สธ.เตือน ปชช.พื้นที่น้ำท่วม ระวังโรคฉี่หนู แนะวิธีหากเลี่ยงไม่ได้

ข่าว

สธ.เตือน ปชช.พื้นที่น้ำท่วม ระวังโรคฉี่หนู แนะวิธีหากเลี่ยงไม่ได้

ไทยรัฐออนไลน์

    6 ต.ค. 2558 12:04 น.

    กระทรวงสาธารณสุข แนะ ปชช.เดินลุยน้ำท่วมขัง ระวังเชื้อโรคฉี่หนู โดยเฉพาะผู้มีแผลบริเวณเท้า-ขา ควรสวมรองเท้าบู๊ตยางหรือถุงพลาสติก เนื่องจากเชื้อโรคชนิดนี้สามารถไชเข้าแผลหรือไชผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานาน ... 

    เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 58 นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยถึง การเฝ้าระวังโรคฉี่หนู ว่า ในช่วงหลังน้ำท่วม ประชาชนอาจป่วยเป็นโรคฉี่หนูหรือโรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) ซึ่งเชื้อจะปนเปื้อนอยู่ตามแอ่งน้ำ พื้นดินเป็นดินโคลนชื้นแฉะ สามารถไชเข้าทางบาดแผล หรือตามรอยถลอก รวมทั้งผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานานขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนในการดูแลป้องกันโรคและในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง พร้อมเฝ้าระวังโรคเป็นเวลา 15 วัน และกำชับให้โรงพยาบาลทุกแห่ง ซักประวัติการลุยน้ำ ย่ำโคลนผู้ป่วยที่มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ทุกราย เนื่องจากโรคนี้มียาปฏิชีวนะรักษาหาย      
     
    ด้านนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การป้องกันโรคฉี่หนู ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วมขัง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมรองเท้า เช่น รองเท้าบู๊ตยาง หรือสวมถุงมือหนา เพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลจากของมีคมบาดหรือทิ่มแทง ขณะเดินย่ำน้ำ ย่ำโคลน หรือระหว่างทำความสะอาดบ้าน หากมีบาดแผลที่เท้าหรือบริเวณขา ให้ใช้ถุงพลาสติกหรือวัสดุที่กันน้ำได้ หุ้มตรงส่วนนั้นเพื่อป้องกันน้ำเปียกแผล ทั้งนี้ การใช้พลาสเตอร์ปิดแผลไม่สามารถกันน้ำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หากปิดพลาสเตอร์ ควรรีบล้างแผลให้สะอาดและเปลี่ยนพลาสเตอร์ ชิ้นใหม่ปิดแทนทันที

    สำหรับสถานการณ์โรคฉี่หนูพบได้ตลอดปีในปีนี้มีรายงานใน 63 จังหวัด รวมผู้ป่วยสะสม 1,259 คน เสียชีวิต 24 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ และเป็นเกษตรกร พบผู้ป่วยมากในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมาและพบได้ในกรณีที่พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังในเมืองที่อาจมีเชื้อโรคนี้อยู่อาการของโรคนี้จะเริ่มจากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดน่อง ตาแดง
     
    อย่างไรก็ตาม หากประชาชนมีอาการที่กล่าวมา ขอให้นึกถึงโรคนี้และรีบพบแพทย์ และที่สำคัญขอให้แจ้งประวัติการเดินลุยน้ำให้แพทย์ทราบด้วย เพื่อการรักษาได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว เพราะหากรักษาล่าช้า อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน ไตวาย ตับวาย เลือดออกในปอด ทำให้เสียชีวิตได้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมและรับคำปรึกษา สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    รถเก๋ง Vs รถเมล์หัวร้อน ปาดซ้าย-ขวา ขับจี้ท้ายให้หลบ ก่อนจอดลงมาทะเลาะวิวาทกันกลางถนน
    05:32

    รถเก๋ง Vs รถเมล์หัวร้อน ปาดซ้าย-ขวา ขับจี้ท้ายให้หลบ ก่อนจอดลงมาทะเลาะวิวาทกันกลางถนน

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2565 เวลา 00:18 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์