วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
7คนเครือ‘ทักษิณ’ร่วมสปท.‘มีชัย’ประธานกรธ.

7คนเครือ‘ทักษิณ’ร่วมสปท.‘มีชัย’ประธานกรธ.

  • Share:

เจ้าตัวเผย-‘แทนคุณแผ่นดิน’วาง5กรอบเดินหน้าร่างกติกาเด่นดังเพียบสภาขับเคลื่อนฯ

“บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะประชุม คสช.เต็มคณะ เลือกครบแล้ว 21 กรธ. 200 สปท. “มีชัย ฤชุพันธุ์” ปรมาจารย์ด้านกฎหมายประเทศ ไทยนั่งประธาน กรธ.ตามคาด กรรมการอีก 20 คนล้วนเด่นดัง นักกฎหมายมือฉมัง-อาจารย์มหาวิทยาลัยช่วยระดมความคิด “ภัทระ” อดีตนายกสมาคมนักข่าวฯโผล่ร่วมด้วย ไร้เงาอดีต กมธ.ยกร่างฯเข้ามาเขียนซ้ำ “มีชัย” เผยนายกฯยกเหตุผลกล่อมจนไม่อาจปฏิเสธ ยอมรับรู้เต็มอกไม่ใช่งานง่าย แต่จะตั้งใจทำแทนคุณแผ่นดิน วางกรอบร่าง 5 ประการสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ ฟิตจัดนัดประชุมทันที 6 ต.ค. ต่อเนื่องลากยาวไปทุกวัน ฟันธง รธน.ไม่อาจถูกใจทุกคน แต่เป้าประสงค์เพื่อชาติเดินหน้า ขณะที่รายชื่อ สปท.ฮือฮา เครือข่ายนายทักษิณ-พท.-เสื้อแดงเพียบ อดีต สปช.ตัวเป้ง แกนนำกลุ่มล็อบบี้ตบเท้าร่วมวง

หลังจากรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้เวลาติดต่อทาบทามบุคคลให้เข้าร่วมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เป็นเวลา 1 เดือน เต็มเพดานที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 กำหนด ล่าสุดได้ตัวครบทั้งหมดแล้วทั้ง กรธ. 21 คน สปท. 200 คน โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. เข้ามาดำรงตำแหน่งประธาน กรธ. ตามความคาดหมาย ขณะที่ สปท.ปรากฏรายชื่อคนเด่น ดัง คับคั่ง

ตรวจสอบรายชื่อได้ที่นี่

คสช.หารือเต็มคณะเลือก กรธ.-สปท.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ต.ค. ที่อาคารรับรองเกษะโกมล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช. เพื่อคัดเลือกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) 21 คน และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) 200 คน มีรองหัวหน้า คสช. เข้าร่วมพร้อมเพรียงประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกฯ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว

รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงสมาชิก คสช. ได้แก่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.ทหารสูงสุด พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างกฎหมายสำนักงานกฤษฎีกา และ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. ขาด เพียง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา สมาชิก คสช. ที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศ ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมด้วย โดยห้ามสื่อมวลชน เข้าทำข่าวและบันทึกภาพ อนุญาตให้สังเกตการณ์ได้เฉพาะบริเวณฝั่งตรงข้ามทางเข้า-ออกด้านหน้าอาคารรับรองเกษะโกมล ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ทหาร ทั้งนี้ขบวนรถของ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึงอาคารรับรอง เกษะโกล เวลา 08.50 น. ก่อนที่รถของนายมีชัยจะตามขบวนรถของนายกฯมาทันที


มติเอกฉันท์เลือก “มีชัย” ประธาน กรธ.

จากนั้นเวลา 10.30 น. นายวิษณุเปิดเผยว่าที่ประชุม คสช. มีมติเป็นเอกฉันท์แต่งตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) 21 คน ประกอบด้วย 1.นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและประธานกรรมการร่างกฎหมายสำนักงานกฤษฎีกา เป็นประธาน กรธ. ส่วนกรรมการ กรธ.อีก 20 คน ประกอบด้วย 1.นางกีระณา สุมาวงศ์ อดีตนายกสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมาย อดีตสมาชิก สนช.และอดีตสมาชิกวุฒิสภา 2.นางจุรี วิจิตรวาทการ อาจารย์ประจำคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อดีต สปช. 3.นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อาจารย์ประจำคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นิด้าและอดีตสมาชิก สปช. 4.นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง กรรมการร่างกฎหมายประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 5.นายธิติพันธ์ เชื้อบุญชัย อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและอดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 6.นายเธียรชัย ณ นคร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และรองเลขาธิการสภาพัฒนาการเมือง 7.นายนรชิต สิงหเสนี อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหประชาชาติและอดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ

นัก ก.ม.-อดีตตุลาการ-กกต.ร่วมร่าง

นายวิษณุกล่าวว่า 8.พล.อ.นิวัติ ศรีเพ็ญ อดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม และสมาชิก สนช. 9.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ กรรมการร่างกฎหมายประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 10.นายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตอัยการและอดีตกรรมการเลือกตั้ง กกต. 11.นายภัทระ คำพิทักษ์ อดีตนายกสมาคมนักข่าวและนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย 12.นายภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ อดีต ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ 13.พล.ต.วิระ โรจนวาศ อดีต ผอ.สำนักงานพระธรรมนูญทหารบก 14.นายศุภชัย ยาวะประภาส อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและอดีตสมาชิก สปช. 15.นายสุพจน์ ไข่มุกด์ อดีตเอกอัครราชทูตและอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 16.นายอมร วาณิชวิวัฒน์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 17.นายอภิชาต สุขัคคานนท์ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาและอดีตประธาน กกต. 18.นายอุดม รัฐอมฤต อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 19.นายอัชพร จารุจินดา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อดีตประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และอดีตกรรมาธิการร่าง รธน.ปี 2550 และ 20.พล.อ.อัฎฐพร เจริญพาณิช อดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหมและกรรมการกฤษฎีกา รายชื่อเหล่านี้จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

ไม่มี กมธ.ยกร่างฯเข้ามาเขียนซ้ำ

นายวิษณุกล่าวอีกว่า รายชื่อ กมธ.ทั้ง 21 คน แบ่งออกเป็น ผู้ที่จบปริญญาเอก 6 คน จบปริญญาโท 9 คน จบปริญญาตรี 5 คน เนติบัณฑิตอังกฤษ 1 คน และทั้ง 21 คน เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมาย 13 คน การเมืองรัฐศาสตร์ 3 คน ทางด้านสังคมไทย 1 คน ด้านการต่างประเทศและการทูต 2 คน ด้านนิเทศศาสตร์ 1 คน และความมั่นคง 1 คน ทั้งนี้ กรธ.ทั้ง 21 คน จะเห็นว่าไม่มีผู้ที่เคยเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดก่อนที่สิ้นสุดลงแม้แต่คนเดียว และไม่มีผู้ใดที่เป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ส่วน สนช.มีเพียงคนเดียวเท่านั้น คือ พล.อ.นิวัติ เพื่อเป็นช่องทางประสานเตรียมแนวทางการออกกฎหมายลูก รายชื่อทั้งหมดหัวหน้า คสช.ลงนามแต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นนับแต่บัดนี้ไปก็สามารถทำงานได้ วันอังคารที่ 6 ต.ค. เวลา 13.30 น. มีการนัดประชุม กรธ.ทั้ง 21 คน ที่ห้องพิจารณางบประมาณ อาคาร 3 รัฐสภา

ได้ สปท. 200 คนครบตามโควตา

นายวิษณุกล่าวว่า สำหรับ สปท. 200 คน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี ลงนามประกาศแต่งตั้งทั้ง 200 คนเรียบร้อยแล้ว และจะ ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาในวันเดียวกันนี้ แบ่งออกเป็น สุภาพสตรี 17 คน สุภาพบุรุษ 183 คน คัดเลือกจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มา 61 คน มีทั้งผู้ที่ลงมติเห็นชอบและไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้ จึงไม่ใช่เรื่องโควตาหรือรางวัล มีข้าราชการที่เกษียณอายุแล้ว จำนวน 25 คน ข้าราชการอยู่ในราชการ 23 คน ข้าราชการตำรวจ ทหาร ทั้งที่เกษียณและไม่เกษียณ จำนวน 49 คน นักวิชาการ 13 คน นักการเมืองหรือกลุ่มมวลชนทางการเมือง 10 คน ผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่างๆ 19 คน

“บิ๊กตู่” ขอทำตามโรดแม็ปหรือสั้นกว่า

นายวิษณุกล่าวว่า กรธ.สามารถแต่งตั้งทีมที่ปรึกษาได้ไม่เกิน 9 คน โดยพยายามให้เชิญบุคคลที่เคยร่างรัฐธรรมนูญ ปี 40 ปี 50 และปี 58 เข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษา สำหรับตำแหน่งประธาน สปท. นั้นสมาชิก สปท.จะคัดเลือกกันเอง ทั้งนี้หัวหน้า คสช.ได้เน้นย้ำโรดแม็ปของ คสช. 6-4, 6-4 ขอให้รักษากรอบเวลานี้และถ้าเป็นไปได้ ขอให้กระชับ สั้นลง หรือน้อยกว่านี้ เพราะโรดแม็ปนี้ได้นำไปแจ้งต่อที่ประชุมสหประชาชาติแล้ว และย้ำเรื่องการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ ขอให้มีความหลากหลาย กว้างขวาง ซึ่งตรงกับแนวทาง กรธ.อยู่แล้ว

