วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ได้เค้ามือทุบลูกรมช.

ได้เค้ามือทุบลูกรมช.

  • Share:

พลเมืองดีแห่แจ้งเบาะแสสําคัญ-น.1เผยถ้ารู้ชื่อ3วันจับได้

พลเมืองดีแห่ โทร.แจ้งเบาะแสช่วยตำรวจอีกแรง ตามจับโจรกรุงโหด ใช้หินทุบหัวลูกสาวอดีต รมช.ศึกษาฯ จนสลบแล้วชิงทรัพย์ หลังตั้งรางวัลนำจับพร้อมเผยแพร่ภาพผู้ต้องหาเห็นหน้าชัดแจ๋วลงในโลกออนไลน์ ล่าสุดพบกล้องวงจรปิดเห็นชายผู้ก่อเหตุเดินอยู่แถวประตูน้ำ ผกก.สน.บางรัก ระบุ เริ่มมีเค้าคนร้ายมั่นใจจับได้แน่ ด้าน “ศานิตย์” รรท.ผบช.น.เผย ถ้ารู้ชื่อไม่เกิน 3 วันก็ได้ตัว ส่วน “พงศพัศ” ปรับแผนตำรวจสายตรวจเพิ่มวงรอบและห้วงเวลาให้เหมาะสมกับจุดล่อแหลมเพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรม

จากกรณีตำรวจตั้งรางวัลนำจับโจรกรุงโหดใช้ก้อนหินที่เตรียมมาทุบศีรษะ น.ส.สฤตาพร สันติเมทนีดล อายุ 30 ปี นักวิเคราะห์การเงิน ธนาคารซูมิโตโม ลูกสาวนายสฤต สันติเมทนีดล อดีต รมช.ศึกษาธิการ จนสลบแล้วชิงทรัพย์สินไปหลายรายการ เหตุเกิดเย็นวันที่ 25 ก.ค. บริเวณทางเดินเชื่อมระหว่างโรงแรมคราวน์ พลาซ่า กับตึกชาญอิสสระ ทาวเวอร์ 1 ถนนพระราม 4 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก ตำรวจ สน.บางรัก ขออนุมัติหมายจับคนร้ายเป็นชายอายุ 25-30 ปี ใส่หมวกแก๊ป ตามหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดเห็นหน้าอย่างชัดแจ๋ว คดีผ่านไป 2 เดือนกว่า ฝ่ายสืบสวนควานหาตัวไม่พบและยังไม่รู้ชื่อคนร้าย จึงประชาสัมพันธ์ผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อ Robo Cops Shinnawatra และเบอร์ โทร.0-2266-7000 เพื่อขอเบาะแสจากประชาชน รวมทั้งเพิ่มเงินรางวัลนำจับเป็น 20,000 บาท

หลังจากลงประกาศจับโจรร้ายในโลกโซเชียล มีเดียเป็นวันที่สาม ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ต.ค. พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางรัก กล่าวว่า หลังจากเผยแพร่ภาพใบหน้าคนร้ายชายที่ก่อเหตุอย่างชัดเจนผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสืบสวนหาข้อมูลเบาะแสของคนร้ายเพิ่ม ล่าสุดมีพลเมืองดี 3 ราย โทรศัพท์มาแจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า พบชายต้องสงสัยมีลักษณะใบหน้าคล้ายกับคนร้าย โดยแต่ละคนพบแจ้งเห็นผู้ต้องสงสัย ที่ย่านประเวศ แถวสะพานควาย และย่านมีนบุรี ข้อมูลที่รวบรวมได้ ขณะนี้มีแนวโน้มน่าจะเป็นคนร้ายจริง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เบื้องต้นตนสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ ตามจุดต่างๆทุกแห่งตามที่ประชาชนแจ้ง ข้อมูลอยู่ระหว่างรอการรายงานผลการตรวจสอบของฝ่ายสืบสวน

ผกก.สน.บางรักกล่าวด้วยว่า ได้มีการส่งภาพผู้ต้องหาไปยังสถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศให้ช่วยติดตามจับกุม เชื่อว่าคนร้ายยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศ ยืนยันว่าตำรวจจะเร่งสืบสวนและตามจับผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญเหตุเกิดใจกลางกรุง ประกอบกับผู้บังคับบัญชาสั่งกำชับให้เร่งรัดคดี พร้อมทั้งรายงานผลความคืบหน้าภายใน 7 วัน เชื่อมั่นว่าสามารถจับคนร้ายได้อย่างแน่นอน

