วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
MINI COOPER D F56 จิ๋วจอมประหยัด

MINI COOPER D F56 จิ๋วจอมประหยัด

  • Share:

การเข้ามาครอบครองแบรนด์รถเล็กอย่าง MINI ตั้งแต่ปี 1999 ทำให้ BMW Group มีงานล้นมือในการปรับปรุงยกระดับของตัวรถให้มีความเหมาะสมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เจนเนอร์เรชั่นล่าสุดของ MINIมาพร้อมรหัสตัวถังใหม่ โดยเปลี่ยนจาก R เช่น R55-R56 มาเป็น F56 สำหรับรถ MINI รุ่นใหม่ในเจนเนอร์เรชั่นที่ 3 ตัวถังมีให้เลือกมากมายหลายแบบ แต่รุ่น 3 ประตูแฮตชแบคที่แยกย่อยแตกไลน์ออกมาเป็น MINI Cooper / MINI Cooper D / MINI Cooper S นั้นมีการพัฒนาให้ดีขึ้นในทุกจุด การปรับปรุงมุ่งไปที่สภาพการควบคุม รูปลักษณ์ใหม่ของไฟหน้า กระจังหน้าและมิติของห้องโดยสารที่เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย โดยไม่ลืมที่จะมอบอารมณ์ของการขับขี่ในสไตล์โกคาร์ทหลอมรวมกับความรู้สึกที่กระชับฉับไวในแบบฉบับของ MINI ผสานกับงานดีไซน์ที่มีความลงตัวมากกว่ารุ่นเดิม

ทุกสิ่งใน MINI ใหม่ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ทันสมัยขึ้น ยอดขาย 2.7 ล้านคันตั้งแต่ BMW Group เข้ามาครอบครองคือกำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำในกลุ่มรถเล็กระดับพรีเมี่ยม เจนเนอร์เรชั่นที่ 3 ของ MINI ในรหัส F56 มีเรือนร่างที่อวบอ้วนขึ้นในทุกมิติแต่ยังคงเรือนร่างในสไตล์คลาสสิคกับกลไกการขับเคลื่อนใหม่เอี่ยม พันธุ์กรรมที่ถ่ายเทจากรุ่นแรกมายังตัวรถรุ่นใหม่ยังรักษาภาพลักษณ์ของ MINI ด้วยไฟและกระจังแบบดั้งเดิม โครงสร้างของตัวรถถูกเปลี่ยนใหม่หมด เป็นแพลตฟอร์มเดียวกับรถขับหน้าของ BMW Group รวมถึงการเปลี่ยนหัวใจใหม่ด้วยเครื่องยนต์ที่มีแค่ 3 กระบอกสูบ เครื่องยนต์ 3 สูบรุ่นใหม่เกิดจากการนำเอาเครื่องแบบแถวเรียง 6 สูบมาแบ่งครึ่งโดยแชร์ศูนย์กลางกระบอกสูบร่วมกันซึ่งมีการออกแบบตามเกณฑ์ความจุกระบอกสูบ 500 ซีซี เท่ากับ MINI ใหม่รุ่นมาตรฐานจะมีเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบช่วยเสริมอัตราเร่ง ขนาดตัวรถที่อวบขึ้นเล็กน้อยแต่น้ำหนักไม่เพิ่มมากจนไปทำให้สมรรถนะด้อยลง ภาพลักษณ์ใหม่ที่ปรับมาอย่างลงตัวถือเป็นการแก้ใขข้อด้อยของรุ่นที่แล้วทั้งอัตราทดของเกียร์ น้ำหนักและการตอบสนองของพวงมาลัยไฟฟ้า รวมถึงช่วงล่างที่มอบความนิ่มหนึบขึ้นมาอีกนิดพอให้คนสูงวัยขับได้โดยไม่กระเทือนซางมากจนเกินไป

