วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ภาคต่อNO like สระมรกต! ชี้‘หนุ่มหน้าฝรั่ง’เป็นอเมริกัน เก็บเพิ่ม10เท่าถูกแล้ว

ภาคต่อNO like สระมรกต! ชี้‘หนุ่มหน้าฝรั่ง’เป็นอเมริกัน เก็บเพิ่ม10เท่าถูกแล้ว

  • Share:

กรณีหนุ่มไทยหน้าฝรั่งโพสต์เฟซNO like‘สระมรกต’หลังไปเที่ยวแล้วถูกเรียกเก็บ200บาท เจ้าตัวเปิดใจถึงเป็นอเมริกัน แต่เกิดและโตที่ภูเก็ต กำลังขอสัญชาติ ที่ทำเพราะต้องการความเท่าเทียม ขณะจนท.ยืนยันเป็นต่างชาติก็ต้องเก็บในอัตราคนต่างชาติ... 

จากกรณีเฟชบุ๊กที่ใช้ชื่อว่าGrittapohn Chattreesagoonได้โพสต์ข้อความเมื่อเวลา 21.39 น.วันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมาระบุ ว่า

"ขอกด NO like! เรื่องมีอยู่ว่าวันนี้ (3 ตุลาคม 2558) ไปเที่ยวสระมรกตที่กระบี่ ไปกันหนุ่มภูเก็ต 3 คน แต่ละครั้งที่ผมไปเที่ยวสระมรกตก็จ่าย 20 บาท (ยี่สิบบาทถ้วน) พอครั้งนี้เมื่อถึงป้อมจ่ายตั๋ว เจ้าหน้าที่ชายบอกเพื่อนผมว่าคนละ 20 บาท ผมก็ชัก20 เหมือนกัน แล้วเค้าบอกว่าไม่ได้ คุณต้องจ่าย200 บาท ผมบอกว่าทุกครั้งที่ผมมาก็จ่าย 20 เอง เค้ามองหน้า แล้วบอก 200 เพื่อนก็บอกว่าผมเป็นคนภูเก็ตด้วยกัน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมจะเอาแต่ตังค์อย่างเดียว พวกเราเลยกลับเลย พอถึงที่จอดรถคนฝากรถถามว่าทำไมกลับไวจัง (เพิ่งมาไม่ถึง10 นาที) พอเล่าปั๊บชาวบ้านหลายคนพูดด่าอย่างแรง (คำหยาบเพียบเลย) ชาวบ้านบอกว่าเจ้าหน้าที่ชุดใหม่ที่มาบริหารงานไม่ได้เรื่อง ชาวบ้านเกลียดกันเยอะ คนฝากรถก็ชักค่าฝากรถคืนและบอกว่าขอโทษที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก"

ทัั้งนี้ มีการระบุด้วยว่า "การทำแบบนี้ มันต่างอะไรกับการเหยียดสีผิวสมัยโบราณครับ ถ้าใครรู้จักผู้ใหญ่ใจดีที่ดูแลการบริหารแถวนั้น ฝากแชร์ให้ครับ สิ่งแบบนี้ที่จังหวัดผม ซึ่งพัฒนาแล้วระดับต้นๆของประเทศก็ไม่เกิดครับ แล้วในที่ที่อยากพัฒนาตามสิ่งแบบนี้จะช่วยไหมละครับ ถ้าคุณเกิดโตและใช้ชีวิตแถวนี้ ทุกคนถือว่าคุณ คือ คนใต้ แม้จะติดเชื้อชาติอะไรมาบ้างครับ" พร้อมกับมีภาพชายหนุ่มหน้าตาเป็นฝรั่งถ่ายภาพตัวเอง โดยมีภาพเบื้องหลังเป็นบริเวณทางเข้าสระมรกต

จากนั้นได้มีการแชร์ข้อความและภาพดังกล่าวในโซเซียลมีเดีย เว็บบอร์ด และเพจต่างๆ อย่างแพร่หลาย รวมทั้งมีสื่อออนไลน์หยิบเรื่องนี้ไปเสนอเป็นข่าวด้วยเช่นกัน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ ถ.พังงา ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ภูเก็ตได้นัดพูดคุยกับเจ้าของ เฟชบุ๊ก Grittapohn Chattreesagoon ดังกล่าว เพื่อสอบถามเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นที่สระมรกต จ.กระบี่ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการประสานงานกันทางเฟชบุ๊ก หลังทราบว่าเจ้าของเฟชบุ๊กพักอยู่ที่ จ.ภูเก็ต แต่เดินทางไปท่องเที่ยวที่สระมรกตกับเพื่อนๆเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา

ทราบว่า นายกฤตพร ชาตรีสกุล หรือ เจ้าของเฟชบุ๊ก Grittapohn Chattreesagoon อายุ 26 ปี เป็นคนเชื้อชาติอเมริกัน สัญชาติอเมริกัน แต่เกิดที่ จ.ภูเก็ต อยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนสัญชาติไทย ใช้ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ของประเทศไทย และสามารถพูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจนคล่องแคล่วเหมือนเป็นคนไทย แต่หน้าตาเป็นฝรั่งหรือชาวต่างชาติเท่านั้น ปัจจุบันกำลังเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ตผ่านยูทูบ จำนวน 16 ตอน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สระมรกต จ.กระบี่