“มีชัย” รับเพื่อแทนบุญคุณแผ่นดิน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช.ในฐานะประธานกรรมการ กรธ.แถลงว่า วันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา นายกฯเชิญตนไปพบและชวนมาทำงาน จึงเรียนถามว่ามันมีความจำเป็นขนาดไหนที่จะต้องให้ตนมาทำ ท่านตอบว่ามีความจำเป็นอย่างมาก ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในฐานะนายกฯเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดและเป็นผู้ที่เสี่ยงเข้ามาเพื่อตั้งใจแก้ปัญหาของบ้านเมืองให้ลุล่วงไป ยืนยันว่ามันมีความจำเป็น ตนก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปซักไซ้ให้มากไปกว่านี้ ก็ต้องเชื่อดุลพินิจของท่าน ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือตามกำลังความสามารถ จึงไม่อาจจะเห็นแก่ความสุข ความสบายที่ชักจะเริ่มเคยตัว และไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธได้ มิฉะนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่รู้จักทดแทนบุญคุณของแผ่นดิน รู้อยู่ว่างานครั้งนี้ไม่ใช่ง่าย คงมีอุปสรรคไม่น้อย แต่เมื่อนึกว่าทุกคนก็ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือในการทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ ก็ต้องอดทน และก็ตั้งใจทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ร่าง รธน.ทำตามใจตัวเองไม่ได้

“คนมักจะสงสัยคาดเดากันไปต่างๆนานาว่า ในที่สุดผมก็คงไม่เป็นตัวของตัวเอง คงต้องร่างไปตามที่มีผู้สั่ง เรื่องนี้ต้องเรียนตามตรงว่าในการร่างรัฐธรรมนูญมันไม่มีใครร่างตามใจปรารถนาของตัวเองได้ อย่างที่เรียกว่าเป็นตัวของตัวเอง เพราะไม่ได้ร่างเก็บไว้ใช้ในบ้าน แต่เป็นการร่างเพื่อนำไป ใช้กับคนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นจะต้องมีกรอบการร่างรัฐธรรมนูญ คือกรอบที่กำหนดไว้ตามมาตรา35 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 บังคับให้ กรธ.จะต้องร่างให้เป็นไปตามนั้น ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ กรอบที่ 2 คือ คสช.ในฐานะเป็นผู้มีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ และภารกิจที่สำคัญ คือต้องทำให้มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎกติกาของบ้านเมือง” นายมีชัยกล่าว



วาง 5 กรอบร่างสำหรับคนไทย

นายมีชัยกล่าวด้วยว่า ต้องถามไถ่ คสช.ว่ามีกรอบหรือมีความคิดอย่างไร เมื่อคุยกันแล้วสรุปกรอบได้ 5 ประการ คือประการที่ 1.ร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับนับถือของสากล โดยสอดคล้องกับสภาพปัญหา ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประเทศและคนไทยที่มีอยู่หรือเป็นอยู่ 2.ให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการปฏิรูปและสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นให้ได้ 3.ให้มีมาตรการป้องกัน ไม่ให้การเมืองใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้วง โดยใช้เงินแผ่นดินไปอ่อยเหยื่อกับประชาชนเพื่อสร้างความชอบธรรม โดยมิได้มุ่งหมายให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขในระยะยาว จนเกิดความเสียหายแก่ประเทศอย่างร้ายแรง และเกิดวิกฤติที่หาทางออกไม่ได้ 4.มีแนวทางการขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างได้ผล 5.ให้สร้างกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้มีการมีส่วนร่วมของประชาชนในอันที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และร่วมกันรับรู้และรับผิดชอบต่อความเจริญและการพัฒนาประเทศและสังคมโดยรวม

นัดประชุมทันทีต่อเนื่องทุกวัน

นายมีชัยกล่าวว่า สำหรับการประชุม กรธ.ครั้งแรกจะมีขึ้นในวันที่ 6 ต.ค.เวลา 13.30 น.ที่รัฐสภา และคงประชุมกันทุกวัน เนื่องจากระยะเวลาสั้นมาก เมื่อถามว่าจะร่างตามกำหนดเวลา 180 วันหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ความจริงต้องร่างให้เสร็จก่อน 180 วัน เพราะจะต้องส่งให้เขาดูและรับฟังความคิดเห็นด้วย ส่วนประเด็นเกี่ยวกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) คงจะมีการระดมความเห็นและทำเป็นตุ๊กตาขึ้นมา จากนั้นเปิดรับฟังความเห็น แล้วนำกลับมาหารือใน กรธ. ส่วนการทำประชามติยังคงต้องมี เพราะไม่มีองค์กรใดมารองรับ ครั้งที่แล้วมีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โหวตรับหรือไม่รับ แต่ 21 คนปัจจุบันนี้ตัดหางปล่อยวัดเลย และถ้าขืนเอามาใช้เลยก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น ต่อไปนี้รัฐธรรมนูญและกฎหมายทั้งปวงจะต้องปฏิบัติตามกันอย่างเคร่งครัด และคนส่วนใหญ่ต้องเห็นดีเห็นงามด้วย โดยใช้คะแนนของคนที่มาออกเสียงเป็นเกณฑ์ ใครที่ไม่มาออกเสียงก็ถือว่าสละสิทธิ ซึ่งตนเรียกว่า “โมฆะบุรุษ”

