วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แชมป์ BETAGRO Food Safety Society 2015 ตะลุยแดนปลาดิบ "อาหารเพื่อคุณภาพชีวิต"

แชมป์ BETAGRO Food Safety Society 2015 ตะลุยแดนปลาดิบ "อาหารเพื่อคุณภาพชีวิต"

โดย นายว้าก
1 พ.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

อร่อย...ปลอดภัย...มั่นใจ

หัวใจสำคัญของอาหาร “เพื่อคุณภาพชีวิต” (Quality for Life) โจทย์ใหญ่ของบรรดาวัยโจ๋จากรั้วมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศที่เข้าร่วมประชันความสามารถ “คนรุ่นใหม่ใส่ใจการบริโภคอาหารปลอดภัย” ใน โครงการ BETAGRO Food Safety Society 2015...ที่เครือเบทาโกร ร่วมสร้างสังคมใส่ใจอาหารปลอดภัย ภายใต้แนวคิด “Food Safety Mission”

นอกจากนิสิต นักศึกษากว่า 1,300 คน จะได้ประลองความสามารถในเวทีระดับประเทศแล้ว ยังจะมีส่วนช่วยขยายแนวคิดเกี่ยวกับอาหารปลอดภัย ผ่านกระบวนการการสื่อสารไปสู่สังคมในวงกว้างมากขึ้นผ่าน 3 กิจกรรมด้านอาหาร ใน 3 กลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่กลุ่มเด็ก กลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มคุณแม่และครอบครัว

งานนี้กว่าจะได้ผู้ชนะ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะแค่ขั้นตอนการออดิชั่นให้เหลือ 24 คน และแบ่งเป็น 4 ทีม ทีมละ 6 คน เพื่อปฏิบัติภารกิจส่งต่อแนวคิดตั้งแต่การเลือกซื้ออาหารให้ถูกสุขลักษณะ การตรวจสอบสิ่งแปลกปลอม การแต่งกายประกอบอาหารรวมทั้งโจทย์อาหาร ใน 4 กลุ่ม คือ หมู ไก่ ไข่ และไส้กรอก ทำเอาคณะกรรมการถึงกับออกอาการมือก่ายหน้าผากกันเลยทีเดียว

แต่ในที่สุดก็ได้ผู้ชนะ 6 คน ประกอบด้วย “หมวยเล็ก” สุชาวดี ทองอยู่ ปี 3 คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ, “แพร” สุพิชชา ศรีธรวิบุญชัย ปี 3 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์, “จ๊ะเอ๋” ณัฐชยา แก้วไธสง ปี 6 คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น, “โบนัส” กิตติพัฒน์ วงษ์ล้วนงาม เฟรชชี่หนุ่มคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรมศาสตร์, “เฟรม” ไชยทัต สายปาน ปี 2 คณะพยาบาลศาสตร์ ม.มหิดล และ “เนม” เทวฤทธิ์ ลาพิงค์ ปี 5 คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น ที่สามารถฝ่าด่านหินตีโจทย์แตก ซึ่ง “การสื่อสาร” เรื่องคุณภาพอาหารถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนนั่นเอง

และแล้วก็ถึงวันบินลัดฟ้าไปศึกษาดูงานความปลอดภัยด้านอาหาร และชมกระบวนการผลิตอาหารคุณภาพของ บริษัทอิโตแฮม ฟู๊ดส์ อิงค์ จำกัด (Itoham Foods Inc.) บริษัทผู้ผลิตอาหารชั้นนำระดับโลกของประเทศญี่ปุ่น โดยมี อรรถพล อุไรไพรวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาดองค์กรเครือเบทาโกร ผู้ใหญ่ใจดีนำทีมน้องๆ พร้อม “นายว้าก” ร่วมทริปไปด้วย

หลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์กันเต็มอิ่ม บรรดาหนุ่มสาววัยโจ๋ทั้ง 6 คน มีมุมมองยังไงกันบ้าง “นายว้าก” ไม่พลาดที่จะไปเจ๊าะแจ๊ะแบบจัดหนักจัดเต็มกันเลย เริ่มจาก “เนม” เทวฤทธิ์ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศฝ่ายชาย และรางวัล popular vote ที่เปิดประเด็นด้วยคำคมๆ ว่า “ชีวิตที่ดีต้องเริ่มจากอาหาร ชีวิตที่ยาวนานต้องเริ่มจากการใส่ใจ ก่อนร่ายต่อว่า การได้มาดูกระบวนการผลิตอาหารถือว่าเป็นโอกาส และได้ใช้โอกาสเพื่อที่จะไปขยายผลต่อว่าอาหารที่ปลอดภัยควรจะเริ่มจากตัวเราเอง ที่สำคัญการได้มาแข่งขันและได้มาดูงานถือว่าสามารถนำไปใช้ในวิชาชีพที่เรียนมาได้คือสัตวแพทย์ ทั้งเรื่องการดูแลอาหารของสัตว์และของคน ให้รู้จักบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ปลอดภัย และต้องเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริโภคให้ได้”

