วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วิชา พระเจ้าอุเทน

วิชา พระเจ้าอุเทน

โดย บาราย
1 พ.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

มีคนน้อยนักที่จะรู้ว่า รูปซึ่งเข้าใจกันว่าเป็นเทพเจ้าดีดพิณ ตราสัญลักษณ์ของกรมสรรพากร ที่ปรากฏอยู่ในดวงตราอากร แสตมป์ที่ใช้ประกอบการทำนิติกรรมต่างๆนั้น เป็นพระอุเทนธิราช กษัตริย์พระองค์หนึ่งในสมัยพระพุทธเจ้า

(พระอุเทนธิราช บัณฑิต จุลาลัย รัชดา โชติพานิช ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือน พ.ค.2557)

เจ้าชายอุเทนเป็นโอรสของพระเจ้าปลันตาปะ แห่งกรุงโกสัมพี เมื่อยังอยู่ในพระครรภ์ นกหัสดีลิงค์ได้โอบเอาพระราชมารดา ไปปล่อยไว้ที่คาคบไม้ใหญ่ในป่า และมีพระประสูติกาล เมื่อยามรุ่งอรุณ

พระนาม อุเทน แปลว่า รุ่งอรุณที่ปราศจากหมอก

ต่อมา อัลลกัปปดาบส ได้นำเจ้าชายไปเลี้ยง และสอนมนต์หัสดีกันต์ และพิณสามสาย จนสามารถดีดพิณไปสาธยายมนต์ไป ให้ช้างเข้าหาหรือให้หนีไปก็ได้

เมื่อพระราชบิดาสวรรคต เจ้าชายอุเทน ได้ใช้วิชาเรียกช้างทั้งป่ามาเป็นกองทัพ บุกยึดกรุงโกสัมพี และได้ครองราชย์เป็นพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ในกรุงโกสัมพีมาแต่บัดนั้น

ตราพระอุเทนธิราชดีดพิณ ใช้มาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มก่อตั้งกรมสรรพากร เมื่อ พ.ศ.2458 ที่มีพระยาอินทรมนตรีศรีจันทรกุมาร (เอฟ เอช ไยล์) เป็นอธิบดีคนแรก

ภารกิจหลักของกรมสรรพากร คือการจัดเก็บภาษีอากรจากประชาชน นำมาพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับเรื่องราวพระเจ้าอุเทน ผู้ทรงปรีชาสามารถ ใช้มนต์และเสียงพิณบังคับช้างให้เข้าหา

ช้างเหมือนดังเช่นพ่อค้าใหญ่ หรือดาราดัง ที่ถูกเวทมนตร์ ให้ต้องเสียภาษีกันทั่วหน้า

ไม่พบหลักฐานตราพระอุเทนธิราชของกรม สรรพากร และชื่อผู้ออกแบบครั้งแรก หากพบหลักฐานว่า ตราพระอุเทนธิราชในดวงตราอากรแสตมป์นั้น นายปลิว จั่นแก้ว กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร เป็นผู้เขียนใหม่จากตราเก่า

ต่อมากรมสรรพากรพบว่า มีการนำภาพตราพระอุเทนธิราชไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เป็นประโยชน์กับราชการ จึงส่งภาพตราพระอุเทนธิราช ไปให้กรมศิลปากรตรวจสอบ

นายสมชาย ศุภลักษณ์ อำไพพร ประจำสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ปรับปรุงใหม่ เป็นภาพพระอุเทนธิราชทรงภูษารัตนกัมพล (แดง) ดีด

พิณวาสุกิมเนมิ ประกอบลายหางคชสีห์

ต่อมาสำนักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศ เรื่องกำหนดภาพเครื่องหมายราชการ...เป็นการคุ้มครองป้องกันการละเมิดสิทธิ์

ความเป็นมาของกรมสรรพากร เริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อมีการปฏิรูปการปกครอง และวางระเบียบกิจการด้านต่างๆ

