วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เสน่ห์ บาร์เซโลนา

เสน่ห์ บาร์เซโลนา

โดย ซูม
1 พ.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

ซอกแซกสัปดาห์นี้ยังอยู่กันที่สเปน ดินแดน กระทิงดุเหมือนเดิมนะครับ เพียงแต่เปลี่ยนจากเมืองหลวงของสเปน หรือกรุงมาดริด มาเป็นบาร์เซโลนา เมืองหลวงของแคว้นคาตาลันเท่านั้นเอง

สำหรับ บาร์เซโลนา นั้น ว่าไปแล้วก็มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักทั่วโลกไม่แพ้ มาดริด เพราะนอกจากจะเป็นเมืองเก่าแก่มาด้วยกันทั้ง 2 เมือง ยังมีทีมฟุตบอลที่โด่งดังติดอันดับท็อปฮิตระดับโลกทั้งคู่

ทีม เรอัล มาดริด กับทีม บาร์เซโลนา นั่นแหละครับ ผลัดกันเป็นแชมป์ทั้งในประเทศและแชมป์สโมสรยุโรปอยู่เนืองๆ

คราวที่แล้วผมไปแค่มาดริด ไม่ได้ไปบาร์เซโลนา จึงเหมือนขาดอะไรไปอย่างในฐานะที่ผมเป็นนักข่าวสายกีฬากับเขาด้วย

เพราะไปเยือนสนาม ซานติอาโก เบอร์นาบิว ที่มาดริดมาแล้ว แต่ไม่ได้ไปสนาม คัมป์นู ของบาร์ซา

ดังนั้น ไปสเปนงวดนี้มีโอกาสได้ไปทั้ง 2 เมือง จึงถือโอกาสไปเติมเต็มส่วนที่ขาด นั่นก็คือแว่บไปเดินเล่นที่สนาม คัมป์นู มาเรียบร้อย

เรื่องของคัมป์นูกับทีมบาร์เซโลนาขออนุญาต ผ่านไปนะครับ เพราะเป็นเรื่องของกีฬาโดยเฉพาะ อาจไม่เป็นที่สนใจของแฟนๆซอกแซกทั่วไปมากนัก และอีกอย่างหนึ่งผมก็เอาไปพูดในรายการ “สนทนา กับจ่าแฉ่ง” ทางวิทยุเอฟเอ็ม 96 สปอร์ตเรดิโอ เสียหมดแล้ว ขออนุญาตรายงานเรื่องอื่นๆแทนก็ละกัน

เริ่มกันที่บรรยากาศและสถานที่ท่องเที่ยวทั่วๆไปของบาร์เซโลนาเสียก่อนนะครับ

ในแง่สภาพภูมิศาสตร์ บาร์เซโลนาเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเป็นเมืองท่าที่สำคัญ มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนานดังที่เกริ่นไว้แล้ว

ไปถึงวันแรกผมมีโอกาสนั่งรถตระเวนไปรอบๆตัวเมืองหลายหน ต้องยกนิ้วให้ว่าเป็นเมืองที่สวยงามอีกเมืองหนึ่ง เพราะมีทั้งภูเขาและทะเลอยู่ข้างเคียงกัน

บางส่วนของตัวเมืองจะอยู่ที่เชิงเขาและบนเขา ในขณะที่บางส่วนก็อยู่ที่ชายหาดและริมทะเล

โดยเฉพาะวิวบนภูเขาเมื่อมองลงมาที่ตัวเมืองด้านล่างนั้น แม้จะยังไม่สวยเท่าโตเลโดที่ผมเขียนถึงสัปดาห์ที่แล้ว แต่ก็ถือว่าสวยพอสมควรติดอยู่ในระดับเมืองสวยได้อีกเมืองหนึ่ง

เมื่อปี พ.ศ.2535 บาร์เซโลนาเคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 22 ประสบความสำเร็จไม่น้อยทีเดียว

โดยเฉพาะพิธีเปิดที่ใช้การยิงธนูจุดคบเพลิงยังอยู่ในความทรงจำของคอกีฬามาจนถึงเดี๋ยวนี้

ทุกวันนี้เขาก็ยังดูแลรักษาโอลิมปิกพาร์คและสนามกีฬาโอลิมปิกเอาไว้อยู่แถวๆเชิงเขาเชิงใดเชิงหนึ่งของตัวเมืองนั่นแหละ ผมผ่านไปมา 2-3 ครั้งระหว่างอยู่ที่นี่

ในแง่ของประชากรของบาร์เซโลนานั้น มีราวๆ 1 ล้าน 6 แสนคนในบริเวณชั้นใน แต่ถ้ารวมบริเวณรอบๆทั้งหมดน่าจะถึง 4 ล้านคน ซึ่งยังถือว่าน้อยกว่า กทม.ของเรา

ชาวบาร์เซโลนาส่วนใหญ่พูดภาษาท้องถิ่น คือภาษาคาตาลันเป็นหลัก ด้วยความรักความภูมิใจในความเป็นชาวคาตาลัน และได้แสดงความปรารถนาที่จะแยกแคว้นของตนออกไปเป็นประเทศใหม่อยู่เสมอๆ แต่ยังไม่สำเร็จและคงไม่สำเร็จในระยะเวลาอันใกล้

