วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คืนความสุขประชาชน ลดค่าโอนจำนองบ้านเหลือ 0.01%

คืนความสุขประชาชน ลดค่าโอนจำนองบ้านเหลือ 0.01%

  • Share:

วันนี้คงต้องลุ้นกันว่า คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีคลัง จะเสนอ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ทันหรือไม่ ถ้าทันก็จะส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศกระดี้กระด้าขึ้นมาทันที เพราะมาตรการนี้จะ ลดค่าธรรมเนียมการโอนบ้านและที่ดินจาก 2% เหลือ 0.01% และ ลดค่าจำนองบ้านและที่ดินจาก 1% เหลือ 0.01% เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อกระตุ้นกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ในช่วงปลายปีต่อเนื่องจนถึงต้นปีหน้า

เป็นหนึ่งในมาตรการจูงใจให้เกิดการลงทุนอย่างรวดเร็วใน 6 เดือน ของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จนถึงไตรมาสแรกของปีหน้า

ตามข่าวบอกว่ามาตรการครั้งนี้ จะไม่มีการลดภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3.3% เหลือ 0.1% เหมือนที่เคยลดสมัยวิกฤติต้มยำกุ้ง แต่ลดให้เพียงค่าโอนและค่าจำนองเท่านั้น เพราะวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ไม่ได้รุนแรงมากนัก ถ้าวันนี้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบก็ช่วยให้ผู้ซื้อบ้านในช่วง 6 เดือนนี้ ลดราคาบ้านไปได้ล้านละหลายหมื่นบาทเลยทีเดียว

แม้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดค่าธรรมเนียมต่างๆ จะไม่ใช่ของใหม่ แต่ก็ใช้ได้ผลทุกครั้งตั้งแต่สมัยยุคต้มยำกุ้ง ขนาดเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ตัวเลขการซื้อขายบ้านในแต่ละเดือน ก็ถือเป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจที่สำคัญ เพราะการซื้อขายบ้านหนึ่งหลัง ส่งผลให้เศรษฐกิจเงินทองเกิดการหมุนเวียนมหาศาล รวมทั้งการจ้างงานด้วย

วันก่อน คุณอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการบริหาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ให้ความเห็นกับสื่อว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ชะลอตัวมาเกือบถึงจุดต่ำสุดแล้ว ผู้ประกอบการที่มีสภาพคล่องดี ไม่มีการลดราคาบ้านเพื่อเร่งระบายสต๊อกอีกแล้ว แม้จะยังเหลือสต๊อกอยู่ แต่จะมีการระบายออกในช่วงปลายปี ตลาดจะค่อยๆฟื้นตัวในปีหน้า

แสดงว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็ไม่ได้เลวร้ายมากมายนัก แม้ไม่มีมาตรการกระตุ้นจากรัฐบาล ก็สามารถฟื้นตัวได้เองในปีหน้า เมื่อได้แรงกระตุ้นจากรัฐบาลเข้าไปช่วย ก็จะฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ธุรกิจอสังหาฯจะเป็นอีกแรงหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี

อะไรที่ทำให้เศรษฐกิจไปได้ดี ผู้ซื้อผู้ขายมีความสุข ผมก็สนับสนุนทั้งสิ้น

ส่วน ปัญหาการขอสินเชื่อซื้อบ้าน ที่มีข่าวบ่นกันมาตลอดว่า ช่วงนี้แบงก์เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ขายบ้านและคอนโดยาก แต่จากนี้ไปน่าจะง่ายขึ้น เพราะ คุณอภิศักดิ์ รัฐมนตรีคลัง เปิดเผยว่า ได้หารือกับ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการแบงก์ชาติหนุ่มที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งหมาดๆ เมื่อต้นเดือนนี้เอง ขอให้ช่วยผ่อนปรนการตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ โดยเฉพาะในเรื่องของกำไร

ขุนคลังอภิศักดิ์ ให้เหตุผลว่า แบงก์รัฐมีหน้าที่ต้องสนองนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ไม่ได้หวังมุ่งกำไร อย่างเช่น ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่ต้องปล่อยกู้ให้ประชาชนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ทำให้ธนาคารเหล่านี้มีกำไรน้อย จึงไม่ควรไปเน้นที่กำไร แต่ไปเน้นที่ประสิทธิภาพการทำงาน ความโปร่งใส และตอบสนองนโยบายรัฐ เป็นเครื่องชี้วัดแทน

ผมก็เห็นด้วยกับ รัฐมนตรีคลัง ว่า แบงก์เฉพาะกิจของรัฐ ตั้งขึ้นมาด้วยเงินภาษีเพื่อช่วยเหลือประชาชน ก็ไม่ควรวัดกันที่กำไรสูงสุด กำไรพอสมควรก็พอแล้ว ที่สำคัญที่สุดคือ มีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชนมากน้อยแค่ไหน ในฐานะแบงก์เฉพาะกิจของรัฐ

วันก่อน คุณอังคณา ปิลันธน์โอวาท ไชยมนัส กรรมการผู้จัดการ ธอส. ได้เสนอความเห็นต่อกระทรวงการคลัง ว่า ควรขยายเวลาการกู้ซื้อบ้านให้นานขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้กู้ผ่อนต่อเดือนน้อยลง จะได้เบาตัวขึ้น และความสามารถในการชำระหนี้จะได้สูงขึ้นด้วย ผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง ถ้าคณะรัฐมนตรีเห็นด้วย ไม่เพียงช่วยให้ผู้กู้และผู้ให้กู้มีความสุขด้วยกัน แต่ยังช่วยให้มีเงินเหลือไปเพิ่มกำลังซื้อด้านอื่นให้สูงขึ้นอีกด้วย วินวินด้วยกันทุกฝ่าย.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้