วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'คสช.' ปรับโครงสร้างใหม่ เน้นการทำงานร่วมทุกฝ่าย

'คสช.' ปรับโครงสร้างใหม่ เน้นการทำงานร่วมทุกฝ่าย

  • Share:

"คสช." ปรับโครงสร้างใหม่ เน้นการทำงานร่วมกันทั้งทหาร–ตำรวจ–ฝ่ายปกครอง ใช้ศูนย์ดำรงธรรมเป็นหลักในการแก้ทุกปัญหา เตรียมจัดชุดลงพื้นที่ชี้แจงข้อมูลเรื่อง การร่างรธน. พร้อมขอความร่วมมือประชาชนเตรียมรับภัยแล้ง

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 58 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก ทบ. และรองโฆษก คสช. กล่าวว่า วันนี้ (6 ต.ค.) มีการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยมี พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธาน ที่ประชุมได้มีการชี้แจงเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างการจัดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้อนุมัติการปรับโครงสร้างดังกล่าว เพื่อให้การทำงานมีความเหมาะสม สอดคล้อง และสามารถตอบสนองต่อความจำเป็นต่อสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยโครงสร้างใหม่นี้จะประกอบด้วย 2 กลุ่มงานหลัก ได้แก่ กลุ่มงานขับเคลื่อนการบริหารแผ่นดิน และกลุ่มงานขับเคลื่อนภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า กลุ่มงานขับเคลื่อนภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย จะมีผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นผู้กำกับดูแล มีภารกิจในเรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ การปฏิรูปประเทศ การช่วยเหลือประชาชน และการสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดิน โดยแบ่งเป็น 5 ส่วนงาน ได้แก่ ส่วนอำนวยการ, ส่วนงานการรักษาความสงบเรียบร้อย, ส่วนงานการบริหารราชการแผ่นดิน, ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย  

สำหรับในส่วนของ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย นั้น ผู้บัญชาการทหารบก จะปฏิบัติหน้าที่เป็น ผู้บัญชาการกองกำลัง อีกฐานะหนึ่ง โดยเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ย้ำให้ยังคงภารกิจในการดูแลสถานการณ์บ้านเมือง รักษาความปลอดภัย ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการป้องปราม การขจัดสิ่งผิดกฎหมาย การจัดระเบียบสังคม ผู้มีอิทธิพล และให้ทำงานร่วมกับจังหวัด และเจ้าหน้าตำรวจ อย่างใกล้ชิด ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อสร้างสังคมไทยให้มีความปลอดภัยและประชาชนดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า การประชุมในวันนี้ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มอบแนวทางการทำงานที่จะใช้ควมาร่วมมือกันของทุกส่วนราชการ ทั้งตำรวจ ทหาร พลเรือน ในการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูลต่อการเดินหน้าตามโรดแม็ปของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ  และการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีงานเร่งด่วนที่จะต้องรีบดำเนินการ คือ เร่งสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจกับประชาชน ในเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ การรับมือกับปัญหาภัยแล้ง และนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง โดยให้มีการจัดคณะทำงานร่วมกัน เพื่อลงพื้นที่เข้าชี้แจงและรับฟังความต้องการของประชาชน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด โดยการลงพื้นที่จะเป็นไปในลักษณะการนำข้อเท็จจริง และความคืบหน้า ในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินไปแจ้งให้ประชาชนทราบ และนำไปสู่การร่วมมือและป้องกันไม่ให้มีผู้ใดนำข้อมูลไปบิดเบือนเพื่อให้ประชาชนเกิดความสับสน ทั้งนี้

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า คณะทำงานที่ลงพื้นที่พบปะประชาชนจะประกอบด้วย ฝ่ายจังหวัด ตำรวจ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย และส่วนราชการที่รับผิดชอบในเรื่องนั้นๆ นอกจากนี้ให้ใช้ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ เป็นกลไกหลัก ในการขับเคลื่อนตามแนวทางขั้นต้น ควบคู่ไปกับการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ที่จะกระจายแผนงานและโครงการต่างๆ ไปให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำจังหวัด ดำเนินการในทุกพื้นที่ เพื่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี และการมีส่วนร่วมของประชาชนกับภาครัฐ

เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กำชับให้ทุกส่วนยึดแนวทางการชี้แจงข้อเท็จจริง และสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน เป็นเครื่องมือหลักในการแก้ไขทุกปัญหา เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลและข้าราชการ พร้อมที่จะดูแลประชาชนในทุกเรื่อง และพยายามให้ทุกปัญหาได้รับการคลี่คลายในระดับพื้นที่

นอกจากนี้ในเรื่องของภัยพิบัติ และสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งการบริหารสถานการณ์ภัยพิบัตินั้น ทางกระทรวงมหาดไทย โดย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักอยู่แล้ว และให้ทุกกองทัพภาค และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ให้การสนับสนุนอย่างเต็มความสามารถ มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ให้สอดคล้องกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเป็นประจำในพื้นที่นั้นๆ ในขณะเดียวกันกองทัพบกพร้อมสนับสนุนเครื่องมือพิเศษจากหน่วยทหารช่างเข้าแก้ไขในทุกสถานการณ์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้