เจ้า MINI Cooper D F56 มีขนาดของตัวถังใหญ่กว่า MINI Cooper R56 ผู้พี่เล็กน้อย โดยมีมิติความกว้าง 1,727 มิลลิเมตร กว้างขึ้นอีก 44 มิลลิเมตร ยาว 3,982 มิลลิเมตร ยาวขึ้น 98 มิลลิเมตรและมีสัดส่วนความสูง 1,425 มิลลิเมตร สูงขึ้นอีก 7 มิลลิเมตร ฐานล้อถูกยืดออกเพื่อเพิ่มความสามารถของการยึดเกาะและเติมพื้นที่สำหรับการวางเท้าที่ 2,527 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้น 28 มิลลิเมตร การออกแบบที่ต้องยึดโยงกับรูปลักษณ์ในอดีตแต่มีการเพิ่มเติมทั้งความกว้าง-ยาวและสูงทำให้เจ้าNew MINI ดูอ้วนท้วนขึ้น ห้องโดยสารจึงมีพื้นที่เพิ่มเข้ามาอีกพอสมควร รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระใต้ฝาท้ายความจุ 51 ลิตร โดยจะเพิ่มเป็น 211 ลิตรเมื่อพับเบาะผู้โดยสารตอนหลังลงราบกับพื้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนของชิ้นโตๆ ไฟหน้าโตขึ้นอีกนิด รวมถึงกระจังหน้าที่ใหญ่ขึ้นเห็นๆ กระจังล้อมกรอบด้วยงานพลาสติกโครเมี่ยมสีเงิน คาดกลางด้วยชิ้นงานพลาสติกสีดำในตำแหน่งที่ใช้ติดตั้งแผ่นป้ายทะเบียน รุ่น Cooper D ใช้ไฟหน้าแบบปกติไม่มีไฟ LED เหมือนรุ่นที่แพงกว่าอย่าง Cooper SD 5 Door หรือ Cooper S ซึ่งใช้ไฟหน้าที่มีไฟวงแหวนแบบ LED Daytime ส่วนตำแหน่งของไฟหรี่กลางวันถูกย้ายมารวมกับตำแหน่งของไฟตัดหมอกที่ด้านล่างของสปอยเลอร์หน้า สไตล์อันคมเข้มแบบรถเล็กเชื่อมโยงการออกแบบได้อย่างลงตัว

ด้านข้างไหลลื่นพร้อมบานประตูขนาดใหญ่เนื่องจากทำตัวเป็นแฮตชแบคจิ๋วแบบ 3 ประตูที่ไม่เน้นการขนคนให้มากเรื่อง ส่วนใหญ่ลูกค้าของ MINI มักจะขับใช้งานคนเดียวหรือไม่เกินสองคน พื้นที่ส่วนหลังบริเวณเบาะผู้โดยสารตอนหลังจึงมีไว้สำหรับเด็กเล็กหรือไว้วางกระเป๋าเท่านั้น ทรงของด้านข้างดูตันๆจากแนวเสาหน้าที่ตั้งชันเชื่อมต่อกับผืนหลังคาสีดำต่อเนื่องไปจนถึงเสาท้ายที่มีการออกแบบโดยใช้พลาสติกสีดำเงาปิดทับเสาท้ายสไตล์เดียวกับรถยุคใหม่ในปัจจุบัน ล้ออัลลอยลายก้าน MINI Victory Spoke light alloy wheels Silver ขนาด 6Jx16 นิ้ว ใส่ยางสปอร์ตเนื้อนิ่มของ Hankook รุ่น Ventus Prime K105 ไซล์ 195/55 R 16 87V ทั้งสี่ล้อ เนื่องจากเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมายัดยางแบบหน้าเล็กหลังใหญ่ให้มากเรื่องมากราว กระจกมองข้างสีดำเหมือนกับผืนหลังคา ส่วนมือจับที่เปิดประตูเป็นพลาสติกโครเมี่ยมสีเงิน กระจกบานประตูและกระจกด้านข้างมีขนาดค่อนข้างใหญ่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยมุมมองได้ดี สัดส่วนบั้นท้ายเติมเต็มความแปลกตาด้วยไฟท้ายดีไซน์ใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ฝาท้ายยังออกแบบให้เปิดได้ด้วยมุมที่่สูงมากขึ้นสำหรับเพิ่มความสะดวกในการยกสัมภาระใส่พื้นที่เก็บของ เจ้า MINI Cooper D ไม่มีกล้องมองหลังติดมาให้แต่มีเซนเซอร์คอยตรวจจับวัตถุกีดขวางยามขับถอยหลังโดยแจ้งเตือนทั้งภาพและเสียงเมื่อถอยเข้าไปใกล้กับกระถางต้นไม้ หมาแมวเด็กเล็กหรือแม้แต่ท้ายรถของชาวบ้าน ช่วยหลีกเลี่ยงการถอยชนโน่นนี่นั่นได้เป็นอย่างดี

