วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สนามบินภูเก็ต ตรวจคัดกรอง 'เมอร์ส' เข้มผู้แสวงบุญ กลับจากเมกกะ

สนามบินภูเก็ต ตรวจคัดกรอง 'เมอร์ส' เข้มผู้แสวงบุญ กลับจากเมกกะ

  • Share:

ท่าอากาศยานภูเก็ต ตรวจคัดกรองผู้กลับจากร่วมพิธีแสวงบุญ ที่นครเมกกะ ประเทศซาอุฯ เที่ยวบินแรกที่มาถึง เฝ้าระวังโรค "เมอร์ส" โดยยังไม่พบบุคคลต้องสงสัยป่วยโรคดังกล่าว ...

เมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 4 ต.ค. ที่ห้องผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต นพ.นพดล ไพบูลย์สิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายอำนวย สาระชาติ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต ด.ต.โกมล ดุมลักษณ์ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.ภูเก็ต นพ.กฤษณ์ สกุลแพทย์ รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.ภูเก็ต นายทัสสยุ เดชะโชติ หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต นำเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด-เจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดและผู้เกี่ยวข้องร่วมต้อนรับและตรวจคัดกรองโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือโรคเมอร์ส แก่ฮัจยีและฮัจยะห์ ซึ่งเดินทางกลับจากการประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นเที่ยวบินแรก โดยสายการบินซิลค์แอร์ MI750 จำนวน 84 คน

นพ.นพดล ไพบูลย์สิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันโรคที่ 11 จ.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงการดำเนินงานของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 ซึ่งรับผิดชอบมาตรการคัดกรองโรคเมอร์สในท่าอากาศยานภูเก็ตว่า กรมควบคุมโรคได้วางมาตรการป้องกันควบคุมโรคเมอร์สรองรับการเดินทางจากแสวงบุญ โดยดำเนินการร่วมกับท่าอากาศยานทุกแห่ง ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หาดใหญ่ นราธิวาสและภูเก็ตในการตรวจคัดกรองพร้อมส่งต่อรายชื่อผู้ที่เดินทางกลับจากการแสวงบุญให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแต่ละแห่ง เพื่อเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องในชุมชน โดยปีนี้มีผู้ร่วมเดินทางไปแสวงบุญทั่วประเทศจำนวน 10,400 คน

สำหรับท่าอากาศยานภูเก็ตนั้น มีฮัจยีและฮัจยะห์เดินทางกลับมารอบแรกจำนวน 84 คน ทั้งหมดได้รับการตรวจคัดกรองตรวจสุขภาพในเบื้องต้น พร้อมแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือให้กับทุกราย ซึ่งการตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางกลับจากการแสวงบุญนั้นจะดำเนินการต่อเนื่องจนถึงวันที่ 25 ต.ค.58 เพื่อให้ครอบคลุมเป้าหมายผู้เดินทางกลับจากการแสวงบุญซึ่งมีทั้งหมด 890 คน รวมทั้งประสานงานกับโรงพยาบาลในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ตามแผนของช่องทาง เพื่อส่งต่อผู้เดินทางที่มีอาการต้องสงสัยเข้ารับการรักษาตัวต่อไปและหากมีการตรวจพบผู้ป่วยจะมีการติดตามเฝ้าระวังอาการจาก 14 วัน เพิ่มเป็น 30 วันด้วย แต่อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบคัดกรองในครั้งนี้ไม่พบผู้ป่วยต้องสงสัยแต่อย่างใด.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้