วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'อัชพร' ร่วมกรธ. มีอดีตท่านทูตแจม-วิษณุยัน 5ตุลาคมเสนอ คสช.

'อัชพร' ร่วมกรธ. มีอดีตท่านทูตแจม-วิษณุยัน 5ตุลาคมเสนอ คสช.

  • Share:

“วิษณุ” แย้มส่งเทียบเชิญ 4 ว่าที่ กรธ.แล้ว ไม่มีใครขัดข้อง “บิ๊กตู่” ห่วงตีข่าว “มีชัย” ตอบรับยิ่งสร้างแรงกดดัน เจ้าตัว ย้อนจะ “ไปสมมติทำไม” ถ้าได้เป็นประธาน กรธ.จะร่าง รธน.ออกมารูปแบบไหน “ธิดา” มั่นใจคนไม่เอา รธน.ฉบับ “มีชัย” ตัดหาง “แรมโบ้” ห้ามอ้างชื่อ นปช. ลั่นไม่ร่วมทางพวกปฏิวัติ อดีต สปช.โร่เสนอตัวขอสานต่องานปฏิรูป “ทักษิณ” โพสต์รูปคู่ “อุ๊งอิ๊ง” ดับข่าวลือถูกจับที่จีน “สุวพันธุ์” ไซโคข้อดีซิงเกิลเกตเวย์ สั่งฝ่ายมั่นคงจับตาเบื้องหลังกลุ่มต้าน

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปิดห้องคุยกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิกคสช. ขอให้รับตำแหน่งประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เริ่มเจรจาทาบทามบุคคลในบัญชีที่ คสช.ส่งมาให้อย่างเป็นทางการ

“วิษณุ” ส่งเทียบเชิญ 4 กรธ. ตอบรับ

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 3 ต.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยทาบทามบุคคลที่มีรายชื่อผ่านการคัดกรองจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาเป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยเชิญไปแล้วจำนวน 4 คน ซึ่งรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับชั่วคราวปี 57 กำหนดให้มี กรธ. 20 คน ซึ่งในการพูดคุยมีการสอบถามไปว่าจะขัดข้องหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด ทั้งนี้ จะนำเข้าที่ประชุม คสช.พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 5 ต.ค. ดังนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ ส่วนการพูดคุยระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ตนไม่ทราบในรายละเอียด เพราะ ปฏิบัติราชการอยู่ที่ต่างจังหวัด

“บิ๊กตู่” ห่วงข่าวสร้างแรงกดดัน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวนายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. ตอบรับเป็นประธาน กรธ. ว่า นายมีชัยยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับ จากข่าวที่ออกมาทำให้ พล.อ.ประยุทธ์รู้สึกไม่สบายใจ เพราะเป็นการ ไปกดดันนายมีชัย นายกฯต้องการให้เกียรตินายมีชัยตัดสินใจ และการพูดคุยกันสองคนนายกฯไม่ได้คาดคั้น ว่าจะต้องได้รับคำตอบจากนายมีชัยทันที โดยจะให้คำตอบในการประชุม คสช. วันที่ 5 ต.ค. ส่วนสถานที่อาจเป็นบ้านเกษะโกมลหรือทำเนียบรัฐบาล ส่วนสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่นายกฯให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปทาบทามและสรรหาบุคคลที่เหมาะสม จะได้รายชื่อทั้ง 2 คณะภายในวันที่ 5 ต.ค. แน่นอน

“มีชัย” ถามกลับ “ไปสมมติทำไม”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. ได้ตอบคำถามในเว็บไซต์ meechaithailand.com หลังผู้ใช้นามว่านายศรัณภัสร์ ตั้งไพศาลธนกุล เข้าไปตั้งหัวข้อคำถามว่า “ถ้าอาจารย์มีชัย มีโอกาสได้เป็นประธานกรธ. อาจารย์อยากจะร่างรัฐธรรมนูญให้ออกมาเป็นรูปแบบไหนครับ รวมทั้งอาจารย์มีเรื่องอะไรที่อยากจะร่างเป็นพิเศษ” โดยนายมีชัยได้ตอบกลับว่า “ไปสมมติทำไม”

