'มีชัย' แจงตอบรับนั่ง 'ปธ.กรธ.' ทดแทนบุญคุณแผ่นดิน

ข่าว

    'มีชัย' แจงตอบรับนั่ง 'ปธ.กรธ.' ทดแทนบุญคุณแผ่นดิน

    ไทยรัฐออนไลน์

      5 ต.ค. 2558 16:20 น.

      "มีชัย" แจงตอบรับนั่ง "ปธ.กรธ." เพื่อทดแทนบุญคุณแผ่นดิน ชี้ ร่างรธน.ตามใจปราถนาไม่ได้ วาง 5 กรอบ "ร่างต้องสากล-มีกลไกปฏิรูปปรองดองให้เกิด-กันนักการเมืองใช้เงินอ่อยเหยื่อปชช.-ขจัดทุจริต-สร้างกลไกปชช. มีส่วนร่วมป้องผลประโยชน์ประเทศ" พร้อมย้ำต้องมีประชามติ ยึดเสียงผู้ออกมาใช้สิทธิ ฟิตบ่าย 6 ต.ค. เรียกประชุม กรธ. ทันที ที่รัฐสภา

      เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 58 ที่บ้านเกษะโมล นายมีชัย ฤชุพันธ์ุ สมาชิก คสช. ในฐานะประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงภายหลังประชุม คสช. มีมติ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ลงนามแต่งตั้งเป็นประธานกรรรมการ กรธ. ว่า มีคนถามมากและสงสัยว่า ตนจะรับหรือไม่รับด้วยเหตุผลอะไร เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา นายกฯ ได้เชิญตนไปพบ และบอกอยากชวนมาทำงานในฐานะเป็นกรรมการ กรธ. ตนเรียนถามนายกฯ ว่า มันมีความจำเป็นขนาดไหนที่จะต้องให้ตนมาทำ ท่านตอบว่ามีความจำเป็นอย่างมาก ไม่อาจเลี่ยงเลี่ยงได้ ในฐานะนายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด และเป็นผู้ที่เสี่ยงเข้ามาเพื่อตั้งใจแก้ปัญหาของบ้านเมืองให้ลุล่วงไป ยืนยันว่ามันมีความจำเป็น ตนก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปซักไซ้ให้มากไปกว่านี้ ก็ต้องเชื่อดุลพินิจของท่าน

      "ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือตามกำลังความสามารถ ผมจึงไม่อาจจะเห็นแก่ความสุข ความสบายที่ชักจะเริ่มเคยตัว และไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธได้ มิฉะนั้นก็ได้ชื่อว่า เป็นผู้ไม่รู้จักทดแทนบุญคุณของแผ่นดิน ก็รู้อยู่ว่างานครั้งนี้ไม่ใช่ง่าย และคงมีอุปสรรคไม่น้อย แต่เมื่อนึกว่าทุกคนก็ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือในการทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ ผมก็ต้องอดทน และก็ทำ และตั้งใจทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะได้" นายมีชัย กล่าว

      นายมีชัย กล่าวว่า เหตุที่ต้องรอถึงวันนี้ ถึงจะเปิดเผย เพราะมีขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมปี 57 กำหนด ซึ่งผู้ที่จะแต่งตั้ง คือ คสช. ดังนั้นต้องรอ คสช. และ ท่านนายกฯ ก็ดี ทำตามพิธีการเมื่อประชุม คสช. ก็ถามอีกครั้งหนึ่งว่า "ผมรับได้ไหม" ตนก็ต้องเรียนกับท่านว่า "ตกลงรับได้"

      นายมีชัย กล่าวอีกว่าปัญหาที่สอง ที่คนมักจะสงสัยคาดเดากันไปต่างๆ นานาว่า ในที่สุด "ผมก็คงไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วก็คงต้องร่างไปตามที่มีผู้สั่ง" เรื่องนี้ต้องเรียนตามตรงว่า ในการร่างรัฐธรรมนูญ มันไม่มีใครร่างตามใจปราถนาของตัวเองได้ อย่างที่เรียกว่าเป็นตัวของตัวเอง เพราะไม่ได้ร่างเก็บไว้ใช้ในบ้าน แต่เป็นการร่างเพื่อนำไปใช้กับคนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นจะต้องมีกรอบการร่างรัฐธรรมนูญ คือกรอบที่กำหนดไว้ตามมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 บังคับอยู่ว่า คณะกรรมการ กรธ. จะต้องร่างให้เป็นไปตามนั้น ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ กรอบที่ 2 คือ คสช. ในฐานะเป็นผู้มีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ และภารกิจที่สำคัญ คือต้องทำให้มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎกติกาของบ้านเมือง ตนก็ต้องถามไถ่ว่า แล้ว คสช. มีกรอบหรือมีความคิดอย่างไร ซึ่งเมื่อคุยกันแล้วสรุปได้ 5 ประการ ประการที่ 1 ให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับนับถือของสากล แต่ขณะเดียวกันต้องสอดคล้องกับสภาพปัญหา ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประเทศและคนไทยที่มีอยู่หรือเป็นอยู่ ประการที่ 2 ให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการปฏิรูปและสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นให้ได้ ประการที่ 3 ให้มีมาตรการป้องกัน ไม่ให้การเมืองใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้วง โดยใช้เงินแผ่นดินไปอ่อยเหยื่อกับประชาชน เพื่อสร้างความชอบธรรม โดยมิได้มุ่งหมายให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขในระยะยาว จนเกิดความเสียหายแก่ประเทศอย่างร้ายแรง และเกิดวิกฤติที่หาทางออกไม่ได้ ประการที่ 4 มีแนวทางการขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างได้ผล ประการที่ 5 ให้สร้างกลไกที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีการมีส่วนร่วมของประชาชนในอันที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และร่วมกันรับรู้ รับผิดชอบต่อความเจริญ การพัฒนาประเทศและสังคมโดยรวม สำหรับการคัดเลือกกรรมการ กรธ. ทั้ง 20 คน รัฐบาลและ คสช. ได้ร่วมกันพิจารณาคัดเลือก แล้วให้ตนดู ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาอะไร มีเพียงตนคิดว่าน่ามีคนอื่นเข้ามาแซม เพื่อให้ครบถ้วนทุกองค์ประกอบ ซึ่งทาง คสช. และรัฐบาลก็ไม่ได้ขัดข้อง ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้ แต่อย่าถามว่าใคร เพราะจะกระทบกระเทือนกับคนอื่นที่ออกไป ซึ่งไม่ใช่เพราะเขาไม่ดี แต่องค์ประกอบจะซ้ำๆ กันเกินไป

      ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนำร่างเดิมมาพิจารณาหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า คงต้องไปหารือกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทั้งหมดก่อน เพราะถ้าตนตัดสินใจไปก่อนก็จะเป็นการผูกมัด ซึ่งกรรมการร่างฯ แต่ละท่าน ก็คงจะมีแนวคิดของตัวเองอยู่ ทั้งนี้ตนจะนัดประชุม กรธ. ครั้งแรก ในวันที่ 6 ต.ค. เลย เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา และคงจะมีการประชุมกันทุกวัน เนื่องจากระยะเวลามันสั้นมาก และไม่ใช่แค่คิดและร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่จะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย

      เมื่อถามว่า จะร่างตามกำหนดเวลา 180 วันหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ความจริงต้องร่างให้เสร็จก่อน 180 วัน เพราะจะต้องส่งให้เขาดูและรับฟังความคิดเห็นด้วย นายมีชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับความเห็นที่แตกต่างในบางประเด็น ที่เคยมีการถกเถียงกัน โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) นั้น ทาง กรธ. คงจะมีการระดมความเห็นและทำเป็นตุ๊กตาขึ้นมาก่อน จากนั้นจึงจะหาหนทางที่จะไปรับฟังว่าคนอื่นเขาคิดกันอย่างไร แล้วมาหารือใน กรธ.

      "การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ผมคิดว่าการทำประชามติ ก็ยังคงต้องมี เพราะเมื่อ กรธ. ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว มันไม่มีองค์กรใดมารองรับ ไม่เหมือนครั้งที่แล้ว เขายังมีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โหวต ว่าจะรับหรือไม่รับ แต่ 21 คนปัจจุบันนี้ตัดหางปล่อยวัดเลย และถ้าขืนเอามาใช้เลยก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นผมคิดว่าการทำประชามติ ยังเป็นของจำเป็นเพื่อที่จะทำให้ประชาชนได้รับรู้ เพราะต่อไปนี้รัฐธรรมนูญและกฎหมายทั้งปวง จะต้องปฏิบัติตามกันอย่างเคร่งครัด และการที่จะให้คนปฏิบัติตามได้นั้น ก็ต้องสร้างความรับรู้ และคนส่วนใหญ่ก็ต้องเห็นดี เห็นงามด้วย ถึงจะทำได้ และการทำประชามตินั้น คงต้องใช้คะแนนของคนที่มาออกเสียงเป็นเกณฑ์ ใครที่ไม่มาออกเสียงก็ถือว่าสละสิทธิ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่คนที่ไม่มาออกเสียงหรือไม่กล้าออกเสียง ผมเรียกว่า โมฆะบุรุษ คือไม่มาใช้สิทธิเฉยๆ" นายมีชัย กล่าว

      เมื่อถามว่า คิดว่าการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะมีข้อแตกต่างจากของเดิมอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องของแรงกดดันต่างๆ นายมีชัย กล่าวว่า แนวคิดของประชาชนเปลี่ยนไปมาก ช่องทางการสื่อสารของประชาชนก็เปลี่ยนไปมาก ซึ่งความคิดต่างๆ อาจจะหลั่งไหลมาในหลายรูปแบบ ดังนั้นการที่จะร่างรัฐธรรมนูญให้ถูกใจคนทุกคนนั้นคงยาก แต่สิ่งที่ยากกว่าในการร่างรัฐธรรมนูญ คือ ทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าไปได้ และพอรับกันได้ในทุกฝ่าย

      เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ ว่าอาจจะมีคนมองว่าท่านเป็นคนรุ่นเก่า แต่แนวทางใหม่นี้ ท่านอาจจะไปได้หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า "ผมเป็นคนรุ่นเก่าที่ค่อนข้างทันสมัย เพราะผมใช้เว็ปไซต์มาตั้งแต่พวกคุณยังไม่ใช้กันด้วยซ้ำ ผมว่าคนรุ่นไหนไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ว่าคุณเปิดใจกว้างรับฟังคนอื่นหรือไม่ คนบางคนดูเหมือนรุ่นใหม่ ดูเหมือนเป็นประชาธิปไตย แต่ใครมีความเห็นแย้งหน่อยจะถูกด่าเสียคนเลย แต่ผมไม่เป็นอย่างนั้น ใครจะบอกอะไรก็ได้ ผมก็เอากลับไปคิด ถ้าดีก็เอาไปทำ แต่ถ้าไม่ดี มีช่วงโหว่ ช่องว่าง การฟังคนอื่นเสนอแนะไม่ใช่เป็นเรื่องเสียหาย เป็นเรื่องดี การพูดมากๆ เสียอีกที่ไม่ดี" นายมีชัย กล่าว

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม 2564 เวลา 12:25 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์