ห้องโดยสารของ MINI รุ่นใหม่ทั้งเบนซินและคันทดสอบซึ่งเป็นรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 3 กระบอกสูบ มีการปรับวัสดุให้หรูหราดูดีมีสไตล์ เบาะแบบใหม่ทรงสปอร์ตใช้วัสดุแบบครึ่งผ้าครึ่งหนังลายตารางมาห่อหุ้ม เบาะคู่หน้ายังคงใช้การปรับด้วยมือแบบกลไก การปรับเบาะนั่งทำได้หลากหลายครอบคลุมสรีระของผู้ขับแต่ไม่เหมาะกับคนตัวอ้วนหรือสูงโย่ง เบาะคู่หน้านั่งได้สบายตัวพอสมควรแต่วัสดุที่ใช้รองเบาะค่อนข้างแข็งไปนิด พวงมาลัยสปอร์ตของ MINI ออกแบบได้ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับทรงของพวงมาลัยใน Cooper รุ่นแรกๆ พวงมาลัยสามก้านหุ้มหนังแท้สีดำไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์ติดมาให้ สำหรับเจ้าของหรือนักขับที่ต้องการชิฟเกียร์ด้วยตัวเองต้องใช้ตำแหน่งของเกียร์แบบ Trip-Tronic +/- โยกขึ้นโยกลงเพื่อเปลี่ยนอัตราทดคล้ายกับการใช้งานเกียร์ธรรมดาและให้อารมณ์แปลกแยกออกไป จากขนาดของความกว้างที่เพิ่มขึ้น ทำให้พื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่วางเท้ามากขึ้นมาอีกนิด โดยเฉพาะในเบาะนั่งด้านหลังมีการออกแบบเพื่อเพิ่มพื้นที่เบาะผู้โดยสารด้านหลังให้มากกว่าเดิมอีก 23 มิลลิเมตร

ภายในที่ถูกขยับขยายออกไปช่วยลดความรู้สึกอึดอัดแบบรถเล็กได้ดี นักออกแบบของ MINI พยายามสร้างความรู้สึกใหม่ๆในการนั่งโดยสาร ด้วยความรู้สึกที่โปร่งโล่งสบายให้ผู้โดยสารตอนหลังแต่ก็ต้องเป็นคนที่มีรูปร่างปกติไม่อ้วนหรือสูงมากจนนั่งไม่สบายตัว เบาะหลังของมันจึงเหมาะกับการวางกระเป๋าหรือให้เด็กตัวเล็กนั่งมากกว่า ด้วยพื้นที่ช่วงไหล่และพื้นที่วางขาที่เพิ่มเข้ามาแต่ก็ยังคงมีขนาดที่เล็กและแคบอยู่ดี มันเหมาะกับการนั่งสองคนมากกว่าที่จะใส่คนเข้าจนเต็มคัน เนื่องจากขนาดที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เบาะหลังยังสามารถพับแยกได้แบบ 60:40 สำหรับช่องเก็บสัมภาระที่กระโปรงหลังเพิ่มความจุมากขึ้น 51 ลิตร รวมเป็น 211 ลิตร เพิ่มพื้นที่เพื่อรองรับการบรรทุกสัมภาระ พื้นที่ใช้สอยภายในและในด้านการขับขี่ที่ผู้ขับสามารถสัมผัสได้ถึงความหรูหรา สะดวกสบาย อันเป็นผลจากมิติที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ด้าน