ขณะที่ “จ๊ะเอ๋” ณัฐชยา ที่คว้าตำแหน่งชนะเลิศฝ่ายหญิง บอกว่า “อาชีพสัตวแพทย์ ทำให้ต้องตระหนักต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยจะเอาวิชาความรู้ที่เรียนมาออกไปสื่อสาร และ การได้มาเห็นกระบวนการผลิตอาหารของญี่ปุ่น ถือว่าได้เห็นความแตกต่างจากประเทศไทยมาก เพราะมีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีการล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ทุกขั้นตอน รวมทั้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ต้องสะอาด เพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนในอาหารก่อนจะถึงผู้บริโภคซึ่งประเทศไทยต้องมีการพัฒนาเรื่องอาหารปลอดภัยให้มาก”

ส่วน “เฟรม” ไชยทัต ยิ้มก่อนเปิดปากว่า “ที่ผ่านมาไม่เคยใส่ใจเรื่องอาหารเลย เพราะอยู่ในสังคมต่างจังหวัด กินอยู่ง่ายๆ แต่เมื่อได้มาร่วมโครงการและได้มาดูงาน ทำให้เห็นว่าอาหารที่ปลอดภัย จะดีต่อตัวเองและผู้อื่น ยิ่งผมมีวิชาชีพพยาบาลทำให้ต้องตระหนักต่อผู้ที่ผมจะต้องดูแลโดยเฉพาะเรื่องอาหาร และผมต้องมีสุขภาพที่ดีก่อนเพื่อจะดูแลผู้ป่วยได้ การมาดูงานทำให้เห็นว่าวิถีชีวิตการบริโภคแบบญี่ปุ่นจะกินอาหารแบบพอดี แต่ดีต่อสุขภาพ”

ตามติดด้วย “แพร” สุพิชชา สาวหน้าหวาน ที่ร่วมแจมว่า “อยากให้ประเทศไทยมีเครื่องมือที่ทันสมัย มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านอาหารเพื่อดูแลสุขภาพของประชาชน” เช่นเดียวกับหนุ่มหล่อ “โบนัส” กิตติพัฒน์ ที่เสริมว่า “อาหารที่ปลอดภัยคือการลดความเสี่ยงต่อตนเองและผู้บริโภค ในฐานะที่เป็นนักศึกษาสื่อสาร มวลชน สิ่งที่อยากจะทำคือการเป็นนักตรวจสอบที่ดีเพื่อการสื่อสารเรื่องอาหารปลอด-ภัยกับผู้อื่น เพราะสังคมจะดีต้องเริ่มที่สุขภาพ”

ปิดท้ายกันที่ “หมวยเล็ก” สุชาวดี ร่วมประสานเสียงอีกแรงว่า “มาดูงานที่ญี่ปุ่นทำให้รู้เลยว่าอาหารคือวัฒนธรรม และญี่ปุ่นมีกรรมวิธีในการผลิตอาหารที่คุณภาพสูงมาก แต่เดิมก็เคยคิดว่ากินอาหารอะไรก็ได้ง่ายๆ ข้างถนนก็ได้ แต่ไม่ใช่ เพราะคนญี่ปุ่นใส่ใจเรื่องอาหารปลอดภัยมาก ดังนั้น ความปลอดภัยต้องเริ่มที่ตัวเองก่อนจะขยายไปยังคนอื่นๆต่อไป”

เห็นแนวคิดและมุมมองของหนุ่มสาววัยโจ๋ทั้ง 6 คนแล้ว “นายว้าก” ต้องขอปรบมือเป็นกำลังใจให้ดังๆ อย่างน้อยก็พอจะมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ในการจะขยับคุณภาพชีวิตคนไทยให้สูงขึ้นจากความตั้งใจของคนรุ่นใหม่

แต่การจะขยายผลการปฏิบัติไปสู่สังคมได้มากน้อยแค่ไหน นั่นคือโจทย์ใหญ่ที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน...!!!


นายว้าก

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้