วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'อลงกรณ์' ชี้ ปธ.สปท. ต้องเป็นคนที่สังคมส่วนรวมยอมรับ

'อลงกรณ์' ชี้ ปธ.สปท. ต้องเป็นคนที่สังคมส่วนรวมยอมรับ

  • Share:

"อลงกรณ์" แจงองค์ประกอบ สปท.เหมาะสม เหตุมีตัวแทนพรรคการเมือง ระบุโจทย์ใหญ่ปฏิรูปประะเทศ ควรเน้น 3 เรื่อง ปฏิรูปทุกด้าน-ปรองดอง-ปฏิรูปหลัง ลต. ปัดแสดงความเห็นใครเหมาะสมนั่ง ปธ.สปท. ชี้ต้องอาวุโส-มีประสบการณ์-สังคมส่วนรวมยอมรับได้ 

เมื่อวันที่ 6 ต.ค.58 ที่รัฐสภา นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวภายหลังการเข้ารายงานตัวเป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า การทำหน้าที่ใน สปท.ถือว่าเป็นการขับเคลื่อนการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรมและต่อยอดจากพิมพ์เขียวของสปช.ที่ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ขับเคลื่อนกันอยู่ในขณะนี้ โดยหน้าที่ของ สปท.จะมีความแตกต่าง สปช. คือการปฏิรูปประเทศอย่างเป็นรูปธรรมจะเป็นหน้าที่หลักของ สปท. ซึ่งเป็นการทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ครม.และทุกภาคส่วนภาคี รวมถึงการเสนอแนะ กลั่นกรอง จัดอันดับความสำคัญก่อนและหลังของการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่ให้โอกาสอดีต สปช.มาทำหน้าที่ใน สปท. ซึ่งต้องมีความเป็นประโยชน์ในการต่อยอดการทำงาน และทำให้เกิดความสมบูรณ์ในพิมพ์เขียวการปฏิรูปเดิม ที่มีความครอบคลุมทั้ง 11 สาขา 18 ด้าน นอกจากนั้น สปท.ยังมีหน้าที่ที่จะให้คำปรึกษานายกฯ และครม.ในวาระอื่นที่เห็นว่าสมควรที่จะต้องปฏิรูป ดังนั้นในการทำงานอย่างใกล้ชิดของแม่น้ำ 5 สาย จึงมีความจำเป็นเพราะครั้งนี้จะเป็นเรื่องการลงมือปฏิบัติจริง ตนถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของประเทศที่องค์ประกอบของ สปท.นั้น มีตัวแทนของพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง ภาคส่วนภาคี ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถมาปฏิรูปประเทศ และร่วมกันสร้างความปรองดองเพื่อประเทศเดินไปข้างหน้า ร่วมทั้งสร้างและมาให้ความเห็นในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปประเทศ ตนมองว่าโจทย์ใหญ่ของประเทศมี 3 เรื่อง คือ 1.การปฏิรูปประเทศต้องขับเคลื่อนไปทุกด้าน 2.การปรองดองจะต้องบรรลุความสำเร็จเพื่อแก้ปัญหาความแตกแยกของคนในชาติ และ 3.การขับเคลื่อนประเทศหลังการเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองย้อนกลับมาไม่ว่าจะเป็นปัญหาการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลของรัฐบาล หรือปัญหาที่สร้างความแตกแยกของคนในชาติด้วยเหตุผลทางการเมือง หรือการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง ฉะนั้นหน้าที่ของ สปท.จึงต้องตอบโจทย์

เมื่อถามว่า จะใช้บทเรียนที่ได้จาก สปช.มาใช้อย่างไร นายอลงกรณ์ กล่าวว่า คงมี 2 ประการคือ ประการที่แรก 1. การทำงานอย่างใกล้ชิดกับแม่น้ำ 5 สาย เพื่อให้เกิดการทำงานในทิศทางเดียวกัน ประการที่สอง ในการทำงานของ สปท.คงไม่เหมือนกับการทำงานในรูปแบบสภาตามที่ สปช.ได้ดำเนินการมา

เมื่อถามว่า ในรายชื่อ สปท. มองว่าใครควรเป็นประธาน นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ไม่มีความเห็น เพราะทุกคนมีคุณสมบัติที่เหมาะสม คงต้องเป็นผู้ที่มีความอาวุโส มีประสบการณ์ เป็นที่ยอมรับของสังคมโดยร่วม มีความภาวะความเป็นผู้นำ และวิสัยทัศน์การปฏิรูปประเทศ และจัดบริหาร สปท.ให้บรรลุผลงานได้สำเร็จ เป็นรูปธรรมตามเงื่อนไขเวลาที่จำกัด          

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้