ดึงอดีตทูตร่วมดูปมมาตรา 190

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดคุยกับนายมีชัยแล้ว ได้มอบสิทธิให้นายมีชัยเลือกกรรมการ กรธ. ทั้ง 20 คน โดยรายชื่อบุคคล คสช.จัดทำไว้มีการดึงอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศมาร่วมเป็น กรธ.ด้วย เพื่อให้เข้ามาดูร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวโยงกับการต่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรา 190 ในอดีต ในเรื่องข้อตกลงที่ไทยต้องทำกับต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2550 มีนายสุพจน์ ไข่มุกด์ อดีตทูตหลายประเทศ เป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือล่าสุดนายกฤช ไกรจิตติ อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ก็ร่วมเป็น กมธ.ยกร่างฯ ชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ในโควตา ครม.-คสช. ซึ่งเบื้องต้นอาจมีการทาบทาม 1-2 คน แต่ยังไม่ชัดว่าจะเป็นบุคคลใด

ดึง “อัชพร” สายตรง “มีชัย” มาช่วย

สำหรับรายชื่อ กรธ. ขณะนี้เริ่มมีการทาบทามนักวิชาการ อดีต กมธ.ยกร่างฯ และคนที่อยู่ในแวดวงกฎหมายมหาชนแล้วบางส่วน มีบางคนตอบรับมาหลังรู้ว่าประธาน กรธ. คือ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เบื้องต้นมีชื่อของนายอัชพร จารุจินดา กรรมการกฤษฎีกาและอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นอดีต กมธ.ยกร่างฯ ปี 2550 และยังเคยเป็นหนึ่งในคณะทำงานยกร่าง รธน.ฉบับชั่วคราวปี 2549 สมัย คมช.ทำรัฐประหารที่ไปร่วมยกร่างฯกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ โดยในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ตั้งให้นายอัชพร จารุจินดา เป็นประธานกรรมการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยเป็นที่รู้กันว่าเป็นกรรมการกฤษฎีกาสายนายมีชัย

“นันทวัฒน์” หลุดโผอีกติดเงื่อนไข

ส่วนนักวิชาการด้านกฎหมาย มีกระแสข่าวว่า มีการติดต่อทาบทามไปแล้วบางส่วน เช่น นายอุดม รัฐอมฤต รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่จบด้านกฎหมายมหาชนจากประเทศฝรั่งเศส ขณะที่นายนันทวัฒน์ บรมานันทน์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอดีต สปช. ที่เคยมีข่าวว่ามีชื่ออยู่ในลิสต์ของ คสช.นั้น ล่าสุดมีรายงานว่า คสช.ยังไม่ได้ทาบทาม และไม่น่าจะมีชื่อเนื่องจากก่อนหน้านี้นายนันทวัฒน์เคยให้สัมภาษณ์ว่า เกรงว่าหากไปเป็น กรธ.จะกระทบกับการบริหารงานในคณะนิติศาสตร์ และต้องให้ทางจุฬาฯเห็นชอบส่งชื่อไปอย่างเป็นทางการ ด้านนายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์อดีตเอกอัครราชทูตฯ และอดีต สปช. กล่าวว่า ไม่ได้รับการทาบทามให้ไปเป็น กรธ. ตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด หากจะมีการทาบทามอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศน่าจะเป็นฝ่ายกฎหมายมากกว่า เช่น อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาฯคนใดคนหนึ่ง

ชื่อ “สมบัติ นิด้า” ไปโผล่เป็น สปท.

นอกจากนี้ คสช.ยังได้ทาบทาม นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ นักวิชาการรัฐศาสตร์ชื่อดัง อดีตรองอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ให้มาเป็น กรธ. ส่วนบุคคลที่เคยมีข่าว เช่น นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีนิด้า และอดีตแกนนำ สปช.สายคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่าไม่มีชื่อเป็น กรธ. คาดว่าน่าจะได้รับการตั้งให้ไปเป็น สปท. ที่จะประกาศชื่อพร้อมกันกับ กรธ. ในวันที่ 5 ต.ค. โดยมีรายงานว่าการตั้ง กรธ.ทั้งหมด คสช.จะมีการโทรศัพท์ยืนยันรายชื่ออีกครั้งกับบุคคลที่ถูกทาบทาม ช่วงเช้าวันที่ 5 ต.ค. เพื่อขอคำตอบก่อนนำรายชื่อทั้งหมดให้ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งเป็น กรธ.ต่อไป

“สิระ” เสนอตัวขอสานต่องานปฏิรูป

นายสิระ เจนจาคะ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการทาบทามให้ร่วมเป็น สปท. ไม่มั่นใจว่าจะมีรายชื่อเป็น สปท.หรือไม่ แต่ตลอดเวลาที่ทำหน้าที่เป็น สปช. ได้ทำอย่างดีที่สุด พยายามเข้ามาปฏิรูปประเทศโดยที่ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ สุดท้ายแล้วเมื่อไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงได้ ตนก็ได้คืนเงินทุกบาทที่เป็นภาษีของประชาชนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าการปฏิรูปประเทศต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร แต่ก็หวังที่จะเข้ามาสานต่อสิ่งที่ตนได้เสนอไว้กับ สปช. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแรงงานหรือด้านสังคมอื่น เพราะถือว่าเป็นผู้ริเริ่มแนวทางเหล่านี้ไว้ และอยากจะสานต่อเพื่อประชาชน