รธน.ไม่ถูกใจทุกคนแต่ชาติเดินได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงหรือไม่อาจมีคนมองว่าท่านเป็นคนรุ่นเก่า นายมีชัยกล่าวว่า “ผมเป็นคนรุ่นเก่าที่ค่อนข้างทันสมัย เพราะผมใช้เว็บไซต์มาตั้งแต่พวกคุณยังไม่ใช้กันด้วยซ้ำ ผมว่าคนรุ่นไหนไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ว่าคุณเปิดใจกว้างรับฟังคนอื่นหรือไม่ คนบางคนดูเหมือนรุ่นใหม่ ดูเหมือนเป็นประชาธิปไตย แต่ใครมีความเห็นแย้งหน่อยจะถูกด่าเสียคนเลย แต่ผมไม่เป็นอย่างนั้น ใครจะบอกอะไรก็เอากลับไปคิด การเสนอแนะไม่ใช่เรื่องเสียหาย เป็นเรื่องดี แต่การพูดมากๆเสียอีกที่ไม่ดี การร่างรัฐธรรมนูญให้ถูกใจคนทุกคนนั้นคงยาก แต่สิ่งที่ยากกว่าคือร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าไปได้และพอรับได้ในทุกฝ่าย”

ฟิตจัดไปสภาตรวจห้องประชุม

ต่อมาเวลา 11.30 น. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ได้เดินทางไปยังรัฐสภา เพื่อตรวจดูความพร้อมและความเรียบร้อยของห้องประชุม กรธ. ที่ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 3 รวมถึงห้องทำงานส่วนตัว ที่ตั้งตรงข้ามห้องประชุม กรธ. โดยนายมีชัยได้เรียกประชุมกรธ.นัดแรก วันที่ 6 ต.ค. เวลา 13.30 น.

อดีตเครือข่าย “ทักษิณ” ร่วมวงเพียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องแต่งตั้ง สปท. 200 คน โดยมีบุคคลที่น่าสนใจ อาทิ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกฯในรัฐบาลนายทักษิณ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อดีต รมช.กลาโหมในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ นายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย นายจินดา วงศ์สวัสดิ์ อดีต ส.ส.ลำปาง พรรคไทยรักไทย พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ อดีตทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายสมพงษ์ สระกวี อดีต ส.ว.สงขลา ผู้ดำเนินรายการพีซทีวี เครือข่ายคนเสื้อแดง เป็นต้น ส่วนคนดังอื่นๆ ประกอบด้วย พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด ที่สั่งฟ้องคดีโครงการรับจำนำข้าว นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศและตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตแกนนำ กปปส. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน อดีต ผบช.ภ.1 นายอนุสิษฐ คุณากร อดีตเลขาธิการ สมช. นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. นายปีติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อดีตปลัดมหาดไทย

อดีตกมธ.ยกร่างฯ–สปช.ตบเท้า

นายคำนูณ สิทธิสมาน นางถวิลวดี บุรีกุล พล.อ.นคร สุขประเสิรฐ และ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช อดีต กมธ.ยกร่างฯ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีต สปช. เพื่อนสนิทนายกฯและหัวหน้า คสช.พล.ร.อ.พระจุณณ์ ตามประทีป อดีต สปช.และอดีตนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา อดีต สปช.สายสื่อสารมวลชน นายประมนต์ สุธีวงศ์ อดีต สปช.และประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) นายศิริชัย ไม้งาม อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ อดีต สปช.และคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรม ม.รังสิต นายวันชัย สอนศิริ และนายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีต สปช.แกนนำกลุ่มคว่ำร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตสปช.สายหนุนร่างรัฐธรรมนูญ

“ประวิตร” ยัน คสช.ไม่มีใบสั่ง

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน กรธ. ว่า ท่านรับแล้วก็ดี ถือว่าเป็นคนที่เหมาะสม ถ้าไม่เหมาะสม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.จะเลือกหรือ นายมีชัยเองก็เต็มใจทำงานเพื่อแผ่นดินและท่านก็มีความรู้ เมื่อถามว่า นายมีชัยเป็นสมาชิก คสช.มาก่อนจะทำให้มีความเป็นอิสระในการร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า นายมีชัยบอกแล้วว่าจะรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนให้มากที่สุด นายมีชัยเคยร่างรัฐธรรมนูญมาแล้วไม่ต้องห่วง ยืนยันว่าการร่างรัฐธรรมนูญไม่มีใบสั่งจาก คสช. จะไปสั่งเรื่องอะไรบอกหน่อยสิ กรธ.ชุดนี้มีคนเก่งเยอะและเขาอยากให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไป รัฐธรรมนูญต้องดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