นายกฤตพร กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สระมรกต จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ตนเองและเพื่อนอีก 3 คนได้ไปเที่ยวยังสระมรกต ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยเพื่อนที่ไปด้วยเป็นคนไทย หน้าตาไทย เจ้าหน้าที่อุทยานเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20 บาท และเมื่อมาถึงตนเองกลับเรียกเก็บ 200 บาท อ้างว่าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยตนเองบอกกลับไปว่าที่ผ่านมาเสียค่าธรรมเนียมทุกครั้งเพียง 20 บาทเหมือนคนไทยทั่วไป แม้ตนเองเป็นชาวอเมริกัน แต่เกิดใน จ.ภูเก็ตและในประเทศไทย พูด อ่าน เขียนภาษาไทยได้ และทำได้เป็นอย่างดีด้วย ทำไมต้องเสีย 200 บาท โดยตนได้แสดงใบขับขี่รถจักรยานยนต์ให้เจ้าหน้าที่ดู แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ยินยอม ยืนยันจะเรียกเก็บ 200 บาท ทำให้เพื่อนๆและตนไม่อยากเข้าไปเที่ยวอีก จึงกลับออกมาและพบกับคนไทยที่รับฝากรถรวมถึงพ่อค้าแม่ค้าบริเวณทางเข้า ซึ่งพวกเค้ายังขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับคืนเงินค่าจอดรถให้ด้วย จนกระทั่งช่วงค่ำจึงได้โพสต์ข้อความและภาพจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อแสดงเจตนาและต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง

"ไม่ต้องการจะให้ผู้หลักผู้ใหญ่มาเอาผิดเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ซึ่งเค้าก็ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่สิ่งที่ต้องการ คือ การเท่าเทียมกัน เนื่องจากตัวเองได้แสดงใบขับขี่ พูดภาษาไทยและเสียภาษีที่มีรายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย จึงจะต้องได้รับหรือถูกปฏิบัติเสมือนเป็นคนไทยคนหนึ่งเช่นเดียวกัน และอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการวางกฎเกณฑ์การเก็บค่าธรรมเนียมให้ชัดเจน ไม่ได้ติดใจเรื่องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่สูงในราคา 200 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะอุทยานแห่งชาติหลายๆ แห่งในประเทศไทยมีการเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงและต่างกว่าคนไทยอยู่แล้ว" เจ้าของเฟชบุ๊กดังกล่าว ระบุ

นายกฤตพร กล่าวด้วยว่า ตนเองเกิดที่ จ.ภูเก็ต แม้ว่าพ่อแม่จะเป็นชาวอเมริกันก็ตาม ตนเองรัก จ.ภูเก็ต รักประเทศไทย และต้องการเป็นคนไทย เกิดที่เมืองไทยและตายที่เมืองไทย ที่ผ่านมาเคยกลับไปเที่ยวที่ประเทศอเมริกา แต่ไม่ชอบ อยู่ได้ไม่นานก็อยากกลับภูเก็ต เมื่อเรารักภูเก็ต จึงอยากจะทำให้ภูเก็ตมีชื่อเสียงไปทั่วโลก อยากทำให้ชาวโลก ไม่ว่าจะเป็นชาวอเมริกันหรือชาวต่างชาติได้เข้าใจภูเก็ตและประเทศไทย ไม่อยากให้มีการแบ่งชนชั้น ว่านี่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต้องมีการเรียกเก็บค่าเข้าไปชมธรรมชาติอันสวยงามสูงหรือแพงกว่าคนไทย อยากให้เก็บเท่ากัน แต่กรณีถ้ามีการก่อสร้างในสถานที่นั้นๆ และเรียกเก็บค่าเข้าชมที่สูง ต่างประเทศก็ทำกัน เป็นเรื่องปกติ เพราะมีต้นทุน ซึ่งใน จ.ภูเก็ตก็มีเอกชนทำกันหลายราย

นักท่องเที่ยวเล่นน้ำในระมรกตที่กระบี่


ด้าน นายวุฒิพงษ์ ชูสังขราช หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาประบางคราม จ.กระบี่ ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่สระมรกต ได้ชี้แจงในกรณีเดียวกันนี้ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีนักท่องเที่ยวมาด้วยกัน3 คน เป็นผู้ชาย2 คน เป็นหญิง1 คน โดยมีผู้ชาย1 คน เป็นชาวต่างชาติ เมื่อทั้ง3ไปที่ประตูทางเข้าซึ่งเป็นช่องเก็บค่าธรรมเนียม เจ้าหน้าที่ได้เก็บค่าธรรมเนียมคนไทย2คนแรก20 บาท ส่วนอีก1 เก็บ 200 บาท เนื่องจากเห็นว่าเป็นชาวต่างชาติ โดยเป็นไปตามระเบียบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมของกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พ.ศ.2545 จะต้องเก็บชาวต่างชาติเป็น 10 เท่าของคนไทย ทำให้ทั้ง3คนเปลี่ยนใจและเดินทางกลับทันที แต่ก็ไม่ได้มีการพูดคุยอะไรที่รุนแรง กระทั่งมีการโพสต์ข้อความดังกล่าว

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาประบางคราม จ.กระบี่ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าต้องเก็บค่าธรรมเนียม 200 บาท  ทั้งที่ฝ่ายเจ้าตัวนักท่องเที่ยวก็ยืนยัน ว่าเป็นคนไทยนั้น เนื่องจากไม่มีการแสดงบัตรประชาชน แต่กลับแสดงใบขับขี่แทน ซึ่งในใบขับขี่ก็ไม่มีเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักเหมือนของคนไทย

"ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่เมืองไทยมานาน แต่เขาก็เป็นคนต่างชาติ และยังไม่ได้สัญชาติไทย จึงต้องเก็บในอัตราชาวต่างชาติ ไม่มีข้อยกเว้น และขอเรียนว่า เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบ ไม่ได้มีการเห็นแก่เงินตามที่มีกล่าวหาแต่อย่างใด"นายวุฒิพงษ์ กล่าว. 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้