคต่างๆเข้ามาช่วยทำงาน การทำงานร่วมกันจะเกิดความไว้วางใจและอยากให้ทุกอย่างจบลงที่สภา ไม่ใช่ไปต่อสู้กันข้างนอก

เพราะต่างมีบาดแผลด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย วันนี้ถึงเวลาที่จะช่วยกัน เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็วที่สุด โดยมีหลักประกันว่าเมื่อมีการเลือกตั้งแล้วจะไม่เกิดวิกฤติการเมืองเหมือน 10 ปีที่ผ่านมา

ถ้าให้ระบุถึงอุปสรรคที่สำคัญมีอะไรบ้าง ที่มีผลกระทบต่อการปฏิรูป นายอลงกรณ์ บอกว่า เราห่วงปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่สุด เพราะการปฏิรูปจะสำเร็จได้ต้องอยู่บนความปรองดอง

ฉะนั้นมีความเป็นไปได้ที่ สปท.จะหารือกับแม่น้ำ 5 สาย เพื่อเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับการปรองดองขึ้นมา โดยเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามา

เพื่อหาทางออกของประเทศร่วมกัน.


ทีมการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้