สภาพร้อมจัดสถานที่–งานธุรการ

ที่รัฐสภา นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการสภาฯในฐานะปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้เตรียมความพร้อมทั้งเรื่องสถานที่สำหรับการประชุม สปท.และกรธ.เอาไว้เรียบร้อยแล้ว และสามารถเปิดให้สมาชิกสปท.มารายงานตัวได้ทันที อย่างไรก็ตามส่วนนี้เพียงกระบวนการทางธุรการเท่านั้น โดยถ้ามีสมาชิกสปท.มารายงานตัวในจำนวนหนึ่งที่เหมาะสม ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯจะประสานงานเป็นการภายในเพื่อกำหนดวันประชุม สปท.นัดแรกเพื่อเลือกประธาน สปท. 1 คน และรองประธาน สปท.อีก 2 คน ต่อไป ส่วนคณะกรรมการ กรธ.ได้รับการประสานมาว่าจะมีการประชุมนัดแรกในวันที่ 6 ต.ค. เมื่อถามว่า เงินประจำตำแหน่งและสิทธิประโยชน์ของสปท.และ กรธ.ยังได้รับเท่าเดิมหรือไม่ นายจเรตอบว่า กรธ.ได้รับเบี้ยการประชุมเท่ากับ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดเก่า แต่สำหรับ สปท.จะต้องรอดูประกาศคำสั่งแต่งตั้งของ คสช.ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้หรือไม่ต่อไป

เสนอใช้ร่าง ก.ม.ลูกของ กมธ.ยกร่างฯ

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ กรธ. อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ยังไม่ได้วางโจทย์ในการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะทราบเรื่องกะทันหัน ต้องขอขอบคุณที่ไว้วางใจ เมื่อได้เป็นแล้วก็ไม่หนักใจจะทำงานอย่างตรงไปตรงมา และดีที่สุด ตนเป็นผู้พิพากษามา 33 ปี และเป็น กกต. 7 ปี แต่ก็ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายให้มากที่สุด รวมทั้งประชาชนที่จะต้องมีส่วนร่วมสำคัญในการที่จะให้ความคิดเห็นในการร่างรัฐธรรมนูญด้วย เท่าที่ได้เห็นรายชื่อผู้ที่ได้เป็น กรธ. มีนายประพันธ์ นัยโกวิท อดีต กกต. มาร่วมด้วยก็คงจะช่วยกันทำให้ดีที่สุด ส่วนตัวเห็นด้วยที่จะนำร่างกฎหมายลูกที่กมธ.ยกร่างฯ ชุดที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ศึกษาไว้มาพิจารณาด้วย

ร่างใหม่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีต สปช. กล่าวว่า เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์ เพราะทั้งหมดยังมีรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 ให้ศึกษา อีกทั้งยังมีร่างฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่มีข้อคิดเห็นและข้อดีที่นำมาใช้ได้ในหลายๆอย่าง ตอนนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญเยอะไปหมด จึงอยู่ที่ กรธ.ว่าจะหาทางอย่างไรให้นำเรื่องดีๆที่เป็นประโยชน์เข้ามาไว้ในร่างรัฐธรรมนูญให้ได้ สำหรับคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ต้องมีเงื่อนไขที่ชัดเจนเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หรือที่เรียกว่าบันไดหนีไฟ ควรวางกรอบในระยะสั้น โดยกำหนดเวลาให้ชัดเจน ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาวต้องมีทางออกโดยสันติวิธี ให้กลไกที่วางไว้นำไปสู่ความคิด การปฏิบัติได้จริงอย่างเป็นขั้นตอน

ยังไม่เป็นเอกภาพ “อมร” ให้เขียนใหม่

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ อดีต สปช. กล่าวว่า ที่ผ่านมารู้ล่วงหน้าพอสมควรว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็น กรธ. ซึ่งตนมีความตั้งใจที่จะมาทำตรงนี้ และเชื่อมั่นว่าด้วยความสามารถ ประสบการณ์ของบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งมาทั้งหมด จะทำให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดีและได้รับความเห็นชอบจากประชาชนผ่านการทำประชามติ เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกันอย่างแน่นอน

“ส่วนตัวมองว่าไม่จำเป็นที่จะต้องคัดลอกร่างรัฐธรรมนูญฉบับของนายบวรศักดิ์มาก็ได้ เนื่องจากมีเวลาในการร่างถึง 180 วัน เป็นระยะเวลาที่มากพอและความรอบรู้ของ กรธ. แต่ละท่านน่าจะสร้างร่างใหม่ได้ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ” นายอมรกล่าว

“พีระศักดิ์” ชงใส่ คปป.ในบทเฉพาะกาล

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่สอง กล่าวถึงแนวทางการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า เชื่อว่า กรธ.ชุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานจะร่างรัฐธรรมนูญไม่ต่างไปจาก กมธ.ยกร่างฯ ชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานมากนัก เพราะต้องเป็นไปตามกรอบในรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 35 และสอดคล้องที่นายกฯให้ความเห็นว่า อยากให้รัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตยสากล การร่างครั้งนี้ สนช. จะช่วยส่งเสริมการทำงานของ กรธ. ด้วยการรับฟัง ความคิดเห็น ส่งเป็นข้อเสนอแนะ ส่วนประเด็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ที่ถกเถียงกันนั้น ส่วนตัวเห็นว่าบางเรื่องที่จะมีเผื่อไว้ใช้สำหรับสถานการณ์พิเศษควรกำหนดในบทเฉพาะกาลเท่านั้น เพื่อให้มีกำหนดเวลาบังคับใช้ที่ชัดเจน

ปชป.เชียร์ “มีชัย” แต่ยังค้าน คปป.