“ชวนนท์”แนะตีกรอบ คปป.ให้ชัด

ขณะที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ อดีตโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยันว่า ต้องมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) อยู่ในร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะร่างใหม่ ว่า เห็นด้วยหากต้องการให้ คปป.มาทำหน้าที่เพื่อการปรองดอง แต่ไม่ใช่มามีอำนาจแบบรัฐซ้อนรัฐ คือถ้าจะมีต้องขีดเส้นหน้าที่ อำนาจ ของ คปป.ให้ชัดเจน และหากมี คปป.แล้วจะทำให้การปรองดองสำเร็จหรือไม่ ต้องดูยุทธศาสตร์ของ สปท.ก่อน ส่วนการที่พรรคประชาธิปัตย์ส่งรายชื่อบุคคลเข้าเป็น สปท.นั้น ไม่ได้ส่งไปในนามพรรค เพราะยังประชุมพรรคไม่ได้ 2 ชื่อที่ส่งไปมีประสบการณ์ในเรื่องการปฏิรูปอย่างโดดเด่น การมี สปท.เราต้องการเห็นการปฏิรูปอย่างจริงจัง ทั้งปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูประบบการเลือกตั้ง ปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปสื่อ

“ธิดา”มั่นใจคนไม่เอา รธน.“มีชัย”

ด้านนางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำ นปช. กล่าวว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะนำนักกฎหมายฝีมือเยี่ยมอย่างนายมีชัย ฤชุพันธุ์ มาเป็น ประธาน กรธ. แต่เชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่กรอบของผู้มีอำนาจ ต่อให้นำเทวดามาร่างก็ต้องเป็นไปตามนั้น สมมตินายมีชัย ต้องการเขียนให้เป็นสากล แต่เรือแป๊ะสั่งแล้วจะเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร พิมพ์เขียวที่มีอยู่ในความคิดของผู้มีอำนาจคงเปลี่ยนแปลงไม่ได้ รัฐธรรมนูญที่จะร่างก็ต้องออกมาไม่ต่างจากฉบับของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีต ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อเนื้อหายังเหมือนเดิมก็อย่าไปหวังประชาธิปไตยจากคณะรัฐประหาร สำหรับ คปป. พล.อ.ประยุทธ์ต้องทราบว่ามีคนหลายกลุ่มไม่เห็นด้วย จึงอย่าเอาแต่มุมมองตัวเองโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน การบอกว่า คปป.จะเข้ามาประคองบ้านเมืองในระยะเปลี่ยนผ่านนั้นถือว่าไม่ไว้ใจประชาชน

ตัดหาง “แรมโบ้” ห้ามอ้างชื่อ นปช.

นางธิดายังกล่าวถึงกระแสข่าวมีชื่อของนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน อดีตแกนนำนปช. และอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย ติดโผเป็น สปท. ว่า นายสุภรณ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ นปช. ไปตั้งกองกำลังของตัวเองตั้งแต่ช่วงที่มีการชุมนุมบริเวณถนนอักษะเมื่อปี 2557 การเข้าร่วม สปท.จึงเป็นไปในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกัน สำหรับโควตากลุ่มการเมืองใน สปท. ยังยืนยันหลักการเดิม คือไม่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะรัฐประหาร หากใคร ต้องการเข้าร่วม สปท. ก็ไม่ถือว่าเป็น นปช.อีกต่อไป

