วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เป้าอยู่ที่ไหนก็เห็นอยู่

เป้าอยู่ที่ไหนก็เห็นอยู่

  • Share:

เพื่อชาติ หนีไม่ออก

ที่สุดเลย ที่ประชุม คสช.ที่มี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุม ณ อาคารรับรองเกษะโกมล ก็ลงมติเป็นเอกฉันท์ตั้งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภา และสมาชิก คสช.วัย 77 ปี เป็นประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

ไฟต์บังคับไม่มีตัวเลือกอื่น เพราะขืนนายมีชัยไม่รับ ก็ไม่รู้จะหาใครที่ “ตามใจแป๊ะ”ได้

ตามสถานะหนึ่งในทีมงาน คสช.ที่ “ลงเรือแป๊ะ” มาตั้งแต่ต้น ย่อมรู้ใจทหาร เข้าใจสถานการณ์ว่า คสช.กำลังทำอะไร เป้าหมายปลายทางอยู่ตรงไหน

ไม่ต้องเสียเวลาจูนเครื่อง เตี๊ยมกันใหม่แต่อย่างใด

เรื่องของเรื่องอย่างที่แพลมๆไต๋กันออกมา ร่างรัฐธรรมนูญสูตร “มีชัย” ก็คงจัดเป็นเมนู “ยำรวมมิตร” โดยการนำข้อเด่นของรัฐธรรมนูญฉบับ ส.ส.ร.ปี 2540 รัฐธรรมนูญฉบับคณะปฏิรูปการปกครองปี 2550 รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557

รวมไปถึง “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนางงามสีชมพู” ของ “ด็อกเตอร์ปื๊ด” นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่โดนตีตกไป

นำมาตัดหัวต่อท้าย เขย่าสูตรผสมรวมกัน

แต่ที่ขาดไม่ได้ พิมพ์ไว้ก่อนได้ล่วงหน้า กับมาตราของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การ ปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ที่นักเลือกตั้งอาชีพผวาจะเป็นเหมือน “โปลิตบูโร”

โดยรูปการณ์เสียงทัดทานไม่มีผลอยู่แล้วกับยี่ห้อ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ที่จัดอยู่ในจำพวก “ขาโหด” เบอร์ต้นๆสำหรับนักการเมือง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตามท้องเรื่อง “ศึกอภินิหาร 21 อรหันต์ทองคำ” ยังเพิ่งแค่เริ่มต้น

เพราะหนทางไปสู่ตอนจบยังอีกยาวไกล

ตัวแปรมันยังขึ้นกับปัจจัยเฉพาะหน้าสถานการณ์ด้านบริหารของรัฐบาล คสช.ด้วย

ตามโจทย์เงื่อนไข กู้เศรษฐกิจได้ ไม่มีคอร์รัปชัน

โดยปรากฏการณ์แบบที่ยังไม่ทันไร นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำสายตรงอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ออกมากระทุ้งให้ พล.อ.ประยุทธ์ ปรับครม. โละนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และนายอุตตม สาวนายน รมว.ไอซีที

เพราะหมดปัญญาแก้เศรษฐกิจ คงทำไม่ได้ภาย 90 วันอย่างที่คุยไว้

ขณะที่อีกด้าน นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็สอนมวยนายสมคิด ให้รีบแก้ปัญหาราคายางพาราที่เหลือกิโลกรัมละ 38 บาท

จนชาวสวนยางขึ้นป้ายเขตภัยพิบัติราคายางตกต่ำ

เพิ่งออกตัวแค่เดือนเศษๆ “สมคิด” โดนล็อกเป้าจากทั้งประชาธิปัตย์และเพื่อไทย

แต่นั่นไม่อันตรายเท่ากับตกเป็นเป้า “หมั่นไส้” ของคนแดนไกล ตามข้อมูลวงนอกวงในที่รู้กันดี จากอดีตมิตรที่กลายเป็นคู่แค้นหลังรัฐประหาร 2549

“เฮียกวง” ก้าวพลาดไม่ได้ โดนซ้ำถึงตายแน่

ลำพังปมเศรษฐกิจยังออกตัวได้ ต้องใช้เวลา แต่ที่อ่อนไหวสุดก็คือ ปัญหาคอร์รัปชัน

อย่างที่มีสัญญาณจากข้าราชการที่ลุ้นเอาใจช่วยรองนายกฯ สมคิด รู้สึกอึดอัด

“กลัวเหลือบพาพัง” หลังจากสังเกตพบคนของบริษัทเอกชนหน้าเดิมๆ แฝงตัวตามประกบทีมงาน “สมคิด” ไปโผล่ในเวทีมอบนโยบายหน่วยงานในสังกัด

และที่กำลังเป็นประเด็นให้สำนักข่าวอิศราตามติดความไม่ชอบมาพากล

กรณีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จัดทำโครงการอนุญาตให้บริษัทเอกชนเป็นตัวแทนการบริการรับคำร้องขอรับการตรวจลงตรา (Visa) ให้แก่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในต่างประเทศ ที่มีปริมาณการรับคำร้องเรือนแสนรายต่อปี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน

คูณด้วยค่าธรรมเนียม จะเป็นตัวเลขรายได้มหาศาล

โดยมีการกำหนดให้บริษัทเอกชนที่จะเข้ามาเสนอราคาเป็นตัวแทน ต้องยื่นซองในระยะเวลา 30 วัน และต้องจัดตั้งสำนักงานภายในระยะเวลา 120 วัน หากได้ทำสัญญา

ขณะเดียวกันก็มีการตั้งข้อสังเกตจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่าโครงการดังกล่าวอาจมีการ “ล็อกสเปก” ผูกขาดบริษัทเอกชนเข้ามาทำสัญญา เพราะหาบริษัทที่เข้าเงื่อนไขแทบไม่มี

แน่นอนว่านายสมคิดไม่รู้เรื่อง เพราะเป็นการชงโครงการโดยข้าราชการ แต่มันเลี่ยงไม่พ้น ในฐานะรองนายกฯ ที่ได้รับกำกับดูแลกระทรวงการต่างประเทศ

ในภาวะเดิมพันแบบนี้ แค่ปมมีกลิ่น

ปล่อยไปมันอันตรายต่อสุขภาพ.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้