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลตั้ง กรธ.ชุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานว่า ขอเชียร์นายมีชัย ถือเป็นการเสียสละที่ทุกคนควรให้กำลังใจ และเห็นด้วยกับนายกฯที่ให้เอาส่วนดีของรัฐธรรมนูญปี 40 ปี 50 และจากร่างปี 58 มาปรับใช้เพื่อสู่ความเป็นประชาธิปไตย โดยควรมีมาตรการพิเศษไม่ให้การเมืองกลับไปสู่ความวุ่นวายเหมือนเดิม ทั้งนี้ เพื่อความสบายใจของประชาชน เจ้าของอำนาจที่แท้จริง แต่มาตรการพิเศษนี้ไม่ต้องถึงขนาดรัฐซ้อนรัฐเหมือน คปป.ที่ผ่านมา ซึ่งตนไม่สามารถคิดมาตรการพิเศษนี้ออก แต่ขอให้กำลังใจทุกท่านที่จะนำประเทศไปสู่ความสงบเรียบร้อยเพื่อความสุขของคนไทย

กปปส.หนุน กรธ.แก้ปัญหาชาติ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) และอดีตโฆษก กปปส. กล่าวถึงกรณีการตั้ง กรธ.ว่า ต้องขอบคุณที่ทุกท่านยอมเสียสละมารับผิดชอบภารกิจสำคัญนี้ที่จะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศในอนาคต โดยเฉพาะนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เชื่อว่า กรธ.ชุดนี้มีศักยภาพเกินพอที่จะร่างรัฐธรรมนูญให้เหมาะสมกับสังคมไทย ในส่วนของ กปปส.ยังเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้สร้างหลักประกันการปฏิรูป มีกลไกเพื่อการแก้วิกฤติของชาติ ไม่ให้ประเทศกลับมาสู่วังวนของปัญหาเดิมในอนาคตและยังมีอดีต กกต.ถึง 2 คน มีผลดีต่อการปฏิรูปการเมือง จึงขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ

พท.วอนอย่าสานต่อร่างที่ถูกคว่ำ

ขณะที่นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมานายมีชัยได้รับเลือกให้มาร่างรัฐธรรมนูญหลายฉบับ ทั้งในภาวะปกติและภาวะของการยึดอำนาจ จากประสบการณ์ของนายมีชัยจะทราบดีว่า ควรจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาอย่างไร จึงขอให้ยกร่างรัฐธรรมนูญให้มีความเป็นประชาธิปไตย เป็นที่ยอมรับโดยสากล คิดถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นตัวตั้ง อย่าทำแค่รับใช้กลุ่มบุคคลใดเท่านั้น หากประชาชนไม่ยอมรับ ประเทศจะเสียหายใหญ่หลวง และที่สำคัญไม่ควรสานต่อร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2558 ที่เป็นปัญหาก่อนหน้านี้ เพราะมีลักษณะรวบอำนาจ สืบทอดอำนาจ และถ้าจะให้ดีควรเปิดเวทีให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นมาปรับใช้กับร่างรัฐธรรมนูญ

รอพิสูจน์ รธน.เพื่อชาติหรือใบสั่ง

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้กำลังใจ กรธ. 21 คน และฝากความหวังไว้กับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ว่าจะเป็นร่างที่ทุกคนรับได้ เพราะหากเป็นร่างที่ออกมาไม่ตรงกับที่ประชาชนต้องการก็จะเป็นปัญหาต่อไปอีก การร่างครั้งนี้จึงท้าทาย เพราะเมื่อร่างเสร็จแล้วต้องไปทำประชามติเลย จะเป็นบทพิสูจน์ว่านายมีชัยจะนำการร่างรัฐธรรมนูญโดยยึดมั่นประชาธิปไตย ทำเพื่อส่วนรวมเพื่อลูกหลานในอนาคต หรือร่างภายใต้การบงการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ แต่ละมาตราต้องอธิบายให้ได้ว่าที่มาที่ไปอย่างไร

“บิ๊กหมู” กระชับอำนาจฝ่ายคุมกำลัง

วันเดียวกัน พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ลงนามในคำสั่งกองทัพบกที่ 582/2558 เรื่อง ให้นายทหารรับราชการและปรับระดับเงินเดือน ซึ่งเป็นตำแหน่งนายทหารระดับคุมกำลังของกองทัพบกโดยมีตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ พ.อ.ธิติพันธ์ ฐานะจาโร ลูกชาย พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีต ผบ.ทบ.เป็นรอง ผบ.พล.ร.11 พ.อ.มนัส จันดี เป็นรอง เสธ.ทภ.1 พ.อ.กัณฑ์ชัย ประจวบอารีย์ นายทหารคนสนิท พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.เป็น รอง ผบ.พล.1 รอ. พ.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง เป็นรอง ผบ.พล.ร.2 รอ. พ.อ.ศักดิ์วุฒิ วงศ์วานิชและ พ.อ.ชัยยา จุ้ยเจริญ เป็นรอง ผบ.มทบ.18 พ.อ.นิธิศ เปลี่ยนปานและ พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ เป็นรอง ผบ.มทบ.11 พ.อ.ดิฐพงษ์ เจริญวงศ์ เป็นรอง ผบ.มทบ.12 พ.อ.อิทธิพล สุวรรณรัฐ เป็นรอง ผบ.มทบ.13 พ.อ.ชาติชาย น้าวแสง เป็นรอง ผบ.มทบ.19 พ.อ.พิเชษฐ์ อาจฤทธิวงค์ เป็นรอง ผบ.มทบ.21 พ.อ.พิชิต วันทา และ พ.อ.พูลศักดิ์ สมบูรณ์ เป็นรอง ผบ.มทบ.22