พท.แนะตีซี้สหรัฐฯซิวเก้าอี้ UNSC

อีกเรื่อง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์แจ้งกำหนดการจะเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาอีกรอบ ในช่วงเดือน ก.พ.- มี.ค.2559 หวังว่าสหรัฐอเมริกาคงให้การต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์อย่างเป็นทางการ มีการหารือทวิภาคีเต็มรูปแบบ รวมทั้งเชิญร่วมงานเลี้ยงรับรองที่ Whitehouse กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ถ้าได้รับการต้อนรับแบบนี้แสดงว่าเขาให้การยอมรับรัฐบาลชุดนี้เต็มที่ ภาพลักษณ์ของไทยในสายตาประชาคมโลกจะกลับมาดูดีทันที และมีส่วนช่วยให้ไทยมีโอกาสได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติแบบไม่ถาวร UNSC non permanent member ในวาระปี 2017-2018 ด้วย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศใช้งบประมาณหาเสียงกรณีนี้ไปกว่า 600 ล้านบาทแล้ว คิดว่าตัวแปรสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ คือ นายพิศาล มาณวพัฒน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ซึ่งเป็นมือล็อบบี้ระดับพระกาฬของกระทรวงการต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม อยากเห็นนายกฯเดินทางไปเยือนประเทศต่างๆ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมการค้าการลงทุน เหมือนสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ใช้ช่วงเวลา 2 ปี ไปเยือนประเทศต่างๆอย่างเป็นทางการ เผยแพร่ชื่อเสียงและการท่องเที่ยวของไทยกว่า 40 ประเทศ

“ทักษิณ” โพสต์ดับข่าวลือถูกจับที่จีน

สำหรับความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังเกิดกระแสข่าวว่านายทักษิณถูกจับกุมตัวที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา นายทักษิณเดินทางมาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร “อุ๊งอิ๊ง” บุตรสาวคนเล็กเดินทางมาหา โดยนายทักษิณได้โพสต์ภาพคู่กับบุตรสาวผ่านอินสตาแกรม พร้อมระบุข้อความว่า “ลูกสาวคนเล็กมาหาที่ลอนดอน ทำให้หายเหงาไปได้เยอะครับ” เพื่อเป็นการยืนยันว่าไม่ได้ถูกจับกุมตัวตามข่าวลือดังกล่าว

“บิ๊กหมู” แบ่งงาน กอ.รมน.ใหม่

วันเดียวกัน พล.ต.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะรอง ผอ.รมน.ปฏิบัติราชการแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ในฐานะ ผอ.รมน. มีคำสั่งแต่งตั้งให้ พล.ท.สสิน ทองภักดี เป็นรองลธ.รมน.คนที่ 1 และปฏิบัติหน้าที่ ผอ.ศปป.5 กอ.รมน. อีกตำแหน่ง พล.ท.วราห์ บุญญะสิทธิ์ เป็นรอง ลธ.รมน.คนที่ 2 พล.ท.จิระพันธ์ มาลีแก้ว เป็นรอง ลธ.รมน.คนที่ 3 นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต ผอ.ศปป.1 พล.ต.ดำรงพล เชิดสงวน เป็นรอง ผอ.ศปป.1 นายกฤษฎา บุญราช เป็น ผอ.ศปป.2 พล.ท.วีระ ลือ-วิชนะ เป็นรอง ผอ.ศปป.2 พล.ท.องอาจ ชวาลวิวัฒน์ เป็นรอง ผอ.ศปป.3 พล.ท.บัญชา ทองวิลัย เป็น ผอ.ศปป.4 และ พล.ท.วิษณุ ไตรภูมิ เป็น ผอ.ศปป.6

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งดังกล่าวสืบเนื่องจากที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และอดีต ผบ.ทบ. ในฐานะอดีตรอง ผอ.รมน. รวมทั้ง พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข อดีตเสนาธิการทหารบก ในฐานะอดีต ลธ.รมน. และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในกองทัพบกหลายนายเกษียณอายุราชการ

“สุวพันธุ์” ยกข้อดีซิงเกิลเกตเวย์

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสคัดค้านระบบซิงเกิล เกตเวย์ ว่า โดยหลักการแล้วต้องการบล็อกเว็บที่มาจากต่างประเทศ หาทางป้องกันและระมัดระวัง คือ 1.การเผยแพร่ความคิดสุดโต่ง 2.การบ่อนทำลายสถาบันหลักของชาติ 3.การยุยงทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย 4.การเข้ามาแฮกข้อมูลสำคัญ ข้อมูลลับของประเทศ 5.ทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของประเทศ และ 6.กระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ขบวนการค้ามนุษย์ ถือเป็นภัยคุกคามต่อบ้านเรา ส่วนประชาชนหรือคนวัยทำงานที่ติดต่อกันผ่านเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม รัฐบาลไม่มีนโยบายเข้าไปทำอะไรทั้งนั้น สิ่งที่รัฐบาลทำไม่ใช่มาตรการรุกเข้าไป แต่เป็นการป้องกันตั้งรับเพื่อให้ระบบของเราสามารถป้องกันสิ่งเหล่านี้ได้ ไม่เช่นนั้นประเทศเราอาจตกอยู่ในภัยอันตราย และอยากให้คิดดูว่าหากระบบซิงเกิล เกตเวย์ไม่ดี ไม่มีรัฐบาลไหนในโลกจะทำหรอก