หน้าจอแสดงผลยัดซอฟแวร์ที่มีการปรับปรุงการสั่งงานแบบใหม่ จอภาพมอนิเตอร์กึ่งกลางคอนโซลล้อมกรอบเดินเส้นวงกลมด้วยหลอด LED ที่สามารถปรับเปลี่ยนสีสันได้มากมายตามอารมณ์ของคนขับ หัวใจสำคัญของการออกแบบห้องโดยสารใหม่ใน MINI รุ่นล่าสุดก็คือ หน้าจอแสดงผลบนการทำงานในรูปแบบใหม่ แผงหน้าปัดวัดรอบและวัดความเร็วย้ายจากกึ่งกลางมาอยู่บริเวณแกนพวงมาลัยตรงหน้าคนขับทำให้การอ่านค่ามีความสะดวกขึ้นแถมยังสวยงามน่าใช้ด้วยวัสดุที่ใช้ทำมาตรวัด หน้าปัดวัดรอบและความเร็วดีไซน์วงกลมซ้อนกันสองวง เป็นสไตล์อันโดดเด่นของ MINI ซึ่งใช้แสดงผลความเร็ว รอบเครื่องยนต์ และปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงในถัง หน้าปัดวัดความเร็วกับรอบเครื่องยนต์แสดงผลในรูปแบบเข็ม ส่วนจอMID ภายในมาตรวัดทำหน้าที่แจ้งสถานะต่างๆของการขับเคลื่อนรวมถึงอุณหภูมิภายนอก สำหรับหน้าจอแสดงผลส่วนกลางที่เป็นเอกลักษณ์ของ MINI ยังได้รับการออกแบบให้เจ้าของรถสามารถเลือกการแสดงผลในฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างจุใจ MINI Cooper และ MINI Cooper D มีจอภาพแสดงผลที่มีขนาดย่อมลงมาเล็กน้อยแตกต่างจาก Cooper S รุ่นท็อปที่มีหน้าจอใหญ่กว่าแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร เจ้า MINI Cooper และ MINI Cooper D มาพร้อมหน้าจอสีขนาด 6.5 นิ้ว ทำหน้าที่แสดงผลที่เกี่ยวกับฟังก์ชั่น-สภาวะการปรับตั้งค่าของระบบต่างๆ สาระความบันเทิง และการเชื่อมต่อ MINI Connected สำหรับ MINI ทั้งสามรุ่น (Cooper / Cooper D / Cooper S ฟังก์ชั่นดังกล่าว มีระบบควบคุมให้เลือก 2 แบบคือ MINI Controller สำหรับ MINI Cooper และ MINI Cooper D ส่วนรุ่นที่แพงกว่าอย่าง Cooper S ใช้ระบบ MINI Touch Controller ที่ทำงานโดยใช้ระบบสัมผัสปลายนิ้วลงไปบนแป้นควบคุม เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถป้อนข้อมูลได้จากการเขียนด้วยนิ้วมือลงบนปุ่ม Controller ได้โดยตรง

หัวใจของการขับเคลื่อนถูกปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เมื่อค่าการปล่อยมลพิษมีความเข้มงวดกวดขันมากยิ่งขึ้น เครื่องยนต์รุ่นใหม่ของ MINI F56 จึงถูกเปลี่ยนให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบัน MINI Cooper D ปรับลดขนาดของเครื่องยนต์ลงมาให้เหลือเพียงแค่ 3 สูบ ปริมาตรความจุ 1.5 ลิตร 1,496 ซีซี เป็นเครื่องยนต์แบบใหม่ที่ถูกพัฒนาโดย BMW Group ซึ่งออกแบบให้สูบแต่ละสูบมีปริมาตความจุ 500 ซีซี เท่ากัน จากการนำเอาเครื่องยนต์บล็อกเบนซินแถวเรียง 6 สูบ 3.0 ลิตร มาผ่าครึ่งให้เหลือแค่ 3 สูบ 1.5 ลิตร พร้อมกับติดตั้งระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบด้วยเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 85 กิโลวัตต์กับแรงบิด 270-280 นิวตันเมตรเชื่อมต่อกับเกียร์ขับหน้าแบบออโต 6 สปีด อัตราทดของเกียร์ลูกนี้เน้นไปที่ความประหยัดเมื่อใช้ความเร็วในการเดินทางไกลซึ่งทำออกมาได้ดีน่าประทับใจจากความประหยัดในระดับ 21-23 กิโลเมตรต่อลิตรเมื่อขับแบบเรื่อยๆ 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนค่าการปล่อย Co2 ก็ยังลดลงอย่างเห็นได้ชัดเพียง 95-98 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร เท่านั้นซึ่งนับว่าต่ำมากสำหรับการปล่อย Co2 ในเครื่องยนต์ดีเซล

เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบรุ่นใหม่แบบ 3 กระบอกสูบ ดีเซลเทอร์โบ เทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ปริมาตรความจุ 1,496 ซีซี มีตัวเลขทางสมรรถนะที่น่าประทับใจ กำลังสูงสุดทำได้ 85 กิโลวัตต์ หรือ 116 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด (Overboost) 270-280 นิวตันเมตร ที่ย่าน 1,750 - 2,250 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม.ต่อ ชม. 9.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 204 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 26.3 กิโลเมตร/ลิตร (ตัวเลขจากโรงงาน) ระดับการปล่อย CO2 เท่ากับ 98 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร ขุมกำลังของ MINI รุ่นใหม่ในเวอร์ชั่นเครื่องยนต์ 3 สูบดีเซล อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผัน พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์นี้ ประกอบด้วย เทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo เพิ่มความสามารถในด้านของกำลัง อัตราเร่ง การปลดปล่อยมลภาวะที่ลดลง และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น รถ MINI รุ่นใหม่ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลของ BMW Group ยังถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความสนุกสนานแบบเต็มที่หลังพวงมาลัย ประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่จาก BMW โดยเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ในด้านต่างๆ มอบกำลังสูงสุดในรูปของแรงบิดที่มีความต่อเนื่อง แต่สามารถลดช่วงของรอบการหมุนของเครื่องยนต์ลงด้วยระบบส่งกำลังแบบล่าสุด รวมถึงลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และการสิ้นเปลืองพลังงานลงกว่าร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับ MINI รุ่นก่อนหน้า เครื่องยนต์ดีเซลตัวใหม่มาพร้อมกับกำลังแรงม้าที่แปลงมาในรูปของแรงบิดรอบต่ำอันทรงประสิทธิภาพ ตอกย้ำความโดดเด่นของเทคโนโลยีที่ผสานกันทั้งสองแบรนด์ (BMW+MINI) ในด้านสมรรถภาพและประสิทธิภาพที่ผสานกันอย่างลงตัว ท่ามกลางดีไซน์แบบใหม่ของ MINI ที่ปรับปรุงความสามารถของหลักการเทอร์โมไดนามิกส์ หรือการเปลี่ยนความร้อนเป็นพลังงาน พร้อมกับระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรง หรือที่เรียกกันว่า ระบบหัวฉีดแบบคอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น ซึ่งสร้างแรงดันสูงสุดในชุดหัวฉีดไฟฟ้ามากถึง 2,000 บาร์ มอบศักยภาพการจ่ายเชื้อเพลิงที่มีความแม่นยำสูง และมีประสิทธิภาพในการจุดระเบิดเพื่อคายพลังงานออกมาในรูปของแรงบิด แถมยังมีความประหยัดเชื้อเพลิงซึ่งเป็นข้อดีของเครื่องดีเซลมาให้อีกด้วย

ความรู้สึกของการนั่งอยู่ในห้องโดยสารให้อารมณ์ราวกับคุณกำลังอยู่ในร้านขายของเด็กเล่นยังไงยังงั้น เมื่อปรับเบาะลงต่ำสุดมันก็ยังคงสูงกว่ารุ่นที่แล้วอยู่ดี โดยภาพรวม เจ้า MINI ใหม่มีความอวบขึ้นในทุกมิติ ดูบวมและคันใหญ่ขึ้นแต่อย่าเพิ่งไปตัดสินจากมุมมองภายนอกเมื่อยังไม่ได้ลองขับด้วยตัวของคุณเอง รถทดสอบ MINI Cooper D ของมิลเลเนียมออโตคันนี้วิ่งมาไม่มากแค่ 4,000 กิโลเมตร ทุกสิ่งทุกอย่างของมันยังคงแจ่มแจ๋วโดยเฉพาะช่วงล่างแน่นๆกับการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลที่มีการปรับปรุงด้านแรงสั่นสะเทือนให้ลดลงมากกว่ารุ่นเก่า ขุมกำลัง 116 แรงม้าจากเครื่อง 3 สูบดีเซลพอเพียงต่อการออกตัวเร็วๆในสไลต์ของ MINI เมื่อจอดรอสัญญาณไฟอยู่คันแรกสุด การพุ่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่งแม้จะทำตัวเลข 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้แบบธรรมดาๆ แต่พอเอาเข้าจริงๆผมกลับพบว่าแรงบิดรอบต่ำจากเครื่องดีเซลนั้นเหมาะกับการใช้งานในเมืองที่ต้องวิ่งๆหยุดๆ ไปตลอดทาง พวงมาลัยไฟฟ้าในย่านความเร็วต่ำมีน้ำหนักที่มากกว่ารถญี่ปุ่นอย่างชัดเจน อัตราทดของพวงมาลัยจะยิ่งเพิ่มความหนึดขึ้นไปเรื่อยๆเมื่อความเร็วสูงขึ้น ซึ่งเป็นการปรับพวงมาลัยในแบบที่ให้ความรู้สึกถึงความแม่นและคม สไตล์ของรถโกคาร์ทยังคงอยู่แบบครบถ้วนกระบวนความจากช่วงล่างที่เน้นความแข็งและกระชับ แม้วิศวกรของ MINI จะแจ้งมาว่าช่วงล่างของเจ้า Cooper F56 ตัวใหม่นั้นถูกปรับตั้งให้มีความโอนอ่อนผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงล่างของ Cooper R56 รุ่นที่แล้ว

