ข่าว
100 year

'ตูเร' ซัดโทษ! 'เรือใบ' เฉือนหืด 'นอริช' 2-1 นำฝูงพรีเมียร์ลีก

ไทยรัฐออนไลน์1 พ.ย. 2558 00:35 น.
SHARE

"ยาย่า ตูเร" รับหน้าที่สังหารจุดโทษในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีม "เรือใบสีฟ้า" เฉือนเอาชนะ "นอริช ซิตี้" ไปชนิดกองเชียร์น้ำลายเหนียวคอ 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญ นำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกต่อไป...

วันที่ 31 ต.ค. การแข่งขันศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015-16 คู่ประจำวันเสาร์ ที่สนาม เอติฮัด สเตเดียม "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงซึ่งยังไม่แพ้ใครมา 6 นัดก่อนหน้านี้ เปิดบ้านรับมือ นอริช ซิตี้ ทีมอันดับที่ 16 ของตาราง

เริ่มเกมในครึ่งแรกเป็นฝ่ายเจ้าถิ่นที่ครองเกมได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน แต่จังหวะสุดท้ายยังทำได้ไม่เฉียบคมพอ ทำให้จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังเกม ยังคงเป็นทีมเรือใบสีฟ้า ที่ดาหน้าบุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างหนัก และมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาที 66 เมื่อ เควิน เดอ บรุน เปิดลูกเตะมุมจากทางฝั่งขวาเข้ามาหน้าประตูใหกับ นิโคลัส โอตาเมนดี ที่ขึ้นโหม่งคนเดียวโล่ง ๆ เสียบมุมเข้าประตูไป และเป็นประตูแรกของเจ้าตัวนับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในอังกฤษ

จังหวะขึ้นโขกประตูนำร่องของ นิโคลัส โอตาเมนดี ให้กับเรือใบสีฟ้า

จากนั้นในนาที 83 นอริช ซิตี้ ก็มาได้ประตูตีเสมอแบบโชคช่วย เมื่อ ร็อบบี เบรดี โยนบอลเข้าไปหน้าประตู โจ ฮาร์ท รับบอลหลุดมือ ลูกมาเข้าทาง คาเมรอน เจอโรม ยิงระยะเผาขนเข้าไปง่าย ๆ ตามตีเสมอเป็น 1-1

แต่ในนาที 88 จากจังหวะชุลมุนหน้าประตู เคเลชี อิเฮียนาโช ยิงไปถูก รัสเซล มาร์ติน เจตนาทำแฮนด์บอล กรรมการชี้เป็นลูกจุดโทษและแจกใบแดงให้กับ มาร์ติน ก่อนที่ ยาย่า ตูเร จะรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1

รัสเซล มาร์ติน ปราการหลังกัปตันทีมนอริช ซิตี้ เจตนาทำแอนด์บอล จนทำให้เสียจุดโทษในช่วงท้ายเกม

และในช่วงทดเวลาเจ็บ เจ้าถิ่นต้องพลาดโอกาสขยับสกอร์หนีห่างออกไปอีกครั้ง เมื่อได้ลูกจุดโทษในนาที 97 แต่ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ กลับยิงออกหลังไปอย่างไม่น่าเชื่อ

ทำให้จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเฉือน นอริช ซิตี้ ไปแบบสุดมัน 2-1 เก็บสามแต้มนำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยมีคะแนนเท่ากับ อาร์เซนอล แต่ประตูได้เสียดีกว่า.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผลบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้เรือใบสีฟ้านอริช ซิตี้พรีเมียร์ลีกนิโคลัส โอตาเมนดีคาเมรอน เจอโรมรัสเซล มาร์ตินยาย่า ตูเรข่าวข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้