“เด็กบิ๊กโด่ง” อกหักถูกโยกกลับถิ่นเก่า

พ.อ.ธราพงษ์ มะละคำ เป็น ผบ.ร.12 รอ. พ.อ.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน เป็น ผบ.ร.14 พ.อ.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ เป็น ผบ.ม.3 พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ อดีตโฆษก กอ.รมน.ภาคที่ 4 ส่วนหน้าเป็น ผบ.ป.5 พ.อ.ชาตรี กิตติขจร เป็น เสธ.พล.รพศ.1 พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน เป็น เสธ.พล.ม.2 รอ. พ.อ.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ เป็น ผบ.ร.16 พ.อ.วรเทพ บุญญะ เป็นรอง ผบ.ร.17 พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ เป็น ผบ.ม.1 รอ. พ.อ.เกรียงศักดิ์ เสนาะพิน เป็น ผบ.ปตอ.2 พ.อ.ธานี วาศภูติ เป็น เสธ.พล.ปตอ. พ.อ.บรรยง ทองน่วม เป็น ผบ.ร.9 พ.อ.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ เป็น ผบ.ร.2 รอ. พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ เป็น ผบ.ร.29 พ.อ.ทรงพล สาดเสาเงิน เป็น ผบ.ร.31 รอ. พ.อ.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ นายทหารคนสนิท พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็น ผบ.ป.1 รอ.แทน พ.อ.คชาชาติ บุญดี ผบ.ป.1 รอ.ที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลความสงบพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงการชุมนุมในจุดสำคัญ ซึ่งก่อนหน้านี้มีคำสั่งที่ 579/2558 ลงนามโดย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.เมื่อวันที่ 30 ก.ย.58 ให้ไปดำรงตำแหน่งรอง ผบ.มทบ.11 แต่กลับถูกโยกกลับไปเป็น นายทหารฝ่าย เสธ.ประจำ ทภ.3

ระงับคำสั่งตั้ง 3 นายทหารยุค “บิ๊กโด่ง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 30 ต.ค. พล.อ.ธีรชัย จะประกอบพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 หลังจากเข้ารับตำแหน่งเพื่อเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ทบ. นอกจากนี้มีกระแสข่าวว่า พล.อ. ธีรชัย ได้มีคำสั่งระงับการปรับย้ายนายทหารของกองทัพบก เลขที่ 579/2558 เรื่องให้นายทหารรับราชการ เมื่อวันที่ 29 ก.ย.58 ก่อนที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีต ผบ.ทบ.จะเกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.พ.อ.คชาชาติ บุญดี ผู้บังคับการทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ เป็นรองผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 11 (รอง ผบ.มทบ.11) 2. พ.อ.นิติ ติณสูลานนท์ ฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาเป็นผู้บังคับการกรมพัฒนา 4 และ 3. พ.อ.กิติศักดิ์ ถาวร ผู้บังคับการกรม พัฒนา 4 เป็นฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาอีกด้วย

“ดอน” ยันแค่ศึกษา “ซิงเกิลเกตเวย์”

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลศึกษาข้อดีข้อเสียของซิงเกิลเกตเวย์ว่า เรื่องนี้ จะไม่เป็นปัญหา ยังเป็นเรื่องการศึกษาข้อดีข้อเสีย จึงเป็นเพียงการศึกษา ไม่ใช่การเดินหน้าโครงการ รัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นกิจจะลักษณะ หากชี้แจงทำความเข้าใจในเรื่องนี้โดยละเอียดทุกฝ่ายก็จะมีความสบายใจมากขึ้น เมื่อวันนี้มีคนไม่เข้าใจและอาจไม่สบายใจจึงเป็นหน้าที่ของกระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ผู้รับผิดชอบต้องชี้แจง เราไม่ทำให้สวนทางกับนโยบายเศรษฐกิจ ดิจิตอล ทุกอย่างต้องไปด้วยกัน แต่วิธีการให้ข่าว หรือวิธีการตีความ อาจทำให้ไม่เข้าใจ เรื่องนี้ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆจากต่างประเทศ ยังเป็นเรื่องภายใน