ราคา 2.4 ล้าน จากการจำหน่ายโดยมิลเลเนียมออโตเอกมัย อาจแพงเกินไปเมื่อเทียบกับขนาดของตัวรถแต่ไม่แพงสำหรับแฟนคลับ MINI ที่ติดใจในรูปลักษณ์และการขับเคลื่อน งานช่วงล่างหรือระบบรองรับใช้รูปแบบสตรัท สปริง โช็คอัพและกันโคลงเหล็กเส้นเขื่องป้องกันอาการโคลงตัว เมื่อเปลี่ยนจากยางรันแฟลตมาเป็นยางสปอร์ตเนื้อนิ่มของ Hankook แก้มยางที่นิ่มนวลช่วยซับแรงสะเทือนจากผิวถนนที่ไม่เรียบได้เป็นอย่างดี ทำให้ผมและเจ้าของ MINI อีกหลายคนดิ้นรนเปลี่ยนยางมาเป็นยางเนื้อนิ่มแทนที่ยางรันแฟลตจากโรงงานที่มีแก้มแข็งราวกับไม้กระดาน ความแข็งของยางรันแฟลตผสมกับช่วงล่างของมันยิ่งทำให้นั่งได้ไม่สบายตัวเมื่อต้องผจญภัยกับเส้นทางบ้านบึง-แกลงที่เน่าในสุดจะบรรยายในบางช่วงบางตอน ผิวถนนลาดยางที่มีหลุมอยู่เต็มในช่วงอำเภอหนองใหญ่ก่อนจะเข้าเขตอำเภอแกลงทำให้เจ้า MINI Cooper D F56 ถึงกับออกอาการกระเด้งกระดอน ผมลดความเร็วลงมาจนเหลือแค่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงพร้อมๆกับการหมุนพวงมาลัยหลบหลุมไปมาซ้ายที-ขวาทีจนปิกอัพเจ้าถิ่นที่ขับตามหลังมาถึงกับบีบแตรใส่ด้วยความรำคาญ

ผมชอบเกียร์ออโต 6 สปีดใน F56 ทุกรุ่น ไล่เรียงจาก Cooper รุ่นปกติเครื่องเบนซิน 3 สูบ มาจนถึงเจ้าดีเซลตัวแสบคันนี้ แถมพกด้วยตัวแสบประจำตระกูลในรุ่น Cooper SD 5 Door กับ Cooper S จอมพลัง เกียร์ของมันให้ความรู้สึกที่แน่นและฉับไวในการเปลี่ยนอัตราทดทั้งขึ้นและลง อัตราทดที่มีแค่ 6 สปีดนั้นเพียงพอต่อการใช้งานโดยมีเกียร์ 6 เข้ามาช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อวิ่งอยู่บนทางแบบไฮเวย์ข้ามจังหวัด เป็นชุดส่งกำลังแบบใหม่ที่ปรับมาให้เข้ากับแรงบิดรวมถึงรอบของเครื่องยนต์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับการขับทดสอบทางไกลไประยอง ด้วยช่วงล่างที่แน่นและให้ความยืดหยุ่นดีขึ้นในบางจังหวะทำให้เจ้านี่ขับได้สบายตัวมากกว่า Cooper R56 ผู้พี่แบบเหลื่อมขบกันอยู่นิดๆ กำลังของเครื่องยนต์แม้จะไม่ได้มากมายอะไรเมื่อเทียบกับรุ่นแพงสุดแต่พอเพียงสำหรับการใช้งานโดยเฉพาะการวิ่งทางไกลยาวๆ ไปกลับเกือบ 700 กิโลเมตรแบบนี้ เครื่องยนต์ 3 กระบอกสูบอัดอากาศด้วยเทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์มีการทำงานแบบผสมขับช้าก็ได้ขับเร็วก็ไหลขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง แรงบิดที่สมน้ำสมเนื้อทำให้มันควบคุมได้ง่ายไม่มุทะลุดุดันเท่ากับแรงดึงจาก Cooper S F56 รุ่นท็อปราคาแพง แรงบิดเหลือเฟือหากคุณไม่ใช่พวกฝีเท้าหนักกดไม่ยั้งแถมยังประหยัดน้ำมันเห็นๆจากเทคโนโลยีใหม่ที่ใส่เข้ามาทั้งเครื่อง เกียร์และระบบAuto Start/Stop ซึ่งจะดับเครื่องยนต์ทุกครั้งที่จอดนิ่งอยู่กับที่ การติดๆดับๆของเครื่องยนต์ในโหมด Auto Start/Stop ระหว่างการขับใช้งาน เมื่อรู้สึกรำคาญก็สามารถกดสวิชท์ที่คอนโซลกลางเพื่อยกเลิกการทำงานได้เลย