สถานที่ที่ผู้คนไปชุมนุมมากที่สุด นอกจากบริเวณชายหาดแล้วก็จะชอบไปเดินอย่างหนาแน่นที่บริเวณตลาด MERCAT DE SANT JOSEP LA BOQUERIA ที่รอบๆเป็นย่านถนนคนเดิน มีห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ทั้งห้างใหญ่ร้านเล็ก และร้านริมถนนเรียงกันเป็นพรืดในบริเวณนั้น

ช่วงเวลาที่ผมไปถึงบาร์เซโลนา อากาศกำลัง สบายๆ ทำให้เดินได้สบายไม่เหน็ดเหนื่อยมากนัก

เสียอย่างเดียวที่จะต้องเดินด้วยความระมัด ระวัง ใครสะพายกระเป๋าควรจะสะพายไว้ข้างหน้า รวมทั้งเอกสารสำคัญ เช่น พาสปอร์ต หรือกระเป๋าสตางค์ก็ควรจะซ่อนให้มิดชิด

จุดอ่อนของบาร์เซโลนาก็เหมือนมาดริด และเหมือนเมืองใหญ่ๆอีกหลายเมืองในยุโรปโดยเฉพาะที่อิตาลี...ตรงที่มีพลเมืองเสียชอบกระชากกระเป๋า ล้วงกระเป๋า หรือไม่ก็ทำทีส่งคนที่หนึ่งมาเดินชนเรา พอเราหันไปมอง เจ้าคนที่สองก็จะกระชากกระเป๋านักท่องเที่ยวไปซะแล้ว

เวลาเดินทั้งในบาร์เซโลนาและมาดริดจึงต้องระมัดระวัง แทบจะอุ้มกระเป๋าไว้เลย ซึ่งถ้าจะว่าไปก็ถือเป็นความท้าทายและเป็นเสน่ห์ไปอีกแบบหนึ่งในการรอพบกับเหตุการณ์ระทึกใจ

สำหรับสถานที่ท่องเทียวที่โด่งดังระดับโลกอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไปถึงแล้วจะต้องหาโอกาส ไปเยือน หรือไม่ก็ถูกทัวร์บังคับไปเยือนน่าจะได้แก่ โบสถ์ที่มีรูปพรรณสัณฐานและโครงสร้างแปลกตาที่ชื่อว่า โบสถ์ซากราดา ฟามิเลีย (Sagrada Familia) หรือ Holy Family ในภาษาอังกฤษนั่นแหละครับ

ผมเองตั้งใจไปดูอยู่แล้ว เพราะได้ยินข่าวและเรื่องราวการโจษขานมานานนักหนา เพราะเป็นโบสถ์ฝีมือออกแบบของ อันโตนี เกาดี (Antoni Gaudi) สถาปนิกเชื้อสายคาตาลัน ผู้ได้ชื่อว่าเป็นศิลปินรุ่นใหม่ของสมัยโน้น ที่เรียกกันว่า อาร์ตนูโว มีผลงานการออกแบบที่ล้ำไกลเกินยุคของท่านหลายปี อาจจะเป็นร้อยๆปีก็ได้

ลองดูภาพโบสถ์ฝีมือออกแบบของท่าน ที่ผมเอามาลงประกอบคอลัมน์ก็แล้วกันครับ จะเห็นว่าผิดแผกแตกต่างจากโบสถ์ทั่วไปในยุโรปโดยสิ้นเชิง เพราะมีหอคอยเต็มไปหมด

เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ.2425 ตั้งใจจะให้มีหอคอยทั้งหมด 18 หอคอย แต่มาถึงบัดนี้สร้างได้แค่ 8 หอคอยเท่านั้น ต่อมาเกาดีก็เสียชีวิตไป พ.ศ.2469 (ข่าวว่าถูกรถรางทับ) แต่ก็ยังมีการสร้างต่อมาเรื่อยๆ โดยอาศัยแบบจำลองและแบบพิมพ์ที่เกาดีออกแบบไว้

นับมาถึงบัดนี้ 133 ปีแล้วครับ และยังคงเดินหน้าที่จะสร้างต่อไป และการสร้างไม่เสร็จก็กลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนอยากไปดู และลุ้นกันว่าเมื่อไรจะเสร็จเสียที

ผมไปดูไปเดินมาเรียบร้อย สรุปความรู้สึกได้สั้นๆง่ายๆว่าเก๋ดี และทันสมัยจริงๆ แม้จะดูแปลกหูแปลกตา แต่ก็ชอบครับ...และที่ชอบที่สุดก็คือ เครนยักษ์ที่มีคนงานห้อยต่องแต่งอยู่ข้างบนแสดง ว่ายังมีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องนั่นแหละถือเป็น เสน่ห์ของโบสถ์แห่งนี้อย่างที่ลือกันไว้ทุกประการ.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้