แนะปรับจุดอ่อนเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา หนุนแก้กฎหมายให้เหมาะสมกับยุคสมัย

ข่าว

    แนะปรับจุดอ่อนเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา หนุนแก้กฎหมายให้เหมาะสมกับยุคสมัย

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      17 ต.ค. 2558 05:45 น.

      “วิจิตร” ชี้คนรุ่นใหม่ทำโดยอิสระ

      จากการประชุมเสวนาทางวิชาการและการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2558 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาเพื่อการปฏิรูปประเทศ โดยสมาคมนิสิตเก่า ภาควิชาบริหารการศึกษา-สาขาวิชาบริหาร การศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน อดีต รมว.ศึกษาธิการ กล่าว เปิดงานและให้ข้อคิดตอนหนึ่งว่า ตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่ครั้งแรกปี พ.ศ.2517 ซึ่งจัดทำเป็นเพียงรายงานเสนอคณะรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นกฎหมายบังคับ จนถึงการปฏิรูปการศึกษา ปี 2542 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่กำหนดไว้เป็นกฎหมายใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 หากใครไม่ทำก็มีบทลงโทษ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีการแก้ไขหลายครั้ง อาทิ การแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา รวมทั้งข้อถกเถียงเรื่องการยุบหรือไม่ยุบสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. ซึ่งตราบใดที่เรายังไม่ได้แก้กฎหมาย เราก็ยังต้องเดินตามแนวทางการประเมินของ สมศ.ที่กฎหมายกำหนดไว้ เพราะเรายังมีกฎหมายการศึกษาบังคับอยู่ ในอดีตการศึกษาไทยยังไม่สามารถพึ่งตนเองได้ เราจึงต้องส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ปัจจุบันเราสามารถ พึ่งตนเองได้มากขึ้นในการผลิตกำลังคน เพื่อให้คนมีคุณภาพไปพัฒนาประเทศ และในโลกยุคโลกาภิวัตน์ การผลิตคนก็ต้องให้มีความสามารถในการแข่งขัน ทั้งสามารถคิดวิเคราะห์หาเหตุผลได้ด้วย และการปฏิรูปการศึกษาก็ต้องตอบโจทย์ทั้งการพัฒนาบุคคล และสนองตอบต่อการพัฒนาประเทศ

      “ประเทศไทยมีการปฏิรูปการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง หากนับตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลา 16 ปีแล้ว และกฎหมายการศึกษาก็ยังเป็นกรอบและแนวทางให้เราทำตามแผนที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หากเห็นสิ่งใดไม่ดีก็ควรปรับ สิ่งที่ดีก็ควรทำต่อเนื่อง สิ่งที่ 9 อรหันต์ปฏิรูปการศึกษาในสมัยนั้นเห็นว่าถูกต้องเมื่อ 16 ปีที่แล้ว มาถึงวันนี้บางเรื่องควรปรับก็ต้องปรับ การปฏิรูปครั้งนี้ผมจึงไม่ได้เกี่ยวข้องทั้งสิ้น แม้จะมีคนมาถามผมก็ไม่พูด เพราะถือว่าควรให้คนรุ่นใหม่ทำโดยอิสระ ไม่ควรขวาง การปฏิรูปการศึกษาต้องปฏิรูปทั้งระบบและครบทั้งกระบวนการ ไม่ใช่คันที่เท้าแต่ไปเกาที่หัว โดยส่วนตัวเชื่อว่าการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้จะทำทั้งระบบและทำทั้งกระบวนการเรื่องกฎหมายถ้าเห็นว่าต้องแก้ไขก็ควรแก้ เพื่อให้การศึกษาเกิดประโยชน์ต่อคนและสังคมอย่างเต็มที่” ศ.ดร.วิจิตรกล่าว.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 เวลา 01:10 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์