ในเรื่องการคลังนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์ ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2416 เพื่อให้การเก็บรายได้ภาษีอากรของแผ่นดิน มารวมไว้ ณ ที่แห่งเดียว

ต่อมายกเป็น กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ มีเสนาบดีประจำต่างหาก

พ.ศ.2423 ทรงแต่งตั้งข้าหลวงคลังไปประจำทุกจังหวัดและทุกมณฑล ทำหน้าที่เก็บภาษีอากรจากราษฎรโดยตรง นอกจากราษฎรไม่ต้องเสียภาษีอากรลักลั่นเหมือนแต่ก่อน ยังทำให้รายได้ของแผ่นดินเพิ่มขึ้นชัดเจน

จนสามารถจัดทำงบประมาณแผ่นดิน ขึ้นเป็นครั้งแรกได้ใน พ.ศ.2439

โปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนแปลงวิธีการเก็บภาษีใหม่ จากระบบเจ้าภาษีนายอากร มาเป็นทางราชการเป็นผู้เก็บเอง โดยในช่วงการทดลอง ให้เทศาภิบาลจัดเก็บภาษีอากรเอง ปรากฏว่าได้ผลดี จึงเลิกวิธีการเรียกประมูลรับเหมาผูกขาด และให้เทศาภิบาลจัดเก็บเองเหมือนกันหมดทุกมณฑล

มีการจัดตั้ง กรมสรรพากรนอก และกรม สรรพากรใน มีหน้าที่ตรวจตราตักเตือน เจ้าพนักงานปกครองท้องที่ ในการตรวจเก็บภาษีอากร การทำบัญชี และการรวบรวมเงินผลประโยชน์แผ่นดิน

กรมสรรพากรนอก สังกัดกระทรวงมหาดไทย ดูแลเทศาภิบาลหัวเมืองต่างๆ มีมิสเตอร์ไยล์ เป็นเจ้ากรม ส่วนกรมสรรพากรใน สังกัดกระทรวงนครบาล ดูแลการเก็บภาษีในพระนคร มีมิสเตอร์เกรแฮมเป็นเจ้ากรม

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยู่หัว 2 ก.ย.2458 โปรดฯให้รวม 2 กรม เป็นกรมเดียวขึ้นต่อกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ

อีกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระนาม อุเทนธิราช ...หลังการเสด็จสวรรคตของรัชกาลที่ 5 พระยารัษฎากรโกศล ได้รวบรวมเงินข้าราชการกรมสรรพากรในจำนวน 8,105 บาท 40 สตางค์ สร้างสะพานอุทิศส่วนกุศลถวาย

สะพานนี้อยู่บนถนนพญาไท ข้ามคลองขวาง ที่เชื่อมต่อคลองสวนหลวง (ใกล้ถนนบรรทัดทอง) กับคลองริมถนนอังรีดูนังต์ ซึ่งผ่านกลางพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปัจจุบัน

ลวดลายปูนปั้นเชิงสะพาน เป็นภาพพระอุเทนธิราชดีดพิณ เพื่อให้รู้ว่า ข้าราชการกรมสรรพากรบริจาคเงินสร้าง แล้วเสร็จ 17 ต.ค.2456

เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงนครบาล กราบบังคมทูลถวาย 4 ชื่อ สะพานอุเทนอุทิศ สรรพากรในอุทิศ สพานบริวารถวาย สพานเบญจมาราชูทิศ ให้รัชกาลที่ 6 ทรงเลือก ไม่โปรด 4 ชื่อ พระราชทานชื่อใหม่ “อุเทนถวาย”

เป็นที่น่าเสียดาย เมื่อมีการขยายผิวจราจรถนนพญาไท เมื่อปี 2505 มีการรื้อถอนสะพานอุเทนถวายทิ้ง โดยไม่เหลือเค้าโครงเหมือนสะพานอื่น หรือมีการเก็บเป็นหลักฐานไว้อ้างอิงแต่อย่างใดเลย.

บาราย

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้