ม็อบเดินรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลก

เวลา 10.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) และเครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.) เดินรณรงค์ในเชิงสัญลักษณ์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยสากลจากหน้ากองทัพภาคที่ 1 ถนนราชดำเนินไปยังสำนักงานองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย สะท้อนปัญหาของกลุ่มผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินทั้งในชนบทและสังคมเมือง พร้อมยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม ผ่าน พล.ท.วิทยา จินตนานุรัตน์ รอง หัวหน้าสำนักงานรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง โดยนายจำนง หนูพันธ์ ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค ยื่นหนังสือถึงนายกฯและหัวหน้า คสช. ผ่าน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อร่วมรณรงค์และจัดกิจกรรมให้นานาประเทศตระหนักถึงปัญหาไร้ที่อยู่อาศัยและมาตรการแก้ไขปัญหาเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก


นายกฯ เปิดงาน SME ของดีทั่วไทย

เย็นวันเดียวกัน เวลา 17.00 น. ที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “สุดยอด SMEs ของดีทั่วไทย” และงาน “นวัตกรรมและเทคโนโลยีไทยเพื่อ SMEs” ตามนโยบายนายกฯที่ต้องการให้เกษตรกรและผู้ผลิตมีโอกาสจำหน่ายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรง ทั้งนี้ งานจัดระหว่างวันที่ 2-25 ต.ค. นายกฯได้กดปุ่มเปิดป้ายงานและเดินเยี่ยมชมบูธต่างๆ ระหว่างนั้นตัวแทนร้านค้าได้มอบรูปเหมือนนายกฯที่ทำจากเครื่องขึ้นรูปโพลิเมอร์สามมิติจากบริษัทบางกอก บลู โอเชี่ยน โดย พล.อ.ประยุทธ์นำมาเปรียบเทียบกับหน้าแล้วพูดว่าเหมือน พร้อมแนะนำให้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และไปจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อไม่ให้คนอื่นลอกเลียนแบบได้ จากนั้นนายกฯกล่าวว่า ตนไม่ได้ห้ามชาวนาปลูกข้าว แต่เป็นห่วงเรื่องน้ำที่จะมีไม่พอ จึงแนะนำให้ปรับวิธีการปลูกพืชเท่านั้น


วอนเกษตรกรเปลี่ยนพฤติกรรม

กระทั่งเวลา 19.10 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังเปิดงานว่า ที่ผ่านมา เรามีความเป็นห่วงเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรที่ปลูกข้าว ปลูกยาง และทุกอย่าง ไม่อยากให้ทุกคนออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้อง เพราะรัฐบาลกำลังพยายามทำเต็มที่อยู่แล้ว ถ้าเรายังติดนิสัยเดิมๆกันอยู่ มันแก้อะไรไม่ได้ทั้งหมดเลย มีปัญหาอะไรเดี๋ยวรัฐบาลพยายามจะช่วยเป็นระยะๆไป วันที่ 6 ต.ค. ในที่ประชุม ครม. จะมีการอนุมัติหลักการการช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องของฤดูกาลปลูกข้าว ถ้าน้ำแล้งจะทำอย่างไร ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างไร อันนี้ก็ขอตามความสมัครใจ แต่ถ้าใครจะปลูกข้าว เมื่อถึงเวลาน้ำน้อยลงแล้วจะทำอย่างไร ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน เพราะน้ำมันไม่มี ก็ลองฟังดูแล้วกัน ว่าทางราชการจะส่งเสริมให้ปลูกพืชอะไรแทนเป็นการชั่วคราวหรือจะปลูกระยะยาวเลยก็ได้

ฮึ่มเตรียมขอคุยกับสื่อบางเครือ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า วันนี้สถานการณ์บ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงไม่อยากให้ใครออกมาหยิบประเด็นต่างๆออกมาเคลื่อนไหวอะไรทั้งสิ้น วันนี้เราต้องทำกฎหมายให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข กฎหมายคือการทำให้ทุกคนเท่าเทียมกัน ปฏิบัติตัวภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน ดังนั้นใครที่รู้ว่ากฎหมายเขาเขียนอะไรไว้ แล้วก็ยังแหกกฎกติกาอยู่เสมอ ก็อยากให้พ่อแม่พี่น้องลองดูว่าจะทำอย่างไร อยากให้เตือนเขาหน่อยได้ไหม ว่ามันไม่เกิดประโยชน์อะไรตอนนี้เลย ตนไปต่างประเทศมาก็ได้รับการกล่าวขวัญถึงประเทศไทยในทางที่ดี ทำไมไม่ช่วยกันแบกหน้าตาประเทศไทยบ้าง ทั้งที่เราทำอะไรไว้เยอะแยะในรัฐบาลนี้หลายเรื่อง ท่านไม่เก็บสิ่งดีๆเลย ไปเก็บแต่สิ่งที่ไม่ดี กรณีของสื่อและจรรยาบรรณสื่อบางเครือก็ยังเหมือนเดิม แล้วบอกว่าตนไปละเมิดจรรยาบรรณ ก็ไปดูแล้วกันว่าท่านเขียนอะไรกันออกมา เดี๋ยวก็คงต้องคุยกัน เพราะมันเสียหายกับประเทศชาติ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้