ฝ่ายมั่นคงจับตากลุ่มต้านซิงเกิลฯ

นายสุวพันธุ์กล่าวอีกว่า ควรให้โอกาสรัฐบาลศึกษา อยากขอร้องกลุ่มที่คัดค้านเข้าใจ และอยากให้คิดว่าที่คัดค้านนั้นถูกหรือไม่ กระทบต่อส่วนรวมหรือไม่ กระทบต่อการบริการโดยรวมของภาครัฐหรือไม่ เมื่อถามว่าต้องมีมาตรการเด็ดขาดดำเนินการกับกลุ่มคัดค้าน ที่ก่อกวนเว็บไซต์หน่วยงานรัฐหรือไม่ นายสุวพันธุ์ตอบว่า อาจมีทั้งคนตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่ถ้ามีบางคนฉวยโอกาสนี้มาโจมตีรัฐบาล ต้องมีมาตรการ ไม่ทราบว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้มีเบื้องหลังอะไร แต่ฝ่ายความมั่นคงคงติดตามและดำเนินการอยู่ ฝ่ายความมั่นคงรู้หมดใครทำอยู่บ้าง อยู่ที่ไหน อย่างไร มาถล่มเว็บราชการขนาดนี้ ฝ่ายความมั่นคงไม่ดูไม่ได้ เพราะกระทบต่อส่วนรวม

เด็ก ปชป.หนุนนายกฯสั่งทบทวน

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะทบทวนโครงการซิงเกิล เกตเวย์ ส่วนการสกัดกั้นเว็บไซต์หมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และเว็บไซต์ที่ทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กระทรวงไอซีทีไม่เคยรายงานความคืบหน้าต่อสังคม จึงขอเสนอให้นายกฯตรวจสอบโครงการต่างๆ อาทิ รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ จากสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) โครงการเศรษฐกิจดิจิตอล สำนักงานเศรษฐกิจดิจิตอล สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. ที่ต้องควบคุมสนับสนุนการทำธุรกรรมทางการเงิน การออกกฎหมายข้อบังคับเพื่อแก้ไขการป้องกันการทุจริตทางคอมพิวเตอร์ เพื่อโลกดิจิตอลหนุนให้การค้าขายออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ) ทั้งหมดภายใต้การกำกับดูแลของ รมว.ไอซีที ว่ามีผลงานคืบหน้าแค่ไหน

จี้นายกฯ–“บิ๊กต็อก” สอบนมบูด

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สนับสนุนนายธีรภัทร ประยูรโชติ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะตรวจสอบนมโรงเรียน แต่ขอให้ตรวจสอบทั้งระบบตั้งแต่คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) ว่าโปร่งใสหรือไม่ ต้องตรวจสอบซ้ำ เพราะเด็กไทยต้องดื่มนมโคแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่เอานมผงมาผสมให้เด็กไทยดื่ม จนเกิดเหตุนมบูดเสีย อย่าหน้ามืดเห็นแก่เงินจนกล้าทำร้ายสุขภาพลูกหลาน ขนาดนายอภิชาต จงสกุล อดีตประธานบอร์ด อสค. ยังออกมาเปิดเผยความเละเทะในโครงการนมโรงเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไม่ลองลงมาดูปัญหานี้หรือ และขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาตรวจสอบ เพราะปัญหาเหล่านี้ใหญ่เกินกว่าหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯจะสะสางด้วยตัวเอง ต้องพึ่งบริการจาก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ประธานศูนย์ปราบปรามคอร์รัปชันของรัฐบาลเท่านั้น จึงจะแก้ไขปัญหาได้

“บิ๊กตู่” ปรับโครงสร้าง คสช.ใหม่

วันเดียวกัน มีการเผยแพร่ประกาศ คสช. ฉบับที่ 1/2558 เรื่องแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช. เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ คสช. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความและมาตรา 42 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 หัวหน้า คสช. จึงมีประกาศให้ยกเลิกประกาศ คสช. ฉบับ 122/2557 และแต่งตั้งให้บุคคลดังต่อไปนี้ดำรงตำแหน่งใน คสช. 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 3.พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร 4.พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย 5.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง 6.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช. 7.พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร 8.พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา 9.พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา 10.พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ 11.พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ 12.พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง 13.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา 14.นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นสมาชิก คสช. 15. พล.อ.ธีรชัย นาควานิช เป็นเลขาธิการ คสช. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2558

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้