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานสืบสวน ได้เดินทางมาที่ สน.บางรัก เรียกประชุมฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก สรุปข้อมูลความคืบหน้าในการสืบสวนติดตามตัวคนร้าย หลังจากสอบปากคำโชเฟอร์แท็กซี่ ให้การว่า คนร้ายหลบหนีเรียกรถแท็กซี่หน้า รพ.จุฬาลงกรณ์ ให้ไปส่งประตูน้ำ แต่คนร้ายลงระหว่างทางบริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนราชดำริ ขณะรถติด มีรายงานว่า ชุดสืบสวน สน.บางรัก ตรวจสอบกล้องวงจรปิดย่านประตูน้ำพบเบาะแสล่าสุด เห็นคนร้ายเดินอยู่ระหว่างซอยเพชรบุรี 19 กับซอยเพชรบุรี 21 ในวันเกิดเหตุ ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างหาเบาะแสเพิ่มเติม เนื่องจากคนร้ายอาจนำโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายไปขายก็ได้

พล.ต.ต.สุวัฒน์กล่าวว่า แนวทางการทำงานเน้น การประชาสัมพันธ์ภาพถ่ายผู้ต้องหา ผ่านทางโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง เพื่อให้ประชาชนที่พบเบาะแสคนร้ายช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งข้อมูลกับตำรวจ ภาพผู้ต้องหาชัดเจนมากเชื่อว่าต้องจับได้แน่ ขณะนี้มีประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแสอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นเรื่องดีเพราะลำพังตำรวจเพียงฝ่ายเดียวอาจทำงานค่อนข้างลำบาก ตนได้กำชับให้เร่งมือจับผู้ต้องหาโดยเร็ว ตามที่ พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. สั่งกำชับให้จับให้ได้ภายใน 7 วัน ผู้ใดทราบข้อมูลแจ้งที่ สน.บางรัก โทร.0-2235-9123-4

ด้าน พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่า ยังคงอยู่ระหว่างการติดตามตัวคนร้ายตรวจ สอบชื่อและเป็นใครมาจากไหน จากการตรวจสอบสำนวนคดีก็ทำได้ดีแล้ว ฝ่ายสืบสวนก็ทำมาทุกด้านแล้วก่อนจะใช้วิธีการนำภาพผู้ต้องหาออกสื่อ เพื่อช่วยกันตรวจสอบว่า ผู้ต้องหาเป็นใคร ถ้ารู้ชื่อหรือรู้ตัว คาดว่าไม่เกิน 3 วัน น่าจะจับตัวได้ ผู้ต้องหาน่าจะอยู่ บริเวณแถวที่เกิดเหตุ ส่วนทำงานอยู่สถานบริการย่านสีลม บาร์ต่างๆ คนขับรถตุ๊กตุ๊กหรือรถสองแถว ก็ต้องตรวจสอบให้กระจ่าง หากเป็นคนไทยคนต้องรู้จัก แต่ถ้าเป็นชาวต่างชาติก็ลำบากหน่อย ขอประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส ตำรวจจะปกปิดผู้แจ้งไว้เป็นความลับ

ส่วน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า มีผู้แจ้งเบาะแสเข้ามาหลายรายและเป็นประโยชน์ต่อการติดตามจับกุมคนร้าย บริเวณที่เกิดเหตุค่อนข้างเปลี่ยวก็ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ศานิตย์ ประสานกับ กทม. ติดตั้งกล้องวงจรปิดและไฟส่องสว่าง รวมทั้งให้จัดสายตรวจเฝ้าระวังเหตุร้ายในช่วงเวลาที่ล่อแหลม ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ตนรับผิดชอบดูแลงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในภาพรวม เน้นการทำงานของตำรวจสายตรวจในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เรื่องการป้องกันอาชญากรรมเป็นหลักจะสามารถลดอาชญากรรมได้ โดยเฉพาะการเพิ่มวงรอบการตรวจในห้วงเวลาให้เหมาะสมกับจุดล่อแหลม และจุดเสี่ยงต่างๆ จากการสำรวจทั่วประเทศมีจุดล่อแหลมเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม จำนวน 3,453 จุด และเฉพาะในพื้นที่ กทม. จำนวน 672 จุด หากประชาชนพบว่ามีจุดล่อแหลมที่ง่ายต่อการเกิดอาชญากรรม สามารถแจ้งสน.พื้นที่ หรือโทร.191 ได้ตลอด 24 ชม.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้