280 นิวตันเมตรคือแรงบิดในช่วงการทำงานสูงสุดของเทอร์โบหรือที่เรียกกันว่าโอเวอร์บูส เป็นแรงบิดที่เกินหน้าเกินตาเจ้า Mazda 2 ที่ทำได้ 250 นิวตันเมตรอยู่พอสมควรทั้งๆที่มีกระบอกสูบน้อยกว่าอยู่ 1 ตำแหน่ง แรงบิด 280 นิวตันเมตรที่มาในย่าน 1,250 รอบต่อนาที กับตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 ใน 9 วินาที พร้อมแรงดึงที่ทำให้รู้สึกสนุกคือของขวัญที่มันพยายามมอบให้กับคุณ สำหรับแรงฉุดลากของเครื่องดีเซลตัวจิ๋วนั้นเป็นอันว่าหมดห่วงไปได้เลย กดคันเร่งลงไปจนสุดก็ไม่มีอาการหน่วงรอบแต่เสียงจากท่อระบายท้ายนั้นไม่สาแก่ใจเท่ากับ Cooper S F56 เจ้า Cooper D มีเครื่องยนต์ดีเซลที่ทรงประสิทธิภาพทำงานเชื่อมต่อกับชุดส่งกำลังหรือเกียร์ 6 สปีดได้อย่างเฉียบคม การเปลี่ยนทิศทางอย่างฉับพลันในย่านความเร็วสูงไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ขับเจ้า MINI ฐานล้อและขนาดที่เล็กของมันทำให้การขับแบบค่อยเป็นค่อยไปดูจะปลอดภัยมากกว่าการมุดซ้ายป่ายขวาด้วยความเร็วสูง ส่วนย่านความเร็วเดินทาง แม้จะวิ่งอยู่ในความเร็วที่สูงมากเป็นพิเศษบนตัวเลขของมาตรวัดความเร็วที่ 140-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยช่วงล่างที่แน่นตึ้บกับชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้าที่ปรับจูนมาอย่างลงตัว ช่วยเพิ่มความมั่นใจในด้านการทรงตัวได้มากกว่ารถเล็กยี่ห้ออื่นแบบเห็นๆ

พื้นฐานแบบรถเล็กที่คล่องแคล่วว่องไว ผสมกับงานภายในที่ถูกใจวัยรุ่นทำให้เจ้า F56 ได้รับการยอมรับจากสื่อมวลชนสายรถยนต์ของต่างประเทศว่าขับได้เหนือกว่า R56 ผู้พี่อยู่พอสมควร ทำให้มันได้รับความสนใจจากลูกค้าเก่าของ MINI ที่กำลังเล็งรถรุ่นใหม่แทนที่เจ้า R56 ที่เริ่มจะเก่าไปตามกาลเวลา โดยภาพรวม ยางเนื้อนิ่มเข้ามาช่วยให้การขับทางไกลมีความสบายเพิ่มขึ้น ช่วงล่างยึดเกาะกับผิวถนนได้อย่างมาดมั่น ว่องไวใช้ได้และขับสนุกแม้จะเป็นเครื่องดีเซล 3 สูบ พวงมาลัยให้สัมผัสที่เป็นกลาง น้ำหนักของพวงมาลัยที่หนักแน่นกว่ารถเล็กเกือบจะทุกยี่ห้อ เป็นชุดบังคับเลี้ยวที่ออกมาในแบบกระชับและไวเล็งไปทางไหนก็ไปทางนั้นแบบไม่มีขาดไม่มีเกิน

การซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอย่างมิลเลเนียมออโต้ที่มีโชว์รูม MINI ตั้งอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆของประเทศทำให้ได้รับความสะดวกแถมยังมีประกันการซ่อมบำรุงรถใหม่ตามเกณฑ์ที่ทาง MINI Thailand มอบให้เป็นของแถมราคาแพงสำหรับการซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้อง ทำให้หมดกังวลในเรื่องของการเซอร์วิส ทั้งที่่มิลเลเนียมออโต้เอกมัย มิลเลเนียมออโต้สยามพารากอน มิลเลเนียมออโต้พระราม 4 และมิลเลเนียมออโต้ในจังหวัดอุบลราชธานีกับหัวเมืองท่องเที่ยวทางภาคใต้ในจังหวัดภูเก็ต เจ้า Cooper D F56 ทำผลงานได้ดีโดยมีสัมผัสของความเล็ก เบาและปราดเปรียวรวมกับความประหยัดเป็นจุดแข็ง เหมาะกับคนที่ชอบรูปแบบของ MINI แต่ไม่ได้ต้องการกำลังมากมายอะไรเป็นพิเศษ Cooper D F56 เป็นจักรกลแฮตชแบคคันจิ๋วที่ขับได้ดีพอตัว แต่ก็มีราคาที่่สูงเกินหน้าเกินตารถคู่แข่งอยู่พอสมควร ขึ้นอยู่กับความชอบของคุณว่าจะเลือกเอารถแนวๆที่แปลกแยกแตกต่างหรือรถตลาดซื้อง่ายขายคล่อง เงินในกระเป๋าของคุณจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดไปโดยปริยาย.

สาขาเอกมัย โทร. 02 711 6666
สาขาพระราม 4 โทร. 02 663 3222 #2
สาขาสยามพารากอน โทร. 02 610 6789
สาขาอุบลราชธานี โทร. 045 206 234
สาขาภูเก็ต โทร. 076 201 955#1

ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) MINI Millennium Auto
MINI Cooper D เครื่องยนต์ดีเซล 3 กระบอกสูบ เทอร์โบ 2,440,000 บาท

MINI CPPOER D ราคา 2,440,000 บาท
engine type............................................turbocharged diesel
Engine manufacturer.............................BMW
Engine code
Cylinders Straight ..............................3
Capacity...............................................1.5 litre 1,496 cc (91.292 cu in)
Bore × Stroke........................................84 × 90 mm 3.31 × 3.54 in
Bore/stroke ratio...................................0.93
double overhead camshaft (DOHC) 4 valves per cylinder 12 valves in total
maximum power output....................116 PS (114 bhp) (85 kW) at 4000 rpm
Specific output......................................76.2 bhp/litre 1.25 bhp/cu in
maximum torque.................................270 Nm (199 ft·lb) (27.5 kgm) at 1,750 rpm
Specific torque......................................180.48 Nm/litre 2.18 ft·lb/cu3
Engine construction
sump......................................................wet sumped
compression ratio...................................16.5:1
Fuel system.............................................common rail direct diesel injection
bmep (brake mean effective pressure).....2268 kPa (328.9 psi)
Maximum RPM.......................................4,800 rpm
crankshaft bearings.................................
Engine coolant........................................Water
Unitary capacity......................................498.67 cc
Aspiration................................................Turbo D.
Catalytic converter..................................Y
Acceleration 0-100km/h..........................9.2 s
Maximum speed......................................204 km/h (126 mph)
Power-to-weight ratio..............................91.37 PS/g 67.2 kW/g 90.12 bhp/ton 0.04 bhp/lb
Weight-to-power ratio..............................14.88 kg/kW 24.86 lb/bhp
Engine position........................................front
Engine layout...........................................transverse
Drive wheels............................................front wheel drive
Torque split..............................................N/A
Steering...................................................rack & pinion PAS

Front suspension......................................MacPherson strut Coil Spring Gas damper Anti roll bar
Rear suspension.......................................MacPherson strut Coil Spring Gas damper Anti roll bar
Wheel size front.....................................6J x 16 Victory Spoke light alloy wheels Silver
Wheel size rear.......................................6J x 16 Victory Spoke light alloy wheels Silver
Tyres front.............................................195/55 R 16 Hankook Ventus Prime K105 87V
Tyres rear...............................................195/55 R 16 Hankook Ventus Prime K105 87V
Brakes F/R...............................................ABS
Front brake...............................................DISC - VENTILATED
Rear brake ...............................................DISC - VENTILATED
Wheelbase...............................................2,567 mm
Track/tread (front)...................................1,501 mm
Track/tread (rear).....................................1,501 mm
Length.....................................................3,982 mm
Width........................................................1,727 mm
Height.......................................................1,425 mm
Ground clearance......................................146 mm
length:wheelbase ratio...............................1.55
Kerb weight...............................................1225 kg
fuel tank capacity.......................................44 litres

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้